'มั่งคั่งแต่ไม่เติบโต' สุพัฒนพงษ์ กระตุ้น'สภาพัฒน์'ระดมสมองสร้างอนาคต-ความเชื่อมั่นประชาชน

'มั่งคั่งแต่ไม่เติบโต' สุพัฒนพงษ์ กระตุ้น'สภาพัฒน์'ระดมสมองสร้างอนาคต-ความเชื่อมั่นประชาชน

"สุพัฒนพงษ์” ชี้ปัญหาเศรษฐกิจไทย มั่งคั่งแต่ไม่เติบโต กระตุ้น “สภาพัฒน์” ระดมสมองมองอนาคต-สร้างความเชื่อมั่นประชาชน

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2563 ณ ห้องประชุม 521 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายสุพัฒนพงษ์  พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เดินทางมาตรวจเยี่ยมราชการและมอบนโยบายแก่ผู้บริหาร สศช. โดยมี นายดนุชา  พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สศช. ให้การต้อนรับและรับมอบนโยบาย 
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวความตอนหนึ่งว่า นับตั้งแต่ที่ไทยมีโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือ Eastern Seaboard Development Program ทุกประเทศในอาเซียนต่างดูประเทศไทยเป็นแบบอย่างด้านการพัฒนา แต่เพราะความขัดแย้งภายในประเทศในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ประเทศไทยมีการพัฒนาที่ถดถอยลง โดยในขณะนี้แม้ว่าประเทศไทยจะมีความมั่งคั่ง มีเงินสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และมีหนี้ภาครัฐอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แต่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยยังไม่น่าพอใจ และประชาชนยังไม่รู้สึกว่ามีชีวิตที่ดีขึ้น 
อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ถือเป็นทั้งวิกฤตและโอกาส กล่าวคือแม้การระบาดของโรคจะกระทบต่อประเทศไทยค่อนข้างมาก เพราะรายได้หลักของเรามาจากการท่องเที่ยวและการบริการ แต่เนื่องจากประเทศไทยมีระบบสาธารณสุขโดยเฉพาะกลไกอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่เข้มแข็ง จึงช่วยให้ไทยสามารถบริหารจัดการกับโรคระบาดได้เป็นอย่างดี จึงนับเป็นจังหวะที่ดีที่เราจะตั้งตัว คิดเรื่องใหม่ๆ เพื่อพัฒนาและขยับแซงประเทศอื่นได้ 
รองนายกฯ กล่าวต่อว่า สศช. เป็นหน่วยงานมันสมองของประเทศ มีความสามารถในการมองภาพรวม มีข้อมูลและภารกิจในความรับผิดชอบจำนวนมาก ดังนั้น ขอให้ช่วยกันคิดว่าประเทศไทยควรเดินหน้าไปในทิศทางใด ที่สำคัญ จะทำอย่างไรให้สภาพัฒน์สามารถเรียบเรียงและนำเสนอข้อมูลได้อย่างกระชับ เข้าใจง่าย รวมถึงให้มีการเปรียบเทียบผลการพัฒนาของประเทศไทยกับต่างชาติ นอกจากนี้ ต้องทำงานอย่างรวดเร็ว และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักลงทุน ซึ่งตนเชื่อว่าไม่มีหน่วยงานใดทำได้ดีกว่าสภาพัฒน์ แม้ทั้งหมดนี้จะเป็นงานที่ยากและท้าทาย แต่หากทำได้ จะมีส่วนทำให้ สศช. เป็นองค์กรที่เข้มแข็ง และสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศอย่างมาก 

ด้าน เลขาธิการ สศช. ได้แนะนำคณะผู้บริหาร สศช. รวมทั้งภารกิจขององค์กร โดยได้เน้นย้ำในตอนท้ายว่า สศช. ให้ความสำคัญในเรื่องการระดมสมองเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ และการทำงานข้ามสายงาน โดยหลังจากนี้ ทุกคนจะทำงานอย่างหนักและเข้มข้นต่อไป เพื่อช่วยให้การแก้ไขปัญหาของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน

160224356426