ส่องโครงการเพื่อเด็ก ‘แสนสิริ-ยูนิเซฟ’ บนเส้นทางพันธมิตร 10 ปี

ส่องโครงการเพื่อเด็ก ‘แสนสิริ-ยูนิเซฟ’ บนเส้นทางพันธมิตร 10 ปี
19 ตุลาคม 2563 | โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
256

ส่องความร่วมมือระหว่าง “แสนสิริ” กับ “ยูนิเซฟ” ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ในการผลักดันการพัฒนาคุณภาพความเป็นอยู่ของเด็กและเยาวชนทั้งในประเทศและระดับสากล หลัง “เศรษฐา ทวีสิน” ร่อนจดหมายเรียกร้องยูนิเซฟกดดันรัฐบาลไม่ให้ใช้กำลังปราบผู้ชุมนุมที่มีเด็กและเยาวชน

จากกรณีที่ นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) โพสต์ข้อความพร้อมรูปจดหมายเปิดผนึก ผ่านทวิตเตอร์ @Thavisin วันนี้ (19 ต.ค.) เรียกร้องให้องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ "ยูนิเซฟ" (Unicef) ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ จี้รัฐบาลไม่ให้ใช้กำลังในการปราบปรามผู้ชุมนุมที่มีเด็กและเยาวชน

นอกจากนี้ นายเศรษฐายังระบุในช่วงหนึ่งของจดหมายว่า แสนสิริมีฐานะเป็น “พันธมิตรรายเดียว” ในประเทศไทยของยูนิเซฟ ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นที่สนใจในสังคมว่า แสนสิริกับยูนิเซฟ ร่วมทำโครงการด้านสังคมและเด็กอะไรไปแล้วบ้างในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

ในงานแถลงความสำเร็จ 10 ปี พันธมิตรเพื่อการช่วยเหลือเด็กระหว่างยูนิเซฟกับแสนสิริ เมื่อเดือน ก.ย. นายเศรษฐา เผยว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา แสนสิริได้ร่วมมือและสนับสนุนการทำงานขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ผ่านการทำโครงการต่างๆ มากมาย รวมทั้งสิ้นจำนวน 17 โครงการ เช่น Iodine Please, Best Start และ The Good Space เป็นต้น สู่ความภาคภูมิใจที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น UNICEF’S First Selected Partner in Thailand ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาและแก้ปัญหาเพื่อเด็กผ่านการดำเนินงานตามแนวคิดหลัก 4 แกน

Good Workplace เริ่มต้นจากภายในองค์กร ร่วมกับพันธมิตรกว่า 180 ราย เข้าร่วมลงนามสนับสนุนการยุติการใช้แรงงานเด็กอย่างเป็นรูปธรรม ที่กำหนดให้คู่ค้าทางธุรกิจต้องให้ความร่วมมือในการทำสัญญา “ข้อสัญญาคุ้มครองแรงงานเด็ก” และ โครงการ Breastfeeding Room ออกแบบออฟฟิศให้เป็นมิตรสำหรับแม่และเด็กเพื่อการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 เดือน

Good Space ขยายความร่วมมือไปยังคู่ค้า ผ่านโครงการ “The Good Space” ในการสร้างสรรค์พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กในสถานที่ก่อสร้าง เพื่อการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย รวมถึงการเข้าถึงการศึกษาและการบริการสาธารณสุขได้อย่างเท่าเทียม โดยแสนสิริได้สร้าง Good Space รวม 57 แห่งใน 13 จังหวัด เพื่อให้เด็กกว่า 6,000 คน ที่พักอาศัยอยู่ในแคมป์คนงานก่อสร้างได้มีพื้นที่แห่งการเรียนรู้ จนผลักดันและมอบโอกาสแก่เด็กกว่า 50 คน ในโครงการGood Space เข้าสู่ระบบการศึกษาที่โรงเรียนวัดเจ็ดยอด จังหวัดเชียงใหม่

Good Community ส่งต่อความช่วยเหลือยังสังคม แสนสิริ ร่วมมือกับทุกภาคส่วนต่อยอดความช่วยเหลือสู่สังคมในวงกว้าง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับเด็กอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนสังคมไปในทิศทางที่ดีขึ้นผ่านโครงการและการผลักดันเชิงนโยบาย เช่น Iodine Please และ Best Start เป็นต้น

Good Global Citizen ความมุ่งมั่นที่จะเป็นสมาชิกที่ดีของประชาคมโลก ความมุ่งมั่นของแสนสิริที่จะเป็นสมาชิกที่ดีของประชาคมโลกอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ผ่านการบริจาคเงินให้แก่กองทุนช่วยเหลือฉุกเฉินของยูนิเซฟ (UNICEF Global Emergency Fund) ปีละ 1 ล้านดอลลาร์

ปัจจุบัน แสนสิริบริจาคเงินให้ยูนิเซฟรวมแล้วกว่า 325 ล้านบาท เพื่อการช่วยเหลือเด็กไทยและเด็กทั่วโลก

160308990687

ขณะที่ นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา แสนสิริถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของยูนิเซฟในภูมิภาคเอเชียที่แสดงให้เห็นว่าเรื่องของเด็ก คือ เรื่องของทุกคน แสนสิริ ถือเป็นแบบอย่างขององค์กรภาคเอกชนที่มุ่งมั่นส่งเสริมสิทธิและความเป็นอยู่ของเด็กในประเทศไทยและทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้ร่วมผลักดันให้เกิดนโยบายต่าง ๆ ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมในหลายโครงการทั้งในด้านสุขภาพ การศึกษา การพัฒนาเด็กปฐมวัย”

สำหรับโครงการต่างๆ ที่เกิดจากความร่วมมือของแสนสิริและยูนิเซฟในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ได้แก่

โครงการ Iodine Please ยูนิเซฟร่วมมือกับแสนสิริและภาคีอื่นๆ ในการสร้างความตระหนักของสังคมไทยเกี่ยวกับโรคขาดสารไอโอดีนในเด็ก (Iodine Deficiency Disorder หรือ IDD) ซึ่งส่งผลให้สมองของเด็กพัฒนาการไม่เต็มที่และมีไอคิวต่ำลง ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็กไทยมากว่า 50 ปี ด้วยการร่วมมือกันระหว่างยูนิเซฟและแสนสิริ รวมถึงภาคีอื่นๆ ช่วยเป็นกระบอกเสียงส่งต่อไปถึงภาครัฐนำมาซึ่งผลักดันให้เกิดกฏหมายที่กำหนดให้มีการเติมสารไอโอดีนในเกลือบริโภค และประกาศใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2554

โครงการ Zero Child Labour จากปัญหาการใช้แรงงานเด็กที่กลายเป็นผลกระทบในวงกว้าง ยูนิเซฟและแสนสิริได้ร่วมมือกับพันธมิตร กำหนดให้คู่ค้าทางธุรกิจต้องให้ความร่วมมือในการทำสัญญา ข้อตกลงเรื่อง “ข้อสัญญาคุ้มครองแรงงานเด็ก” เพื่อป้องกันการใช้ แรงงานเด็กอย่างไม่ถูกต้องในกระบวนการธุรกิจโดยจะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติทั้งหลายที่ใช้บังคับที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายแรงงาน ซึ่งนับเป็นจุดประกายเริ่มต้นที่ทำให้องค์กรภาคเอกชนอื่นๆ หันมาให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว

โครงการ Best Start หกปีแรกของชีวิต คือ หกปีทองของเด็ก โครงการเพื่อจุดประกายให้พ่อแม่และสังคมทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มากขึ้น เพราะการพัฒนาเด็กในช่วงนี้จะเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาตลอดชีวิต ด้วยการสนับสนุนจากแสนสิริในการร่วมวางแผนโครงการ ผ่านการลงพื้นที่ศึกษาประเด็นต่างๆ วิเคราะห์สถานการณ์ และร่วมกันหาแนวทางในการสื่อสารที่เข้าถึงประชาชนมากที่สุด ส่งผลให้ยูนิเซฟและแสนสิริ รวมถึงภาคีอื่นๆ สามารถจุดประกายสังคมชวนคนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กเล็กและยังได้ร่วมมือกับภาครัฐในการสร้างความตระหนักรู้ของปัญหาดังกล่าว

การสนับสนุนของแสนสิริในกองทุนฉุกเฉินของยูนิเซฟ ได้ช่วยให้ยูนิเซฟให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เด็กและครอบครัวหลายสิบล้านคนทั่วโลก ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ การสู้รบ วิกฤติด้านสุขภาพ และสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลกได้อย่างทันท่วงที ทั้งในด้านการจัดส่งสิ่งของที่จำเป็นต่อการอยู่รอดในภาวะวิกฤติ การช่วยเหลือเด็กที่ขาดสารอาหารรุนแรง การฉีดวัคซีนป้องกันโรค การจัดหาน้ำสะอาด หรือการเยียวยาจิตใจเด็ก ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเหล่านั้น

160309002078

------------

อ้างอิง: Unicef

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง