'หญิงหน่อย'ชี้ต้องฟื้น'ภูเก็ต'กลับมาปลอดภัย อัดรัฐไร้มาตรการชัดเลยทำคนกลัว

'หญิงหน่อย'ชี้ต้องฟื้น'ภูเก็ต'กลับมาปลอดภัย อัดรัฐไร้มาตรการชัดเลยทำคนกลัว
10 ตุลาคม 2563
171

"สุดารัตน์" ลงพื้นที่ "ภูเก็ต" ชี้ ต้องฟื้นกลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยว อย่างปลอดภัย เป็นหลุมหลบภัย "โควิด" จี้ รัฐ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข วางระบบป้องกัน เพื่อดึงคนทั่วโลก อัก รัฐไร้มาตรการชัดเจน ทำคนพื้นที่กลัว นทท.ยกเลิกที่พัก

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต รับฟังปัญหาความเดือดร้อน โดยเฉพาะวิกฤตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่หายไป ซึ่งไม่ได้มีผลกระทบในระดับจังหวัดเท่านั้น แต่ทำให้รายได้ประเทศหายไปด้วย อย่างจังหวัดภูเก็ตซึ่งเคยทำรายได้เข้าประเทศรายได้ปีละกว่า 4 แสนล้านบาท และทำให้คนอีกกว่า 2แสนคนมีงานทำดังนั้นการมาภูเก็ต จึงมีข้อสรุปว่าต้องทำให้จังหวัดแห่งนี้กลับมา เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลังCOVID-19 อย่างปลอดภัย ทำให้จังหวัดภูเก็ตเป็นหลุมหลบภัยจาก COVID-19’ ให้คนทั่วโลกมาท่องเที่ยว หรือมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย ซึ่งแรกเลยคือ รัฐต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขด้านการรักษา และป้องกัน COVID-19 อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมประกาศสร้างความมั่นใจให้ทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ ว่าไทยเรามีระบบควบคุมการระบาดที่มีประสิทธิ์ภาพ และหากมีการติดเชื้อเราก็สามารถรักษาให้หายได้ โดยสถานประกอบการสามารถรักษามาตรฐานการป้องกัน COVID-19 ได้ ซึ่งต้องวางระบบการป้องกันในเชิงระบาดวิทยาซึ่งสามารถควบคุมพื้นที่หากมีการระบาดกรณีฉุกเฉินได้

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า พร้อมเชิญชวนคนที่จะเข้ามาใช้ชีวิตท่องเที่ยวและทำงาน ภายใต้นิยามว่า ‘Staycation’  โดยมีการกักตัว ในสถานที่พักผ่อนที่สามารถทำกิจกรรมผ่อนคลาย และทำงานไปพร้อมกัน โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลควบคุม ซึ่งหากดำเนินการได้จะสามารถรับคนที่จะมาทำงานได้จากทั่วโลก และเห็นว่าหากลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำเร็จ จะสามารถดึงคนเข้ามาทำงานหรือท่องเที่ยวในระยะยาว เพื่อใช้ประเทศไทย เป็นหลุมหลบภัย COVID-19 ได้ ซึ่งภาครัฐอาจต้องอำนวยความสะดวกเรื่องวีซ่า รวมถึงการรับรองความปลอดภัย พร้อมเก็บรายได้จากการเข้ามาใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า วันนี้เป็นที่น่าเสียดายที่รัฐยังไม่สามารถออกมาตรการให้ประชาชนเกิดความมั่นใจได้ว่า รัฐมีความพร้อมสำหรับการรับมือ COVID-19 ได้ ยิ่งไปกว่านั้น การข่าวสารข้อมูลของรัฐบาลต้องนานไม่สับสนเช่น 2-3 วันนี้ทราบว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีน กลุ่มแรกเข้ามาแต่ก็ถูกเลื่อนมาเรื่อย ก็ยังไม่มีมาตรการว่าเอาเข้ามาแล้ว จะให้อยู่ตรงไหน ทำอย่างไรกักตัวหรือไม่ จึงต้องทำมาตรฐานทางด้านการสาธารณสุข ให้คนเกิดความมั่นใจ โดยเฉพาะการกำกับควบคุมไม่ให้โรคเกิดการระบาด เหล่านี้คือสิ่งที่เคยเสนอไปหลายครั้งแต่ไม่ได้รับการตอบสนองจากภาครัฐ เมื่อรัฐบาลไม่มีมาตรการที่ชัดเจนจึงสร้างความหวาดกลัวให้คนในพื้นที่รวมถึงนักท่องเที่ยวคนไทย ก็ยกเลิกการจอง รายได้ที่คิดไว้ก่อนหน้าจึงหายไป

"เราไปภาคภูมิใจกับความเป็นแชมป์โลก ที่ไม่มีการติด COVID-19 แต่ถามว่าวันนี้ เราจะรักษาแชมป์การที่ไม่มีคนติด COVID-19 เลย กับการที่จะทำให้คนไทยอยู่อย่างปลอดภัยกับCOVID-19 แล้วเศรษฐกิจเดินได้ จะเลือกอะไร การให้ข้อมูลของภาครัฐยังสับสน ไม่มีความชัดเจนแน่นอน อย่างกรณีนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกจากจีน ที่รัฐบาลจะหวังเป็นข่าวดีในการฟื้นธุรกิจท่องเที่ยว แต่ปรากฏว่า แต่ละหน่วยงาน แต่ละรัฐมนตรีออกมาประกาศไม่ตรงกันเลยสร้างความสับสน ต่างคนต่างพูด รวมถึงไม่มีมาตรการสร้างความมั่นใจ ได้เลยว่า รัฐจะมีความสามารถและมีศักยภาพในการควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดได้ จนทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ตั้งใจที่จะไปเที่ยวที่ภูเก็ตแห่กันยกเลิกที่พัก เพราะกลัวว่าเมื่อมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้ามาจะมีการระบาดรอบสองอีกหรือไม่ เมื่อมีนักท่องเที่ยวจากต่างชาติเข้ามา แน่นอนว่าคนไทยต้องการรับนักท่องเที่ยว แต่หากไม่มีมาตรการที่ชัดเจน ก็ต้องกลัวไว้ก่อน สิ่งเหล่านี้ จึงเป็น สิ่งที่น่ากังวล" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

ด้านนายต่อพงษ์ วงศ์เสถียรชัย กรรมการผู้จัดการบริษัท เลิฟอันดามัน จำกัด สะท้อน 5 ข้อเรียกร้องไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1.ให้โครงการเที่ยวไปด้วยกัน ขยายการใช้จ่ายไม่ใช่แค่สายการบินและโรงแรม แต่ครอบคลุมถึงทัวร์บก ทะเล เรือเฟอร์รี่ ซึ่งจะเชื่อมโยงถึงเกาะต่างๆ ด้วย รวมถึงรถเช่าต่างๆ ที่จะทำให้คนเที่ยวได้ถูกลง เมื่อดูจากยอดการใช้จ่ายของโครงการจังหวัดภูเก็ตอยู่อับดับ 4 ทั้งที่มีห้องพักมากที่สุด และบาดเจ็บมากที่สุด เพราะค่าใช้จ่ายเดินทางสูงกว่า 2.โครงการท่องเที่ยวของ อสม. ที่กำหนดให้เที่ยวข้ามจังหวัด มีรถรับส่งที่พัก และอาหาร ภายใต้งบประมาณ 2,000 บาททำให้ไม่สามารถไปเที่ยวไกลๆ ได้ ภูเก็ตจึงไม่ได้รับโอกาสที่นักท่องเที่ยวจะมาใช้จ่าย ควรบกเลิกเงื่อนไขบางประการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดที่พึ่ฃพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก 3.ธุรกิจต่างๆ ตามเกาะปิดตัวเพราะไม่มีนักท่องเที่ยวเช่น เกาะพีพี ดังนั้นหากเปิดอ่าวมาหยา หรือเกาะตาชัย โดยจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันและกำหนดเงื่อนไขให้นักท่องเที่ยวไปค้างเกาะพีพีและใช้เรือหางยาวชาวบ้าน ซึ่งจะเปิดในลักษณะช่วงเวลาพิเศษให้คนไทยได้ชมความงดงามของทรัพยากรธรรมชาติในช่วงโควิดปิดการท่องเที่ยวจากต่างชาติ ถือเป็นการใช้วิกฤติเป็นโอกาส ยกระดับการท่องเที่ยวให้มีมาตรฐานมากขึ้น 4.หน่วยงานราชการทำงานบูรณาการณ์ให้มากขึ้น การประชุม ครม. ควรลงมาฟังผลกระทบจริงให้เห็นปัญหาจริง หรือลงไปพักในที่ๆเป็นปัญหา หากแก้ไขปัญหาตรงจริงได้เร็วก็ช่วยคนที่จะตายได้ง่าย อย่าแบ่งพรรคหรือกลัวเสียหน้าว่านโยบายที่ออกมาดีแล้วแต่ไม่ปรับปรุง

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง