เตรียมตัวให้พร้อม! 'ดอยหลวงเชียงดาว' เปิดรับนักท่องเที่ยว 1 พ.ย.นี้

เตรียมตัวให้พร้อม! 'ดอยหลวงเชียงดาว' เปิดรับนักท่องเที่ยว 1 พ.ย.นี้
13 ตุลาคม 2563
866

เตรียมตัวให้พร้อม! เปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ "ดอยหลวงเชียงดาว" ให้ท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 63 - 28 ก.พ. 64

เมื่อวันที่ วันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา นายประกาศิต ระวิวรรณ นักวิชาการป่าไม้ชํานาญการ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ออกประกาศการกําหนดแนวทางปฏิบัติในการเข้าศึกษาธรรมชาติ บริเวณเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ "ดอยหลวงเชียงดาว" ประจําปี พ.ศ. 2563-2564 ระบุว่า

ตามที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว  ได้เปิดให้มีการศึกษาธรรมชาติและพักค้างแรม ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว บริเวณเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาว หน่วยพิทักษ์ป่าขุนห้วยแม่กอก (เด่นหญ้าขัด) ตําบลแม่นะ อําเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสและศึกษาธรรมชาติโดยตรง เป็นการสร้างจิตสํานึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริม การมีส่วนร่วมและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในท้องถิ่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จึงมีความจําเป็นต้องกําหนดแนวทางปฏิบัติ ในการเข้าไปศึกษาธรรมชาติบริเวณเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาว ตามแนวทางการจัดการเชิงระบบนิเวศ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครอง ดูแล รักษาหรือบํารุงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในพื้นที่ และเพื่ออํานวยความปลอดภัยให้กับประชาชน ดังนี้

1. เปิดให้มีการศึกษาธรรมชาติ บริเวณเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาว ในวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 แต่ละสัปดาห์ไม่อนุญาตให้ขึ้นในวันพุธ

2. กําหนดพื้นที่สําหรับกิจกรรมศึกษาธรรมชาติ ไว้เฉพาะบริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าขุนห้วยแม่กอก (เด่นหญ้าขัด) เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาว จุดพักแรมอ่างสลุง และยอดดอยหลวงเชียงดาว เท่านั้น ไม่อนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่หวงห้ามอื่น

3. สามารถเข้าศึกษาธรรมชาติ บริเวณเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาว ได้จํานวน 2 วัน และพักแรม 1 คืน เท่านั้น

4. กําหนดพื้นที่รองรับการพักแรมด้วยเต็นท์ บริเวณจุดพักแรมอ่างสลุง จํานวนไม่เกิน 150 คนต่อวัน

160257948667

5. ผู้ที่สนใจเข้าศึกษาธรรมชาติ บริเวณเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ "ดอยหลวงเชียงดาว" ต้องดําเนินการขออนุญาตเข้าพื้นที่ สําหรับบุคคลทั่วไป กรณีพักแรม ให้ยื่นเอกสารด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์ ณ สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เลขที่ 153 ถ.เจริญประเทศ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50100 หรือสามารถติดต่อสอบถามเรื่องการขออนุญาตเข้าพื้นที่ ได้ที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) หมายเลขโทรศัพท์ 053-233337 โดยยื่นเอกสารประกอบการขออนุญาตเข้าพื้นที่ อย่างน้อย 4 วัน ก่อนวันที่ประสงค์จะเข้าพื้นที่ ในวันและเวลาราชการ โดยนับจากวันที่ประทับตราลงรับหนังสือ การอนุญาตจะมีผลต่อเมื่อผู้อํานวยการ สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) พิจารณาลงนามอนุญาต เท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

6. เอกสารประกอบการขออนุญาตเข้าพื้นที่ ประกอบด้วย คําร้องขออนุญาตเข้าไปใช้สถานที่ ในพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า สําเนาบัตรประชาชนผู้ขออนุญาต และผู้ร่วมคณะทุกคน เบอร์โทรศัพท์พร้อมรายชื่อผู้ติดต่อ อย่างน้อย 2 เบอร์

7. การได้รับอนุญาตเข้าพื้นที่ ถือเป็นการจองสิทธิ์เข้าศึกษาธรรมชาติ บริเวณเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาว

8. เมื่อได้รับการอนุญาตเข้าพื้นที่แล้ว ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) จะดําเนินการส่งสําเนาคําร้องขออนุญาตเข้าไปใช้สถานที่ในพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า แก่ผู้ขอผ่านช่องทางติดต่อในแบบคําขอฯ หลังจากนั้นให้ผู้ได้รับอนุญาตติดต่อรายละเอียดการศึกษาธรรมชาติ ได้แก่ คนนําทาง ลูกหาบ รถรับจ้าง อุปกรณ์พักแรม และรายละเอียดอื่น ๆ ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว หมายเลขโทรศัพท์ 053 456623 ในเวลาราชการ

9. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จะตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าพื้นที่ เป็นรายบุคคลตามการขออนุญาตเข้าพื้นที่เท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรายชื่อหรือบุคคลที่เข้าพื้นที่ นอกเหนือจากที่ได้รับการอนุญาต

160257950848

10. ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องออกเดินทางโดยรถรับจ้าง จากที่ทําการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ไปยังหน่วยพิทักษ์ป่าขุนห้วยแม่กอก (เด่นหญ้าขัด) ไม่เกิน 10.00 น. และลงจากจุดพักแรมอ่างสลุง ไม่เกิน 09.00 น.

11. ผู้มาศึกษาธรรมชาติบริเวณเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาวทุกคน จะต้องทําประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล

12. ผู้มาศึกษาธรรมชาติบริเวณเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาวทุกคน จะต้องเข้ารับฟังการบรรยายแนะนําสถานที่ ระเบียบปฏิบัติในการเข้าพื้นที่ จากเจ้าหน้าที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว

13. ผู้มาศึกษาธรรมชาติบริเวณเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาว จะต้องมีคนนําทาง เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรในพื้นที่ อํานวยความสะดวก กํากับดูแลในเบื้องต้น และรักษาความปลอดภัย โดยกําหนดให้คนนําทาง 1 คน ดูแลผู้ศึกษาธรรมชาติสูงสุดได้ไม่เกิน 10 คน

14. ผู้มาศึกษาธรรมชาติบริเวณเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาว ไม่จําเป็นต้องมีลูกหาบแบกสัมภาระให้ แต่หากต้องการใช้บริการลูกหาบ ผู้ศึกษาธรรมชาติ จํานวน 5 คน สามารถใช้บริการลูกหาบได้เพียง 1 คน ผู้มาศึกษาธรรมชาติจึงต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และควรนําเฉพาะสิ่งของที่จําเป็นขึ้นไปเท่านั้น

15. ผู้มาศึกษาธรรมชาติบริเวณเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาว จะต้องใช้บริการรถรับจ้างของชมรมผู้ประกอบการรถนําเที่ยวอําเภอเชียงดาว ในการรับ-ส่ง จากที่ทําการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ไปยังหน่วยพิทักษ์ป่าขุนห้วยแม่กอก (เด่นหญ้าขัด) โดยผู้ศึกษาธรรมชาติสามารถโดยสารรถรับจ้างได้ จํานวน 5 คน พร้อมสัมภาระ

160257952651

16. ผู้มาศึกษาธรรมชาติบริเวณ "ดอยหลวงเชียงดาว" จะต้องจ่ายเงินค่ามัดจําขยะ และต้องนําขยะและของเหลือใช้กลับออกไปทิ้งนอกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบทุกคณะ และต้องตรวจสอบในขากลับอีกครั้งหนึ่ง ว่าได้มีการนําขยะหรือของเหลือใช้กลับออกมาหรือไม่ หากพบว่ามีการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม จะดําเนินการยึดเงินมัดจําขยะ และยังต้องถูกดําเนินคดีตามกฎหมายอีกด้วย และขอความ ร่วมมือลดปริมาณขยะและไม่นําพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวเข้าไปในพื้นที่

17. ห้ามนําเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท เข้ามาดื่มในบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันมิให้เกิดการส่งเสียงดัง สร้างความเดือดร้อน และรบกวนสัตว์ป่า ตลอดจนสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

18. ผู้มาศึกษาธรรมชาติบริเวณดอยหลวงเชียงดาว จะต้องปฏิบัติตามมาตรการการป้องกัน โรคตามที่ราชการกําหนดอันเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ทั้งนี้ อาศัยอำนาจความในมาตรา 53 มาตรา 54 และมาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 และให้ถือปฎิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 อย่างเคร่งคนัด

นอกจากนี้ เอกสารประกอบการขออนุญาตเข้าพื้นที่ มีดังนี้

  • แบบขออนุญาตเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า [https://bit.ly/2G8XU01]
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • เบอร์โทรศัพท์พร้อมรายชื่อผู้ติดต่อ อย่างน้อย 2 เบอร์
  • สำเนาทะเบียนรถทุกคัน (กรณีเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ หน้ายางกล้างไม่เกิน 10.5 นิ้ว สูงไม่เกิน 32.5 นิ้ว)

160257954522

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง