ผ่าเงื่อนไข 'ที่พักผู้สูงอายุ รามา-ธนารักษ์' เริ่ม 1.82 ล้าน ดีเดย์เปิดจอง 9 พ.ย.63

ผ่าเงื่อนไข 'ที่พักผู้สูงอายุ รามา-ธนารักษ์' เริ่ม 1.82 ล้าน ดีเดย์เปิดจอง 9 พ.ย.63
30 กันยายน 2563
34,184

ผ่าเงื่อนไข "ที่พักผู้สูงอายุครบวงจร" บนที่ดิน 20 ไร่ ปักหมุดสมุทรปราการ โดยโรงพยาบาลรามาธิบดีและกรมธนารักษ์ ราคาเริ่ม 1.82 ล้าน เปิดจองตั้งแต่ 9 พ.ย.2563 - 30 พ.ย.2563

(ข้อมูลอัพเดทเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2563)

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ประเทศไทย กำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ สะท้อนจากสถิติในปี 2562 ที่พบว่าประชากรในประเทศไทยกว่า 66.5 ล้านคน กว่า 11.13 ล้านคน หรือราว 16.73% เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป ซึ่งมากกว่าประชากรเด็ก และแนวโน้มนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2564 มีการคาดการณ์ว่าผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นถึง 20% ของประชากรไทย ขณะที่อัตราการมีลูกกลับลดลง เฉลี่ยแต่ละบ้านจะมีลูกประมาณ 1.5 คน

จากแนวโน้มดังกล่าวทำใหเห็นภาพว่า อนาคตผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น จะไม่มีลูกหลานดูแล ปัจจุบันจึงทำให้ผู้ประกอบการหรือหน่วยงานต่างๆ พัฒนาที่อยู่อาศัย รวมถึงฟาซิลิตี้รองรับสังคมผู้สูงอายุที่มีคุณภาพมากขึ้น เช่นเดียวกับโครงการ "ที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามา-ธนารักษ์" ที่จัดทำโดยความร่วมมือของ 2 หน่วยงาน ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และกรมธนารักษ์ 

  • "ที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามา-ธนารักษ์" คืออะไร? มีรูปแบบอย่างไรบ้าง?

โครงการศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจร (Senior Complex) เป็นโครงการนำร่องของกรมธนารักษ์ ร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งจัดสร้างโดยและบริหารโครงการโดยบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลัง 

160144624650

โดยใช้ที่ราชพัสดุ ที่ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เนื้อที่ทั้งหมด 20 ไร่ ออกแบบเป็นที่พักผู้สูงอายุ อาคาร 8 ชั้น ทั้งหมด 7 อาคาร ซึ่งรวมห้องพักทั้งหมด 921 ห้อง มีขนาดตั้งแต่ 31.71-49.66 ตารางเมตร โดยราคาเริ่มต้น 1.82 ล้านบาม ไปจนถึง 2.99 ล้านบาท

160502018485

  • คุณสมบัติ "ผู้สูงอายุ" ที่จะเข้าพักในโครงการนี้

1.ผู้สูงอายุสามารถใช้สิทธิเข้าร่วมโครงการได้รายละไม่เกิน 1 สัญญา อายุ 60 ปีขึ้นไป ณ วันที่เข้าพัก 

2.พักอาศัยได้เกิน 2 คนต่อ 1 ยูนิต โดยให้ผู้ที่มีคุณสมบัติหลักสัญชาติไทย อย่างน้อย 1 คน 

3.ผู้สูงอายุจะต้องผ่านการคัดกรองสุขภาพตามหลักเกณฑ์ที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีกำหนดก่น จึงสามารถเข้าพักอาศัยในโครงการได้

4.สามารถรับเงื่อไขการกู้จากสถาบันการเงินได้ สำหรับกรณีขอสินเชื่อ

5.ไม่สามารถซื้อขายหรือโอนสิทธิการเช่าให้บุคคลอื่นได้ เว้นแต่ขายคืนให้แก่ผู้บริหารโครงการ และกรณีที่ประสงค์จะออกจากโครงการก่อนกำหนดหรือกรณีเสียชีวิต สิทธิการพักอาศัยจะถูกระงับทันที โดยไม่ตกทอดแก่ทายาท โดยผู้บริหารโครงการจะมีข้อกำหนดในการคืนเงินของผู้ได้รับสิทธิอยู่อาศัยให้กับผู้รับผลประโยชน์

โดยมีตัวอย่างห้องพักสำหรับผู้สูงอายุขนาดต่างๆ ดังนี้

160144806988

  • เปิดสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ

1.สิทธิในการพักอาศัย 30 ปี 

2.สินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนเป็นไปตามเงื่อนไขของสภาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ 

3.กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถใช้บริการของสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ หรือโรงพยาบาลอื่นๆ ตามสิทธิของบุคคลนั้นๆ หรือหากเจ็บป่วยในระดับปฐมภูมิ สามารถใช้บริการโครงการส่วนขยายห้องตรวจผู้ป่วยนอก (Extended OPD) ที่ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

4.มีการจัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ โดยใช้ระบบสมาชิก หรือรูปแบบผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Health Package) ให้เลือกตามค่าใช้จ่ายที่คณะแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้ายกำหนด

5.เมื่อเข้าสู่ถาวะต้องพึ่งพิงหรือติดเตียงและเป็นผู้ป่วยระยะท้าย สามารถใช้บริการ Nursing Home Zone หรือพื้นที่ส่วนให้การดูแลสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการพักฟื้นและฟื้นฟูสุขภาพ และ Hospice Zone หรือศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย โดยมีหลักเกณฑ์และค่าใช้จ่ายตามที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีกำหนด 

160144831365

ซึ่งกำหนดเปิดจองสิทธิพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 9-30 พฤศจิกายน 2563 โดยผู้สูงอายุหรือลูกหลานผู้สูงอายุสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดผ่านทางเว็บไซต์ ได้ทั้งกรมธนารักษ์ www.treasury.go.th คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี https://med.mahidol.ac.th และบริษํท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์จำกัด (ธพส.) www.dad.co.th 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง