โลโก้ 3 ยุค 'ทรท.-พปช.-พท.'

โลโก้ 3 ยุค 'ทรท.-พปช.-พท.'
29 กันยายน 2563 | โดย อนุรักษ์ เพ็ญสวัสดิ์
1,263

“โลโก้พรรค” หรือภาพเครื่องหมายพรรค มักจะมีความเชื่อทางโหราศาสตร์ว่า จะมีผลต่อ “ดวงการเมือง” ของพรรคนั้นๆ 

ความเปลี่ยนแปลงของพรรคเพื่อไทย ที่นอกจากการลาออกจากประธานยุทธศาสตร์พรรค ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ และลาออกจากหัวหน้าพรรค ของนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ซึ่งส่งผลให้มีการปรับโครงสร้างพรรคใหม่แล้ว พรรคเพื่อไทยยังใช้สถานการณ์นี้ ปรับเปลี่ยนโลโก้พรรคใหม่ไปพร้อมกัน

น่าสนใจว่าการเปลี่ยนแปลง “โลโก้พรรค” หรือภาพเครื่องหมายพรรค มักจะมีความเชื่อทางโหราศาสตร์ว่า จะมีผลต่อ “ดวงการเมือง” ของพรรคนั้นๆ 

กว่าจะมาเป็นพรรคเพื่อไทย ต้องย้อนกลับไปถึงดูพัฒนาการของพรรคการเมืองในเครือข่ายของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่ยืนหยัดอยู่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยมานานกว่า 20 ปี และมีการเปลี่ยนหัวพรรคจากการถูกยุบต้นกำเนิด และต่อเนื่องมาแล้วถึง 2 พรรค

“สายพันธุ์” ของพรรคเพื่อไทย เริ่มต้นมาจากพรรคไทยรักไทย ชื่อย่อคือ “ท.ร.ท.” จดทะเบียนก่อตั้งพรรค เมื่อ 24 กรกฎาคม 2541 นำโดย ทักษิณ ชินวัตร ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งติดต่อกัน 2 สมัย ก่อนจะถูกยุบพรรคในอีก 9 ปีต่อมา เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 และกรรมการบริหารพรรคถูกเพิกถอนสิทธิ์การเมือง เป็นเวลา 5 ปี

โลโก้ของพรรคไทยรักไทย ใช้ตัวอักษรที่เป็นตัวย่อชื่อพรรค “ท.ทหาร” ซึ่งมีการนำแถบสีของธงชาติไทยมาติดไว้ตรงกลางตัวอักษร และส่วนหัวของตัวอักษร “ท” จะเป็นลักษณะเหลี่ยมและแหลม ซึ่งแนวคิดการออกแบบโลโก้ไทยรักไทยในช่วงเริ่มต้น มาจากการให้ความสำคัญกับความเป็นไทยเป็นหลัก โลโก้ตัว ท.ทหาร ที่มีส่วนหัวแหลมคมทั้งสองตัว สื่อความหมายถึงการมุ่งไปข้างหน้า แล้วนำธงชาติไทยที่ออกแบบในรูปแบบที่สื่อว่ากำลังมุ่งไปข้างหน้า

ที่น่าสนใจคือ หัวตัวอักษร ท.ทหาร หัวตัด ที่ทักษิณชินวัตร ตีความว่าคล้ายกับเลขหนึ่งอารบิก จึงเลือกรูปแบบดังกล่าว และเน้นสามสี ซึ่งเป็นสีของ “ธงชาติ”

หลังจากที่พรรคไทยรักไทยล่มสลายลง บรรดานักการเมืองแถวสองของพรรค ก็ได้กลับมารวม “ดีเอ็นเอ” ก่อนจะก่อกำเนิดพรรคใหม่ขึ้นเป็น “พรรคพลังประชาชน” มีชื่อย่อพรรรคว่า “พปช.” ก่อนจะถูกยุบพรรคเมื่อ 2 ธันวาคม 2551 โดยโลโก้ของพรรค ใช้ตัวอักษร “พ.พาน”

สีน้ำเงิน โดยเส้นทแยงจากล่างซ้ายขึ้นบนขวาเป็นสีแดง และขาว ตัวอักษร “พ” ลักษณะหัวแหลมคล้ายกับไทยรักไทย ภายใต้รูปลักษณ์อักษร “พ” ที่มีสองสี คือสีน้ำเงินหมายถึงความรู้สึกสามัคคีของคนไทยทั้งประเทศ  สีแดง หมายถึงความเป็นชาติไทย 

แม้พรรคการเมือง “สายพันธุ์ทักษิณ” จะถูกยุบลงอีก ถึง 2 ครั้ง 2 ครา แต่บทบาททางการเมืองก็ไม่ได้จบสิ้น เพราะนักการเมืองกลุ่มนี้ กลับมารวมตัวกันอีกในนาม “พรรคเพื่อไทย” ใช้ชื่อย่อว่า “พท.”

โลโก้ของพรรคเพื่อไทย แทบจะไม่แตกต่างจาก 2 พรรคก่อนหน้านี้ โดยใช้ตัวอักษร “พ.พาน” มี “ท.ทหาร” พ่วงมาด้วย และยังคงใช้แถบสีของธงชาติไทยมาประกอบไว้ตรงกลางตัวอักษรทั้งสอง โดยส่วนหัวของตัวอักษร “พท.” จะเป็นลักษณะหัวแหลมไม่ต่างกับโลโก้พรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน

มีการอธิบายความหมายชื่อ พรรคเพื่อไทยว่า คือการรู้รักสามัคคีและรวมกันเป็นพลังอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติ ส่วนตัวอักษรไทยพรรคเพื่อไทย หมายความว่าความมุ่งมั่นรวมเอาคนไทยจากทุกภาคส่วนมาระดมสติปัญญา กำหนดนโยบายทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว เพื่อร่วมกันพัฒนาชาติไทยให้เจริญรุ่งเรือง มั่นคง ยั่งยืนตลอดไป

160131640353

ภาพ:โลโก้พรรคเพื่อไทยแบบเก่า-ใหม่

ล่าสุด พรรคเพื่อไทยได้มีมติให้เปลี่ยนโลโก้ของพรรคใหม่ โดยปรับใช้รูปแบบตัวอักษร หรือฟอนต์ที่ชื่อว่า “อู่ทอง” ซึ่งตัวอักษร มีหัวกลมชัดเจนทั้งสองตัว และกำหนดให้ส่วนหางของตัวอักษรตรงเท่ากัน

การเปลี่ยนโลโก้หรือสัญลักษณ์ของพรรคการเมืองที่เรามักจะได้เห็นกันบ่อยๆ ถือเป็นการช่วยเสริมเคล็ดหรือดวงชะตาให้พรรคการเมืองหรือไม่ ได้โทรศัพท์ สอบถาม ซินแสภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล โหรชื่อดัง ถึงความหมายในการเปลี่ยนแปลงโลโก้พรรค ก็มีคำอธิบายว่า รูปทรงของตัวอักษรจะสามารถบ่งบอกได้ถึงธาตุต่างๆ เช่น รูปทรงแหลม จะหมายถึงธาตุไฟ รูปทรงกลม จะหมายถึงธาตุน้ำ

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบตัวอักษรย่อของพรรคเพื่อไทย จึงอาจเป็นไปได้ว่าทางพรรคต้องการสื่อว่าสามารถปรับตัวได้ทุกสถานะเหมือนกับน้ำ เพราะหากน้ำไปอยู่ในแก้ว ก็จะกลายรูปร่างเป็นแก้วน้ำ แต่หากเข้าไปอยู่ในขวด ก็จะกลายเป็นรูปขวด

ส่วนแถบสีแดง แสดงถึงธาตุไฟ และแถบสีน้ำเงิน แสดงถึงธาตุน้ำ แต่อีกส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นการใช้สีสันเพื่อสร้างการจดจำให้กับคนทั่วไปได้ง่ายด้วย

ซินแส ภาณุวัฒน์ สะท้อมุมมองว่า การปรับเปลี่ยนสัญลักษณ์ของพรรคเพื่อไทย ส่วนหนึ่งอาจมาจากความต้องการลดกระแสการไม่ยอมรับจากสังคม หลังถูกมองว่า เป็นพรรคการเมืองที่เข้าร่วมกับกลุ่มการเมืองคนรุ่นใหม่ที่มีการแสดงออกต่อสถาบันเบื้องสูงในทางลบ จึงต้องการนำเอาตัวเองออกจากกระแสสังคมเหล่านี้

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง