ฝ่ายค้านชี้ 'งบ พอช.' รั่วไหล บี้้ พม. สอบ หลัง สตง. พบพิรุธ

ฝ่ายค้านชี้ 'งบ พอช.' รั่วไหล บี้้ พม. สอบ หลัง สตง. พบพิรุธ
18 กันยายน 2563
233

ถกงบวาระสองป่วน ประธานติง ส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายยืดเยื้อ เพื่อไทยโต้กลับโวยตัดบท-ขู่นับองค์ประชุม ด้าน “วรวัจน์” ปูด “ไอ้โม่ง” งาบงบ พอช. จี้กระทรวงพัฒนาสังคมล่าตัวสอบ ขณะที่ “ชวน” เรียกเตือน ส.ส. ดูภาพไม่เหมาะสมกลางสภา โยน ส.ส. ชงสอบจริยธรรม

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 วงเงินไม่เกิน 3.3 ล้านล้านบาทซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จ ในวันที่สอง เป็นไปอย่างยืดเยื้อ โดยในมาตรา 11 งบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งกมธ. ปรับลดวงเงิน เหลือ 3,646 ล้านบาท โดยเสียงข้างมาก 266 เสียงเห็นด้วยกับกมธ. ไม่เห็นด้วย 127 เสียง งดออกเสียง 20 เสียง

ขณะที่มาตรา 12 งบประมาณของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) และหน่วยงานในกำกับ ซึ่งกมธ.ฯ ปรับลดงบประมาณเหลือ 18,905 ล้านบาท จากที่เสนอขอในวาระแรก 19,113 ล้าน ได้เกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อนายศุภชัย โพธิ์ศุ รองประธานสภา ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมได้พยายามตักเตือนนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม.​พรรคเพื่อไทย ขอให้อภิปรายโดยรวบรัดเพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองเวลา ก่อนตัดบทเรียกให้ผู้ที่อยู่ในลำดับต่อไปได้อภิปราย

ก่อนที่นายประเดิมชัย จะลุกประท้วงประธานที่ประชุม เพราะทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง และเสนอให้นับองค์ประชุม ทำให้นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ซึ่งอภิปรายในลำดับถัดไปแบ่งเวลาในส่วนของตัวเองให้นายประเดิมชัยในท้ายที่สุด

เพื่อไทยจี้ล่าตัว“ไอ้โม่ง”งาบงบพม.

ทั้งนี้ก่อนลงมติ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล กมธ.งบฯ และ อนุกมธ.ฯ ฝึกอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ฯ ชี้แจงถึงเหตุผลที่ไม่ปรับลดงบประมาณดังกล่าว เนื่องจากมองว่ายังมีความจำเป็นกับประชาชนที่มีฐานะยากจน แต่มีข้อสังเกตและฝากไปยังฝ่ายบริหารของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้กำกับและตรวจสอบการใช้งบประมาณของหน่วยงาน เพราะที่ผ่านมาพบการรั่วไหลของงบประมาณ โดยเฉพาะงบฯ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรืองบ พอช.จำนวน 1,706 ล้านบาท มีเงินนอกงบประมาณ 1,800 ล้านบาท รวมได้รับงบประมาณทั้งสิ้น 3,506 ล้านบาท โดยมีโครงการที่ดำเนินการทั้งสิ้น 7 โครงการ

“อนุ กมธ.ทุกพรรค โทรศัพท์ไปยังพื้นที่ ผมเองโทรศัพท์ไปในพื้นที่จังหวัดแพร่ ทราบว่าโอนจริง แต่มีไอ้โม่งรับไปทั้งก้อน จำนวน 3.5 พันล้านบาท ซึ่งตนขอให้ตำรวจติดตาม แต่ล่าสุดไม่มีความคืบหน้า ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจะเห็นกระบวนการไม่โปร่งใส่ ซึ่งอนุ กมธ.ฯ ได้เชิญสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ชี้แจง และพบว่าโครงการไม่โปร่งใส และเสนอแนะให้มีแผนการตรวจสอบ เมื่อเข้าสู่ กมธ.ชุดใหญ่ มติคือไม่ให้ตัดเพราะงบประมาณมีความจำเป็นใช้จ่าย ดังนั้นฝากเจ้ากระทรวงให้ดูแลเรื่องเงินที่ไปไม่ถึงมือประชาชน และการใช้เงินนอกงบประมาณที่ตรวจสอบไม่ได้ด้วย” นายวรวัจน์ กล่าว

พท.มั่นใจ4ญัตติแก้รธน.ไม่ขัดกม.

กรณีนายไพบูลย์ นิติตะวันส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัยประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตรวจสอบกรณีการลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล จำนวน 4 ฉบับที่ซ้ำซ้อน

นพ.ชลน่าน ศรีแก้วส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคฝ่ายค้านเกรงว่าจะมีปัญหาในการตรวจสอบ เพราะเวลาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเมื่อมีร่างไหนเข้ามาก่อนก็จะถือว่าเป็นร่างหลัก โดยในร่างหลักนั้น หลักการไม่ครบ เราจึงอยากให้ตกไปแล้วเสนอร่างใหม่ แต่เกรงว่าชื่อจะไปซ้ำกับร่างแรกแล้วทำให้ญัตติตกไปทั้ง 2 ร่าง เจ้าหน้าที่สภาฯแนะนำให้เรารวมชื่อและเสนอถอนชื่อออกจากร่างแรกแล้วมาเซ็นต์เสนอใหม่ในร่างที่สอง

จึงเกิดการรวบรวมรายชื่อจากสมาชิกผู้ที่เสนอร่างเดิม จากทั้งหมด 187 คน ถอนชื่อให้เหลือไม่ถึง 98 คน โดยถอนชื่อออกไปทั้งหมด 137 ชื่อ ซึ่งมั่นใจว่าทั้ง 4 ร่างฉบับล่าสุดที่ไม่มีปัญหาจะถูกส่งไปให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พิจารณาในวันนี้ และเมื่อพิจารณาเสร็จแล้วก็จะถูกส่งกลับมาให้ประธานสภาฯบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมทันวันที่ 23 ก.ย. โดยทั้ง 4 ร่างบวกกับร่างมาตรา 256 อีก 2 ร่างจะเข้าพิจารณาพร้อมกันทั้งหมด 6 ร่าง

ทั้งนี้เห็นว่า การลงชื่อซ้ำจะมีผลก็ต่อเมื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นหลักการเดียวกัน ถ้าเป็นคนละหลักการ แก้ไขรายมาตรา และไม่เกี่ยวเนื่องกัน ก็ถือว่าเป็นคนละร่างคนละหลักการ สมาชิกมีสิทธิเข้าชื่อเสนอกี่ร่างก็ได้ ส่วนจะมีผลกับการยับยั้งการพิจารณาหรือไม่นั้น หากส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจริง ตนคิดว่าค่อนข้างจะมีช่องทางที่ยากมาก ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วไม่เข้าข่ายที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา นอกจากนี้ประธานสภาฯยืนยันว่าเข้าชื่อได้ เพราะหลักการต่างกัน

ยันร่างรธน.ไม่ต้องรับฟังความเห็น

ส่วนการรับฟังความเห็นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 กฎหมายฉบับนี้เขียนไว้ชัดเจนว่ากฎหมายที่ต้องรับฟังความเห็นหมายประกอบด้วย 1.กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทุกฉบับ 2.พ.ร.บ.ทั่วไป 3.พ.ร.ป. ว่าด้วยประมวลกฎหมายไม่มีบทบัญญัติใดที่พูดถึงตัวรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่อยู่ในขอบข่ายต้องไปรับฟังความคิดเห็น

ส่วนที่ส.ว.โดยเฉพาะส่วนที่มาจากผู้นำเหล่าทัพและข้าราขการทหารอาจจะโหวตคว่ำในประเด็นว่าด้วยส.ว.นั้น ก็เป็นสิทธิ์ของส.ว. แต่หากไม่มีเสียงส.ว.1ใน3 แม้ส.ส.ทั้ง 500 คนจะเห็นชอบก็ไม่มีความหมาย ดังนั้นก็อาจจะเป็นไปได้ที่เขาจะดำเนินการอย่างนั้น ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภานั้นยากมาก นอกเสียจากว่าจะมีกระแสเรียกร้องจากประชาชน ทั้งนี้ประเด็นสำคัญอยู่ที่มาตรา 272 มีส.ว.บางคนเข้ามาคุยกับตนและบอกขอบคุณที่ปลดทุกข์ในใจ เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนให้เขาทำหน้าที่ที่ไม่ควรในการเลือกนายกรัฐมนตรี บางคนถึงขนาดบอกว่าเอาตราบาปออกจากตัวเองได้

ดังนั้น เราไม่ได้ไปตัดอำนาจหรือปิดสวิตซ์เขา แต่เราคืนความเป็นส.ว.ให้เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยอย่างแท้จริงให้เขา และยึดอำนาจของผู้มีอำนาจออกจากรัฐธรรมนูญ

เรียกเตือนส.ส.ดูภาพไม่เหมาะสม

ส่วนกรณีมีการแชร์ภาพซึ่งมีการระบุภายหลังว่าเป็นนายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีการเปิดดูภาพไม่เหมาะสมบนโทรศัพท์มือถือกลางห้องประชุมสภา ล่าสุดนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎรทำได้แค่ตักเตือน ไม่สามารถตั้งคณะกรรมการสอบจริยธรรมได้แต่หากมีบุคคลมาร้องเรียน ก็ต้องพิจารณาว่า เข้าข่ายขัดจริยธรรม ส.ส.หรือไม่

นายชวนยังเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า นายรณเทพ ได้ไปรอพบตนที่หลังบัลลังก์ และเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่เป็นข่าวว่า มีคนส่งข้อความมาขอความช่วยเหลือ ส่วนรายละเอียดต้องไปถามกับนายรณเทพ เอง

“ผมได้เตือนให้นายรณเทพระมัดระวัง และได้แนะนำให้ไปชี้แจงเรื่องนี้กับสื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ซึ่งนายรณเทพ ได้บอกว่า ได้ชี้แจงกับสื่อไปแล้ว” นายชวน กล่าว

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: