สร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ไตรมาส 4 ต้อนรับเลือกตั้งสหรัฐ

สร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ไตรมาส 4 ต้อนรับเลือกตั้งสหรัฐ
11 ตุลาคม 2563 | โดย มณฑล จุนชยะ | คอลัมน์ One’s Voice
497

เปิดบทวิเคราะห์สถานการณ์สำคัญช่วงไตรมาส 4 ของปี 2563 ที่จะเป็นปัจจัยสำคัญส่งผลต่อตลาดทุน ตลาดหุ้น โดยเฉพาะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะมีขึ้นช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ช่วงเวลานี้จะมีกลยุทธ์การลงทุนอะไรบ้าง? ควรปรับพอร์ตอย่างไร?

ปกติคนเรามักตัดสินใจทำอะไรบางอย่างบนข้อมูลที่เห็นอยู่ตรงหน้า ซึ่งเรียกได้ว่าเพียงพอหรือครบถ้วนในระดับหนึ่ง แต่ก็มีบ่อยครั้งที่ผลลัพธ์ไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวังไว้ซักทีเดียว ยกตัวอย่างเรื่องใกล้ตัว เช่น การพกร่มไปทำงานทุกวันในช่วงฤดูมรสุมแล้วไม่ได้ใช้ จนวันหนึ่งตัดสินใจทิ้งมันไว้ที่บ้านเพราะเห็นว่าท้องฟ้าปลอดโปร่งในตอนเช้า แต่พอใกล้จะเลิกงานเท่านั้นล่ะ ท้องฟ้ากลับมืดครึ้มและปกคลุมไปด้วยเมฆฝนที่กำลังเคลื่อนตัวมาอย่างไว หรือแม้กระทั่งเรื่องชีวิตและสุขภาพที่มีประโยคฮิตติดปากให้ฟังได้ยินอยู่เสมอว่า “ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน”

ในทางเดียวกัน การลงทุนในสินทรัพย์ก็มาพร้อมกับความไม่แน่นอนจากหลากหลายมิติ ซึ่งแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและเหตุการณ์ต่างๆ โดยหากมองภาพรวมในช่วง 1-3 เดือนถัดจากนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การเลือกตั้งในสหรัฐ (3 พ.ย.) นับเป็นแหล่งที่มาของความไม่แน่นอน ที่มีนัยสำคัญต่อการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ การค้าและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงการลงทุนทั่วโลกในอนาคตอีกด้วย จึงต้องขอเจาะประเด็นนี้กันเสียหน่อย

อย่างที่ทราบกันว่า โจ ไบเดน คือ ตัวแทนจากพรรคเดโมแครตผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ (ปธน.) กับ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ในครั้งนี้ ซึ่งผลสำรวจของหลายสำนัก ณ ปัจจุบัน บ่งชี้เป็นเสียงเดียวกันว่า ไบเดน มีโอกาสชนะในการเลือกตั้งค่อนข้างสูง ขณะที่แต้มต่อจากเว็บไซต์พนันออนไลน์ก็โน้มเอียงไปในทิศทางเดียวกันภายหลังการโต้วาทียกแรกของทั้งคู่เมื่อ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา แถมยังตรวจพบว่า ปธน.ทรัมป์และภริยา รวมถึงทีมงานหาเสียงติดเชื้อโควิด-19 อีก

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินว่าตลาดทุน โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐจะตอบรับในเชิงลบกับชัยชนะของ ไบเดน เนื่องจากนโยบายการปรับขึ้นภาษีธุรกิจจะส่งผลเสียต่อกำไรบริษัทจดทะเบียนสหรัฐในวงกว้าง แม้มองว่าจะเห็นการปรับฐานของตลาดหุ้นในระยะสั้น แต่หากมองยาวๆ ยังเชื่อว่านักลงทุนน่าจะได้รับประโยชน์ในแง่บรรยากาศการค้าโลกที่กลับมาดีขึ้น ซึ่งเอื้อต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงกลุ่มตลาดเกิดใหม่อีกครั้ง

ทว่า การประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในครั้งนี้จะใช้เวลานานกว่าปกติ เพราะผู้ออกเสียงหลายล้านคนหันมาใช้วิธีลงคะแนนทางไปรษณีย์ท่ามกลางการระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งอาจทำให้บางหน่วยเลือกตั้งมีข้อพิพาทในการนับคะแนนหรือเกิดการโกงเลือกตั้งจนถึงขั้นให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน

อย่างไรก็ดี แม้ผลชี้ขาดไม่น่าจะเกินกำหนดวันพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งปธน. (20 ม.ค.) ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่มองได้ว่าความไม่แน่นอนดังกล่าวจะเป็นปัจจัยที่ก่อความผันผวนในตลาดการเงินโลกจนถึงต้นปีหน้าเป็นอย่างช้า

หากเป็นเช่นนั้น กลยุทธ์การลงทุนในไตรมาส 4 ควรต้องสร้างภูมิคุ้มกันบางส่วนให้กับพอร์ตไว้ก่อน โดยยึดหลักการจัดสรรเงินลงทุนไปยังหลากหลายสินทรัพย์เพื่อกระจายความเสี่ยงที่มีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นในระยะอันใกล้ ซึ่ง บลจ.วรรณ แนะนำถือครองตราสารหนี้ในสัดส่วน 50% โดยแบ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ภาครัฐระยะสั้นและกองทุนตราสารหนี้เอกชนคุณภาพดีอย่างละครึ่งเพื่อลดความผันผวน

สำหรับสินทรัพย์เสี่ยง เลือกลงทุนในกองทุนหุ้นเป็นสัดส่วนไม่เกิน 35% โดยให้น้ำหนักกับกองทุนหุ้นทั่วโลกที่มีศักยภาพการเติบโตในอนาคตมากกว่ากึ่งหนึ่ง และกระจายเงินลงทุนไปยังตลาดหลักของแต่ละภูมิภาค ด้วยการมีสัดส่วนหุ้นจีนที่มากกว่าหุ้นสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น

ขณะที่หุ้นไทยคิดเป็นไม่เกิน 1 ใน 5 ส่วนที่เหลืออีก 15% จัดสรรในสินทรัพย์ทางเลือก ได้แก่ กองทุนทองคำ 10% และกองทุนและทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาฯ 5% เพื่อช่วยชดเชยความเสี่ยงบางส่วนให้กับพอร์ตลงทุนได้ ณ จุดนี้ ก็เหมือนเรามีร่มติดกระเป๋าไว้กันฝนในฤดูมรสุมแล้ว หวังให้ทุกท่านมีสุขภาพดีไปด้วยกัน ด้วยความห่วงใยครับ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง