เจาะพฤติกรรมลงทุน‘กองทุนรวม’ บทบาทผู้ลงทุนบุคคล (2)

เจาะพฤติกรรมลงทุน‘กองทุนรวม’  บทบาทผู้ลงทุนบุคคล (2)
24 กันยายน 2563 | โดย อรัณย์ พริ้งเพริศ ฝ่ายวิจัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
216

จากบทความตอนแรกที่ได้ศึกษาถึงบทบาทผู้ลงทุนในกองทุนรวมและแนวโน้มการลงทุนของแต่ละกลุ่มจำแนกตามรุ่นอายุ (Generation) สำหรับตอนที่ 2นี้เป็นการกล่าวถึงอัตราการเข้าถึงการลงทุนในกองทุนรวมของผู้ลงทุนบุคคลโดยศึกษาว่าในปัจจุบันผู้ลงทุนบุคคลมีการเข้าถึงการลงทุน

ด้วยการเปรียบเทียบจำนวนผู้ลงทุนบุคคลที่ลงทุนในกองทุนรวมกับประชากรกลุ่มต่าง ๆ (penetration rate) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนนโยบายการขยายฐานผู้ลงทุนต่อไปในอนาคต โดยการศึกษานี้ได้จัดแบ่งการเข้าถึงการลงทุนในกองทุนรวมเป็น 3 มิติ ดังนี้

ในมิติแรก คือ มิติการเข้าถึงการลงทุนในกองทุนรวมจำแนกตามกลุ่มประชากร เพื่อประเมิน ความเป็นไปได้ของประชากรกลุ่มต่าง ๆ ที่มีโอกาสเข้าถึงการลงทุนในกองทุนรวม โดยทำการเปรียบเทียบจำนวนผู้ลงทุนบุคคลในกองทุนรวมกับจำนวนประชากรที่มีงานทำจำนวน 37 ล้านคน พบว่า ในปี 2562 มีผู้ที่เข้าถึงการลงทุนในกองทุนรวมเพิ่มขึ้นเป็น 3.9% จาก 3.7% ในปี 2561 หากเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรที่มีงานทำและอยู่ในระบบแรงงานที่มีอยู่จำนวน 15 ล้านคน มีอัตราการเข้าถึงเป็น 9.9% ในปี 2562 เพิ่มขึ้นจาก 9.3% ในปี 2561 แม้ว่าอัตราการเข้าถึงการลงทุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแต่ยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากประชากรบางส่วนอาจมีข้อจำกัดเรื่องรายได้และยังไม่มีเงินเก็บเพียงพอที่จะลงทุน แต่หากเปรียบเทียบกับกลุ่มผู้มีรายได้และเสียภาษีที่มีอยู่ประมาณ 4 ล้านคน พบว่า ในปี 2562 มีผู้ที่เข้าถึงการลงทุนในกองทุนรวมแล้ว 34% หรือประมาณ 1 ใน 3 ของผู้มีเงินได้และเสียภาษี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้ลงทุนในกองทุนรวมยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก กล่าวคือ ยังเหลืออีกถึง 66% หรือประมาณ 2.5 ล้านคนที่ยังไม่ได้ลงทุนในกองทุนรวม จึงควรมีการศึกษาเชิงลึกให้เข้าใจถึงสาเหตุที่ประชากรกลุ่มนี้ไม่ลงทุนในกองทุนรวม เพื่อกำหนดมาตรการส่งเสริมให้มีการลงทุนในกองทุนรวมที่ตรงจุดมากขึ้นต่อไป

160086575281

ในมิติที่สอง คือ มิติการเข้าถึงการลงทุนในกองทุนรวมจำแนกตาม Generation ซึ่งพบว่า Generation X มีอัตราการเข้าถึงกองทุนรวมสูงที่สุด รองลงมาคือ Baby Boomer และ Generation Y แต่อย่างไรก็ตามเมื่อดูย้อนหลังไปถึงปี 2556 ก็พบจุดที่น่าสนใจคือ ผู้ลงทุนกลุ่ม Generation Y มีอัตราการเติบโตมากกว่าผู้ลงทุนกลุ่ม Generation อื่น โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 0.5 % ในปี 2556 มาเป็น 1.6% ในปี 2562 ทำให้เห็นว่า Generation Y แม้ว่าจะมีจำนวนเงินลงทุนไม่มาก แต่ก็เข้ามาลงทุนค่อนข้างเร็ว จึงเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและเป็นเป้าหมายในการขยายฐานต่อไป

160086580195

ในมิติที่สาม คือ มิติด้านภูมิภาค เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรผู้มีงานทำในแต่ละภูมิภาค พบว่าจำนวนผู้ลงทุนในแต่ละภาคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือและภาคตะวันออก ที่มีการเติบโตของจำนวนผู้ลงทุนที่สูงโดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 13% 11% และ 11% ต่อปี ตามลำดับ แสดงให้เห็นได้ว่ามีการขยายตัวในพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น และการเติบโตของผู้ลงทุนในต่างจังหวัดนี้มีทิศทางที่สูงขึ้น จึงเป็นโอกาสดีในการขยายฐานผู้ลงทุนในภูมิภาคเหล่านี้

กล่าวโดยสรุป มิติการเข้าถึงกองทุนรวมในปี 2562 นั้นมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นกว่าในปีก่อนหน้า ในทุกมิติ แสดงให้เห็นการเติบโตของผู้ลงทุนในกองทุนรวม ปัจจุบันจำนวนผู้ลงทุนที่เข้าถึงการลงทุนในกองทุนรวมมีขนาดเทียบเท่า 1 ใน 3 ของจำนวนประชากรที่จ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จึงเห็นได้ว่ายังมีโอกาสที่ตลาดทุนจะเติบโตได้อีก โดยประชากรที่มีศักยภาพเข้ามาลงทุน คือ กลุ่มประชากรที่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีซึ่งเป็นกลุ่ม quick win ในการขยายฐานผู้ลงทุนได้ซึ่งมีจำนวนอย่างน้อยอีก 2.5 ล้านคน และจำนวนผู้ลงทุนเพิ่มสูงขึ้นในทุกภูมิภาคโดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในกลุ่ม Generation Y มีอัตราการเติบโตสูง ทั้งนี้ การขยายฐานผู้ลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องเข้าใจพฤติกรรมของผู้ลงทุนซึ่งอาจแตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย โดยจะอธิบายในตอนต่อไปที่เป็นตอนสุดท้าย ติดตามอ่านนะครับ

**********************

หมายเหตุ:ข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: