ผ่าอาณาจักร 'Big Hit Entertainment' ต้นสังกัด BTS เมื่อค่ายสร้างวง สู่วงสร้างค่าย!

ผ่าอาณาจักร 'Big Hit Entertainment' ต้นสังกัด BTS เมื่อค่ายสร้างวง สู่วงสร้างค่าย!
15 ตุลาคม 2563
1,930

ย้อนเส้นทาง 15 ปี "Big Hit Entertainment" จากค่ายเพลงเล็กๆ ที่ปั้นวง BTS สู่วงแถวหน้าของวงการ K-Pop

ถ้าให้เอ่ยถึงบอยแบนด์เกาหลีวงบีทีเอส (BTS) คาดว่าในตอนนี้คงไม่มีใครรู้จัก เพราะพวกเขาสามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการเคป๊อป (K-Pop) ได้ด้วยการนำเพลง Dynamite เพลงใหม่ล่าสุด ขึ้นที่ 1 ของชาร์ต 'Billborad Hot 100' ได้สำเร็จ และเพลงนี้ยังเป็นเพลงภาษาอังกฤษเต็มเพลงเพลงแรกของพวกเขาอีกด้วย 

การประสบความสำเร็จของวงบีทีเอส ทำให้บิ๊กฮิต เอนเตอร์เทนเมนต์ (Big Hit Entertainment) ค่ายเพลงเล็กๆ เติบโตจนสามารถทำรายได้แซงค่าย “บิ๊ก 3” ของเกาหลีใต้ไปได้ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ขอพาไปทำความรู้จักกับ บิ๊กฮิต เอนเตอร์เทนต์เมนต์ ค่ายต้นสังกัดวง BTS กันให้มากขึ้น

  • เส้นทาง 15 ปี “Big Hit Ent.”

บิ๊กฮิต เอนเตอร์เทนเมนต์ บริษัทบันเทิงของเกาหลีใต้ ก่อตั้งโดย บัง ชีฮยอก (Bang Si-hyuk) นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2005 ด้วยวัตถุประสงค์ว่าจะสร้างสรรค์ดนตรีและศิลปินเพื่อเยียวยาจิตใจคน (Music & Artist for Healing) ซึ่งสะท้อนออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนในผลงานของศิลปินในค่าย โดยผลงานเพลงของพวกเขามักกล่าวถึงประเด็นทางสังคมต่างๆ และจะพูดถึงเรื่องใกล้ตัวที่สามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวันและมีจุดที่เคยสัมผัสปัญหานั้นร่วมกัน 

การถือหุ้นในบริษัทโดยอันดับหนึ่งก็ยังคงเป็น บัง ชีฮยอก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ที่ถืออยู่ 45.1% ส่วนผู้ถือหุ้นอันดับที่สองคือ บัง จุนฮยอก (Bang Jun Hyuk) ผู้เป็นน้องชาย เจ้าของบริษัทเกมอันดับต้นๆ ของเกาหลีใต้ อย่างเน็ตมาร์เบิล (Netmarble) ถืออยู่ 25% รวมถึงสมาชิกวงบีทีเอสทั้ง 7 คน พวกเขาก็ได้ถือหุ้นในบริษัทเช่นกัน

ส่วนของจัดตั้งซีอีโอนั้น ในปัจจุบันซีอีโอบังจะดูแลในส่วนของเลเบล (Label) ธุรกิจเพลง ซีอีโอยุน เลนโซ ดูแลธุรกิจระดับสากล (Business) และซีอีโอปาร์ค จีวอน ประจำสำนักงานใหญ่และการจัดการ

  • จากค่ายติดหนี้สู่การแตกไลน์อีกหลายธุรกิจ

สิ่งที่ทำให้บิ๊กฮิต เอนเตอร์เทนเมนต์เติบโตได้อย่างรวดเร็ว เป็นเพราะกระแสความดังเป็นพลุแตกของบีทีเอส หลังจากนั้นทางค่ายยังได้ใช้วิธีการ "แตกไลน์ค่ายและธุรกิจย่อย" โดยปี 2019 ได้เข้าไปซื้อกิจการของซอร์สมิวสิก เอนเตอร์เทนเมนต์ (Source Music Entertainment) ต้นสังกัดของวงจีเฟรนด์ (GFRIEND) และปี 2020 ได้ซื้อกิจการ เพลดิส เอนเตอร์เทนเมนต์ (Pledis Entertainment) ต้นสังกัดของวงนิวอิสต์ (Nu’Est) และวงเซเว่นทีน (Seventeen) ซึ่งทั้งนี้บิ๊ตฮิตได้มีแพลนที่จะเดบิวต์บอยแบนด์ภายในปีนี้และเกิลกรุ๊ป ศิลปินหญิงวงแรกของค่ายในปีหน้า (2021)

และเมื่อปีที่แล้ว (2019) ซีเจ เอนเตอร์เทนเมนต์แอนด์มีเดีย (CJ Entertainment & Media : CJ E&M) และบิ๊กฮิตได้จับมือกันตั้งค่ายเพลงใหม่ในชื่อ บีลีฟต์ แล็บ (Belift Lab) โดยบิ๊กฮิตถือหุ้นในบริษัทนี้ 52% และซีเจ อีแอนด์เอ็ม ถือหุ้นอยู่ 48% โดยทั้งจะร่วมและใช้ทักษะที่แต่ละฝ่ายมีเพื่อพัฒนาและปั้นศิลปิน

หลังจากนั้นบิ๊กฮิตก็ยังได้เข้าซื้อ Superb บริษัทพัฒนาเกมที่ใช้เพลงเป็นหลัก โดยจะพัฒนาระบบเกมมือถือโดยใช้เพลงของศิลปินในค่าย โดยใช้ชื่อ Mobile Rhythm Game คาดว่าจะเปิดได้ภายในปีนี้

ทั้งยังได้ Collboration กับเน็ตมาร์เบิลบริษัทเกมชื่อดัง โดยได้เปิดตัวเกม BTS Universe Story ไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เป็นเกมโซเชียลแบบอินเตอร์แอคทีฟที่ผู้เล่นสามารถสร้างสตอรี่ และพัฒนาเรื่องราวภายในเกมตามตัวเลือกที่ต้องการ 

นอกจากนี้ บิ๊กฮิตยังเป็นหุ้นส่วนกับบีเอ็นเอ็กซ์ (beNX) บริษัทไอทีที่จัดการเว็บไซต์และการพัฒนาแอพพลิเคชั่น สร้างแพลตฟอร์มที่ให้ศิลปินสามารถติดต่อและอัพเดทข่าวสารกับแฟนๆ ผ่านแพลตฟอร์ม "วีเวิร์ส" (Weverse) โดยเริ่มต้นจากศิลปินในสังกัดอย่างบีทีเอส (BTS), ทีบายที (TXT), จีเฟรนด์ (GFriend), เซเว่นทีน (Seventeen), นิวอีสท์ (NU’EST) และเอ็นไฮเพน (ENHYPEN) 

  • เป้าหมายสู่ “Big Hit Ecosystem”

และบิ๊กฮิตยังมีความตั้งใจที่จะดึงศิลปินภายนอกค่ายเข้าร่วมเพื่อใช้แฟลตฟอร์มวีเวิร์สในการพูดคุยกับแฟนๆ อีกด้วย นอกจากนี้ในแอพพลิเคชั่นดังกล่าว ยังมีคอนเทนต์วิดีโอของเหล่าศิลปินในค่าย ทั้ง "Learn! KOREAN with BTS" ที่เพิ่งเปิดตัว EP.1 ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาอีกด้วย

ทั้งนี้ยังได้ต่อยอดแพลตฟอร์มที่เอาไว้แค่ติดต่อพูดคุยกับแฟนๆ มาเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ในชื่อของ “วีเวิร์สช้อป” (Weverse Shop) เป็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้สำหรับซื้อตั๋วคอนเสิร์ต การร่วมอีเวนท์พิเศษ หรือซื้อสินค้าออฟฟิเชียลของศิลปินภายในค่ายและสามารถจัดส่งได้ทั่วโลก 

และบิ๊กฮิตได้จดทะเบียนบริษัทใหม่เพิ่ม โดยบริษัทแรกใช้ชื่อว่า Big Hit Three Sixty ซึ่งจะเป็นบริษัทที่เน้นเรื่องของการจัดคอนเสิร์ต ผลิตคอนเทนต์ให้กันศิลปินภายในค่าย และการจัดจำหน่าย ต่อมาในส่วนของ Big Hit IP เป็นธุรกิจเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาหรือ IP Branding ที่ต่อยอดจากคอนเทนท์ให้นอกเหนือจากวงการเพลง แต่ยังยึดกับคาแรคเตอร์ของศิลปินเป็นหลัก และยังมีการออกใบอนุญาตและ callaboration กับแบรนด์ต่างๆ 

ในอนาคตบิ๊กฮิตยังวางแผนที่จะขยายไลน์ธุรกิจขอตัวเองทั้งด้านดนตรี คอนเสิร์ต วิดีโอคอนเทนต์ ทรัพย์สินทางปัญญา และธุรกิจแพลตฟอร์ม โดยทั้งหมดนี้จะเรียกว่าระบบ “Big Hit Ecosystem” ก็คงจะไม่ผิดนัก

  • ย้อนรอยความสำเร็จ BTS จาก “ค่ายสร้างวง” สู่ “วงที่สร้างค่าย”

การประสบความสำเร็จในระดับโลกของวงบีทีเอสอาจจะไม่ใช่ความบังเอิญ วงบีทีเอส เดบิวต์ในเพลง No More Dream ปี 2013 จากอัลบั้มเพลงประกอบซีรีส์ School Trilogy ในชื่อ 2 Cool 4 Skool ด้วยสมาชิก 7 คน ประกอบด้วย คิม นัมจุน (RM) คิมซอกจิน (Jin), มินยุนกิ (Suga) จองโฮซอก (J-Hope) พัคจีมิน (Jimin) คิมแทฮยอง (V) และจอนจองกุก (Jungkook) 

และผลงานเพลงของบีทีเอสมักจะพูดถึงประเด็นทางสังคม เรื่องใกล้ตัวที่สามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำและคนส่วนใหญ่มีจุดร่วมร่วมกัน เป็นหนึ่งเหตุผลที่ให้หลายเพลงของพวกเขาพุ่งติดชาร์ตอย่างรวดเร็ว

วงบีทีเอสได้ปล่อยเพลงดังมาอีกหลายเพลง ทั้ง DNA, FAKE LOVE, IDOL, ON จนไปติดชาร์ตเพลงระดับโลก และล่าสุดพวกเขาพาเพลง Dynamite เพลงภาษาอังกฤษเต็มเพลงครั้งแรกของพวกเขาไปขึ้นอันดับหนึ่งชาร์ตบิลบอร์ด ฮ็อต 100 (Billboard hot 100) ได้ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เปิดตัว ซึ่งในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พวกเขาก็ได้พาเพลง ON ขึ้นไปสู่อันดับ 4 ในชาร์ตนี้เช่นกัน

โดย Billboard Hot 100 ชาร์ตนี้ถือเป็นการจัดอันดับเพลงมาตรฐานของสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดเพลงใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก โดยการมีเพลงเข้าชาร์ตนี้ (ไม่จำเป็นต้องได้อันดับ 1)  ถือเป็นเครื่องวัดความสำเร็จของศิลปินในตลาดเพลงโลกได้เป็นอย่างดี

หลังจากนั้นการปล่อยเพลงของพวกเขาพุ่งขึ้นไปอยู่ที่หนึ่งชาร์ตเพลงในเวลาอันรวดเร็ว BTS เป็นศิลปินเคป๊อปกลุ่มแรกที่ได้ขึ้นแสดงบนเวที Billboard Music Awards ปี 2018 และอัลบั้ม Love Yourself: Tear ของพวกเขาก็ได้สร้างสถิติขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ต U.S. Billboard Top 200 ซึ่งถือเป็นศิลปินสัญชาติเกาหลีกลุ่มแรกที่ทำได้ 

และการก้าวสู่ศิลปินระดับโลกไม่ใช่เรื่องง่ายแต่สิ่งที่ยืนยันว่าพวกเขาประสบความสำเร็จในระดับโลกคือรางวัลจากงานประกาศรางวัลต่างๆ พวกเขาได้คว้ารางวัลจากหลายทั้งจากในและต่างประเทศ และจากความสำเร็จอย่างถล่มทลายของบีทีเอส ทำให้บิ๊กฮิตจากค่ายเล็กๆ ที่เคยติดหนี้จนเกือบล้มละลาย ก้าวขึ้นมาเป็นค่ายเพลงแถวหน้าของวงการบันเทิงเกาหลีอย่างเต็มภาคภูมิ จนในปัจจุบันได้ขยายกิ่งก้านสาขาไปในหลายวงการที่นอกจากวงการเพลง

 

อ้างอิง : koreaboo forbes CNN กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจ  Variety soompi  Korea Herald allkpop youtube MWAVE thebangkokinsight Big Hit Corporate Briefing with the Community vlive 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง