‘เพื่อไทย’ ใต้เงา ‘หญิงอ้อ’ ดีลซ้อนดีล ‘การเมืองขั้วใหม่’

‘เพื่อไทย’ ใต้เงา ‘หญิงอ้อ’ ดีลซ้อนดีล ‘การเมืองขั้วใหม่’
30 กันยายน 2563
4,368

'รัฐบาลแห่งชาติ' อาจเกิดขึ้นยาก ณ เวลานี้ แต่กลเกมการเมืองที่เกิดขึ้น ถือเป็นจังหวะที่ต้องจับตาเพราะอาจมี'ดีลซ้อนดีล' ที่เหนือชั้นกว่าการเป็นรัฐบาลแห่งชาติ

แม้จะมีคำกล่าวที่ว่า การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร แต่สำหรับ พรรคเพื่อไทยและ พลังประชารัฐแล้ว นาทีนี้บรรดากูรูรวมถึง “คอการเมือง ต่างฟันธงเป็นเสียงเดียวกันว่า ช้อยที่ทั้ง2พรรคจะจับมือตั้ง รัฐบาลแห่งชาติ ให้ตัดไปได้เลย

ด้วยบริบทการเมือง ณ ปัจจุบัน จริงอยู่ที่อาจมีการมองว่า อยู่ในขั้นวิกฤติประเทศเดินมาถึงทางตัน แต่ต้องไม่ลืมว่า การที่จะมี รัฐบาลแห่งชาติ ได้นั้น ย่อมหมายรวมไปถึง การไม่มีฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แต่ใน รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 106 บังคับให้ต้องมีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ดังบทบัญญัติที่ว่า 

ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีเข้าบริหารราชการแผ่นดินแล้วพระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุด และสมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ ยังคงเป็นไปได้ยาก เพราะแม้พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นตัวละครสำคัญจะยอมจับมือพลังประชารัฐจริง

แต่ยังต้องเจอเสี้ยนหนามสำคัญอย่าง "พรรคประชาธิปัตย์" ที่ต่างฝ่ายต่างประกาศกร้าวไม่ขอร่วมงานกันทางการเมือง หรือหากเป็นไปตามที่มาการวิเคราะห์กันก่อนหน้าคือพลังประชารัฐเดินเกมบีบประชาธิปัตย์ออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแล้วจับมือกับพรรคเพื่อไทยตามที่มีกระแสข่าวจริง

มีคำถามตามมาว่า พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคที่มีส.ส.มากที่สุดในสภาจะยอมให้พลังประชารัฐคอนโทรลได้โดยง่ายหรือไม่? กลับกันพลังประชารัฐจะยอมหลีกทางโดยให้เพื่อไทยมาเป็นแกนนำหรือมีบทบาทสำคัญหรือไม่? หรือจะมีแนวทางใดที่ทำให้ทั้ง2ฝ่ายสมประโยชน์ด้วยกันทั้ง2ฝ่าย?

สมมุติว่า เป็นไปตามที่มีกระแสข่าวคือ "เพื่อไทย-พลังประชารัฐ" จับมือกันตั้งรัฐบาลจริงเชื่อได้เลยว่า ถึงนาทีนั้นแรงต่อรองย่อมมีสูงไม่แพ้ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน 

ขณะเดียวกันหากพรรคเพื่อไทยยอมที่จะจับมือกับพลังประชารัฐเป็นรัฐบาลแห่งชาติ นั่นย่อมหมายถึงการผลักพรรคก้าวไกลจากมิตรให้กลายเป็นศรัตรู ยังไม่นับรวมความนิยมของพรรคที่อาจจะลดลงทั้งในแง่แฟนคลับและฐานมวลชน แม้จะมีนักการเมืองบางกลุ่มสมประโยชน์กับการเข้าร่วมในครั้งนี้ก็ตาม

ดังนั้นหากจะเรียกสูตรการเมืองที่ "เพื่อไทย-พลังประชารัฐ" จับมือกันตั้งรัฐบาลแล้วสถาปนาว่าเป็น"รัฐบาลแห่งชาติ" โดยยังมีพรรคก้าวไกลเป็นพรรคฝ่ายค้าน โมเดลนี้ก็คงเป็นเพียงแค่การประดิษฐ์วาทะกรรมที่สวยหรูเท่านั้น

 ปรากฎการณ์ภายในพรรคเพื่อไทยที่เกิดขึ้น จึงมีการจับตาไปที่ การผ่าตัดใหญ่ เปิดทาง คุณหญิงอ้อ” พจมาน ดามาพงษ์ภรรยา นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯรัฐมนตรี ออกจากหลังฉากมาอยู่ หน้าฉาก ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

เพราะต้องยอมรับว่า การผ่าตัดใหญ่ในครั้งนี้มีผลสืบเนื่องมาเป็นระลอกทั้งจากปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค ที่บางคนถึงขั้น ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ แม้หน้าฉากจะปฏิเสธเสียงแข็งบอกว่า ไม่มี!ไม่มี อะไรเลยก็ตาม

อีกหนึ่งเงื่อนไขที่นำไปสู่การผ่าตัดใหญ่ในครั้งนี้ หนี้ไม่พ้นบทบาทหน้าที่การเป็นพรรคฝ่ายค้าน ในฐานะผู้คุมเกม ที่พ่วงตำแหน่งในสภาทั้ง ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราฎรรวมถึง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือ  วิปฝ่ายค้าน” ที่อาจไม่ได้ฉายแสงดังที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะศึกษาฟอกครั้งล่าสุดเมื่อช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมา

ครั้งนั้นเพื่อไทยถูกเสียงครหาต่างๆนานาทั้งในเรื่องการ เปิดเกมยื้อซักฟอก ,เสียงครหาเรื่องคุณขอมา จนทำให้ “2ป. คือ ป.ป้อมประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ ป.ป๊อก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย รอดซักฟอกไปได้อย่าหวุดหวิด มิหนำซ้ำป.ป้อม ยังได้รับเสียงเห็นชอบมากที่สุดทั้งที่ไม่ถูกซักฟอก  ผิดกับพรรคก้าวไกลที่ในเวลานั้นแจ้งเกิดทั้งในประเด็นป่ารอยต่อ,รวมถึงประเด็นการใช้งบของรัฐบาลในการใช้โซเชียลเพื่อทำไอโอ 

หลังจากนั้นบทบาทหน้าที่ของเพื่อไทยในฐานะแกนนำฝ่ายค้านยังไม่ปังดังที่ควรจะเป็น หลายครั้งสะท้อนภาพการเป็นฝ่ายเดินตามหลังพรรคก้าวไกล รวมถึง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า ขณะที่การชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาเมื่อวันที่19ก.ย. ที่ผ่านมาพรรคยังถูกดึงไปอยู่วังวนม็อบแต่กลับมีพรรคก้าวไกลเป็นตัวชูโรงหลัก

ปัจจัยทั้งหมดทั้งมวลตามที่กล่าวมา จึงต้องจับตาไปที่การเข้าสู่ หน้าฉาก” ของ คุณหญิงอ้อ ที่ในครั้งนี้ เข้ามาผ่าตัดใหญ่เพื่อไทยทั้งในแง่ของการรีโนเวทเพื่อสร้างแบรนด์ใหม่ การหลบฉากม็อบนศ.หลังเกิดเสียงครหาในเรื่อง ท่อน้ำเลี้ยง จากคนแดนไกล

รวมทั้งการกันตัวออกจากข้อเสนอที่ ทะลุเพดาน ของกลุ่มนักศึกษาที่มีการส่งสัญญาณว่าพรรคกำลังเดินผิดที่ผิดทาง

160140435662

การเข้าสู่หน้าฉากของ คุณหญิงพจมาน ในครั้งนี้ที่ว่ากันว่าจะขนอดีตสมาชิกไทยรักไทย ไทยรักษาชาติ และกลุ่มแคร์ ซึ่งเป็นเป็นสายตรงของอดีตนายกทักษิณกลับมาด้วย จึงถือเป็นจังหวะก้าวย่างที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะนอกเหนือการการรื้อใหญ่พรรคในครั้งนี้แล้ว ยังมีการจับตาไปที่ "สมการ" หรือ "สูตรการเมือง" ในขั้นต่อไป 

แม้บรรดากูรูการเมืองจะฟันธงว่า ดีลลับรัฐบาลแห่งชาติจะยังไม่เกิดขึ้นเร็วๆนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มี “กลเกมการเมืองใหม่เกิดขึ้น ไม่แน่ว่า เมื่อถึงเวลานั้นอาจมีดีลซ้อนดีลที่อาจจะเหนือชั้นกว่าการเป็นรัฐบาลแห่งชาติก็เป็นได้

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง