มีโอกาสฟื้นจากต่ำ 1250 จุด จากความเสี่ยงรัฐประหารที่ต่ำลงในระยะสั้น

มีโอกาสฟื้นจากต่ำ 1250 จุด จากความเสี่ยงรัฐประหารที่ต่ำลงในระยะสั้น
28 กันยายน 2563 | โดย บล.ยูโอบี เคย์เฮียนฯ
579

การเมืองมีสัญญาณของการประนีประนอมในรัฐสภา

ความเคลื่อนไหวของคุณพญิงพจมาน ดามาพงศ์ รวมถึงการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดใหม่ ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ของการประนีประนอมในรัฐสภา ซึ่งอาจมีโอกาสพัฒนาเป็น “รัฐบาลแห่งชาติ” ความเป็นไปได้ดังกล่าวลดความเสี่ยงของผลลัพธ์การเกิดรัฐประหาร ซึ่งในระยะสั้นเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด และคาดหนุน SET Index มีโอกาสฟื้นตัวจากบริเวณต่ำ 1250 จุด อย่างไรก็ตามในระยะกลางแนวทางดังกล่าว ประกอบกับการที่รัฐสภามีมติให้ตั้งกมธ.ศึกษาก่อนการลงมติรับหลักการแก้รัฐธรรมนูญ ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการยกระดับการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. เรายังคงมุมมองตลาดมีโอกาสผันผวนในช่วง 3-4 สัปดาห์ข้างหน้า

ปิโตรเคมี – ราคาส่วนต่างปลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างดี โดย Asia Integrated PTA/PTE +3.5% ดีกับ IVL, HDPE Spread +3% ดีกับ SCC, HDPE +1.1% ดีกับ PTTGC และ PP Spread +4.7% ดีกับ IRPC ทั้งนี้เราให้ PTTGC เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากแนวโน้มผลประกอบการที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/63 ขณะที่ผลการดำเนินงานมีสัญญาณฟื้นต่อเนื่อง (ในขณะที่ SCC งบทำจุดสูงสุดของปีไปแล้ว และจะอ่อนแอลงอย่างมากในช่วงไตรมาส 4/63 จากการปิดซ่อมบำรุงหน่วยผลิตอะโรเมติกส์ที่มาบตาพุด)

ฟื้นตัวระยะสั้น แนวต้าน 1255-1269 จากปัจจัยการเมืองทั้งในและต่างประเทศ และแรงขายระยะสั้นจากการสำรองเงินเพื่อจอซื้อหุ้น IPO ขนาดใหญ่เริ่มชะลอตัว ส่งผลบวกต่อการซื้อกลับหุ้นขนาดใหญ่ในระยะสั้น

เลือกลงทุนรายตัว หุ้นที่เราชอบ ได้แก่ CPF, TU, TIP, THRE, ADVANC, INTUCH, DIF, JASIF, SUPEREIF, BTSGIF, BCH, CHG, WHAUP, EASTW, SUPER / หุ้นที่มีปัจจัยบวก 1) กำไรเติบโตโดดเด่น CKP, ZIGA 3) วีซ่าพิเศษ ERW, CENTEL, MINT, VRANDA, SPA

ภาพรวมกลยุทธ์ คงมุมมองตลาดอาจมีโอกาสดีดตัวจากระดับต่ำ 1250+/- แต่ในระยะ 3-4 สัปดาห์ข้างหน้า ยังอาจเผชิญความเสี่ยงทางลงอีก 50-70 จุด ในช่วงตลาดเปราะบางจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก การเก็งกำไรเน้นเลือกซื้อรายตัว โดยมีเงินสดบางส่วนรอซื้อในจังหวะที่ตลาดตกใจหรือแกว่งตัวแรง ซึ่งจะเป็นจังหวะดีในการทยอยซื้อหุ้นใหญ่พื้นฐานดี // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร BBL*, PTTGC*, ZIGA*

แนวรับ 1,241 จุด / แนวต้าน : 1,255-1,269 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

ประเด็นการลงทุน

กำไรภาคอุตสาหกรรมจีนเพิ่ม 19.1% – กำไรของบริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่ของจีนในเดือนส.ค. อยู่ที่ 6.12 แสนล้านหยวน (หรือ 9 หมื่นล้านดอลลาร์) เพิ่มขึ้น 19.1% yoy แต่ลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับตัวเลขเดือนก.ค.

โกลด์แมน หั่นตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐ โกลด์แมน แซคส์ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 4 สู่ระดับ 3% จากเดิมที่ระดับ 6% ขณะที่สภาคองเกรสยังคงไม่สามารถอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่

หนี้ครัวเรือน สภาพัฒน์ จับตาปัญหาหนี้ครัวเรือน ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 80% ของจีดีพี ซึ่งส่วนมากแล้วจะเป็นหนี้ระยะยาวถึง 34% เช่น สินเชื่อบ้าน รองลงมาเป็นสินเชื่ออุปโภคบริโภค 27% โดยในส่วนของสินเชื่ออุปโภคบริโภค หรือสินเชื่อส่วนบุคคลนี้ภาครัฐจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีส่วนทำให้เกิดปัญหาในอนาคต

ออมสินดีลซื้ออะมานะฮ์ลิสซิ่ง – ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเข้าซื้อ AMANAH ซึ่งรูปแบบความร่วมมือทางธุรกิจของออมสิน อาจเป็นการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำกับผู้ที่ทำธุรกิจอยู่แล้ว โดยมีข้อกำหนดให้ลดเพดานดิกเบี้ยสูงสุดลง ซึ่งเรามองความเคลื่อนไหวดักง่าลวทำให้การแข่งขันสูงขึ้น เป็นลบกัย MTC และ SAWAD

MCS ลดทุน – โดยการตัดหุ้นที่ซื้อคืน 23 ล้านหุ้น ทำให้ทุนจดทะเบียนลดลงเหลือ 477 ล้านหุ้น จาก 500 ล้านหุ้น

ประเด็นติดตาม: 30 ก.ย. – China manufacturing PMI เดือน ก.ย. / รายงานตัวเลขเศรษฐกิจไทย เดือน ส.ค. / EU CPI index เดือน ก.ย. / US GDP 2Q20

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: