กสิกรไทยคาดส่งออกไปสหรัฐเพิ่ม10% หาก 'ไบเดน' ชนะ

กสิกรไทยคาดส่งออกไปสหรัฐเพิ่ม10% หาก 'ไบเดน' ชนะ
23 ตุลาคม 2563
476

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดหาก "ไบเดน" ชนะเลือกตั้ง ส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ปี 2564 ขยายตัว 10-12% โดยเฉพาะอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และยาง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า หาก โจ ไบเดน ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งมีคะแนนนิยมสูงในขณะนี้มีโอกาสได้เป็นผู้นำคนใหม่ จะนำพาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปี 2564 กลับมาฟื้นตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3% เป็นผลจากการเพิ่มงบประมาณรายจ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่สูงกว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบัน

แต่หากทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเติบโตน้อยกว่าระดับ 2% เนื่องจากยังมีความเสี่ยงในกรณีที่ ทรัมป์ไม่สามารถผลักดันนโยบายหรือแผนงานให้ผ่านสภาคองเกรสและนำออกมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ผลที่ส่งผ่านไปยังภาคเศรษฐกิจจริงและการจ้างงานเป็นไปอย่างจำกัด 
 

นอกจากนี้การที่ทรัมป์ได้บริหารงานในสมัยที่ 2 อาจยิ่งทวีแรงกดดันจากข้อพิพาททางการเมืองระหว่างประเทศต่อเนื่อง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวม ส่วนผลต่อตลาดเงินตลาดทุนในระยะสั้น เงินดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์การเมืองสหรัฐฯ หลังการเลือกตั้งยังมีความไม่แน่นอน
 
อย่างไรก็ตาม หากประเด็นการเลือกตั้งคลี่คลาย คาดว่าเงินดอลลาร์อาจกลับไปอ่อนค่า เนื่องจากดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อยู่ในระดับต่ำ และอาจเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่ามากขึ้นในกรณีที่ไบเดนชนะการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นผลจากการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจเชิงกระตุ้นของพรรคเดโมแครต ทำให้ปัญหาการขาดดุลการคลังของสหรัฐฯ ย่ำแย่ลง ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลให้เงินบาทมีโอกาสกลับไปแข็งค่า โดยเฉพาะถ้าปัจจัยการเมืองในประเทศทยอยคลี่คลายลงในระยะถัดไป
 

สำหรับผลต่อภาคเศรษฐกิจจริงของไทยในปี 2564 ผลทางตรงจะขึ้นอยู่กับภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจแตกต่างกัน โดยหากไบเดนได้เป็นผู้นำคนใหม่ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะขยายตัวดีกว่าจะส่งผลต่อความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของไทยไปสหรัฐฯ อาทิ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารทะเลแปรรูป ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ ปี 2564 มีโอกาสขยายตัวได้ดีในกรอบ 10-12% ด้วยมูลค่าส่งออกราว 36,700-37,300 ล้านดอลลาร์ต่อปี ดีขึ้นจากปี 2563 ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 6.4%  แต่ถ้าทรัมป์ได้เป็นผู้นำ แต่ไม่ได้สิทธิ์ในการบริหารงานผ่านเสียงข้างมากในแต่ละสภา การส่งออกของไทยอาจเติบโตต่ำกว่า 5.0% ด้วยมูลค่าส่งออกราว 35,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี เพราะสินค้าส่วนใหญ่เติบโตได้ค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือยที่ยังไม่จำเป็นต่อการบริโภค 
 
ขณะที่ผลทางอ้อมผ่านนโยบายด้านต่างประเทศโดยเฉพาะกับจีนนั้น ไม่ว่าใครจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่ ท่าทีที่แข็งกร้าวกับจีนที่ส่งผลให้การลงทุนโดยตรงยังคงไหลออกจากจีนอย่างต่อเนื่อง 
 
ทั้งนี้ในระยะสั้นต้องจับตาทิศทางสงครามการค้าที่คาดว่าจะไม่ยกระดับในกรณีของไบเดน แต่มีความเสี่ยงที่จะเร่งตัวขึ้นในกรณีของทรัมป์

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง