'Maison Kitsuné' เปิดบ้านหมาจิ้งจอกหลังแรกในกรุงเทพฯ

'Maison Kitsuné' เปิดบ้านหมาจิ้งจอกหลังแรกในกรุงเทพฯ
15 กันยายน 2563 | โดย วลัญช์ สุภากร / ภาพ : ธัชดล ปัญญาพานิชกุล, PP Group, maisonkitsune.com
346

เปิดประวัติและความเป็นมา “Maison Kitsuné” (เมซง คิทสึเนะ) แบรนด์แฟชั่นที่เกิดจากการผสานสองวัฒนธรรรมฝรั่งเศส-ญี่ปุ่น เจ้าของโลโก้ “หมาจิ้งจอก” จากปารีสถึงบ้านหลังแรกในกรุงเทพฯ

เปิดบริการในรูปแบบ ‘บูติคเป็นครั้งแรกในเมืองไทยแล้วตั้งแต่วันอังคารที่ 1 กันยายน 2563 สำหรับ Maison Kitsuné (เมซง คิทสึเนะ) แบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์สัญชาติฝรั่งเศส-ญี่ปุ่น เจ้าของโลโก้รูป ‘สุนัขจิ้งจอกที่หลายคนหลงใหล

แบรนด์นี้ร่วมกันก่อตั้งโดยชายหนุ่ม 2 คนจากสองเชื้อชาติ มร.จิลดาส์ โลแอ็ค (Gildas Loaëc) จากประเทศฝรั่งเศส และสถาปนิกชาวญี่ปุน มร.มาซายะ คุโรกิ (Masaya Kuroki) 

160008667464

มร.จิลดาส์ โลแอ็ค  และ มร.มาซายะ คุโรกิ

“ผู้ก่อตั้งแบรนด์สองคนนี้ได้มารู้จักกันในร้านขายแผ่นเสียงในช่วงปี 1995 ซึ่งจิลดาส์เป็นเจ้าของร้าน เขาเปิดร้านขายแผ่นเสียงเพราะตัวเขาชื่นชอบเสียงดนตรีมาก ส่วนมาซายะคือลูกค้าประจำของร้าน ณ ขณะนั้น” คณสรณ์ วีระศักดิ์ศรี ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด Maison Kitsuné และ Café Kitsuné ให้สัมภาษณ์ในวันเปิดร้านรอบสื่อมวลชน 31 สิงหาคม 2563 ที่ ดิ เอ็มควอเทียร์

หลังจากพูดคุยกันในปี 1995 จุดเริ่มต้นของแบรนด์ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นใน 7 ปีต่อมา เมื่อ มร.จิลดาส์ ซึ่งเป็นผู้จัดการวงดนตรีให้กับ Daft Punk (ดาฟท์ พังค์) ในเวลานั้น มองหาคนนำทางสำหรับโปรเจคการถ่ายทำมิวสิควิดีโอ ในประเทศญี่ปุ่น จึงได้ชวน มร.มาซายะ เป็นเพื่อนร่วมทีม

ระหว่างการทำงานถ่ายทำมิวสิควิดีโอ ทั้งคู่มีโอกาสแลกเปลี่ยนความชื่นชอบในเสียงเพลงและแฟชั่น ทำให้เกิดความคิดสร้างแบรนด์ที่รวบรวมความเป็นไลฟ์สไตล์ระหว่าง ‘เสียงดนตรีกับ แฟชั่นเข้าด้วยกัน เป็นที่มาของการก่อตั้งแบรนด์แฟชั่น Maison Kitsune  (เมซง คิทสึเนะ) ขึ้นในปี 2002 เริ่มทำคอลเลคชั่นแรกในปี 2005 และเปิดร้านเสื้อผ้าแห่งแรกของแบรนด์ที่ รู เดอ ริเชอลิออ (Rue de Richelleu) ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2008

160008682758

เมซง คิทสึเนะ สาขาแรกในประเทศไทยอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

ในการฉลองครบรอบ 10 ปีของแบรนด์ มร.จิลดาส์และมร.มาซายะเปิดร้าน เมซง คิทสึเนะ สาขาแรกในกรุงนิวยอร์ก ปี 2012, ตามมาด้วยสาขาที่กรุงโตเกียว ย่านอาโอยามา ปี 2013, ฮ่องกง ปี 2015 พร้อมเปิดสาขาที่สี่ในปารีส, เกียวโต ปี 2017, โซล เกาหลีใต้ ปี 2018, เซี่ยงไฮ้ และกรุงเทพฯ ปี 2020

ชื่อแบรนด์ประกอบไปด้วยคำว่า Maison เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ‘บ้าน และ Kitsune เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ‘สุนัขจิ้งจอก เมื่อนำสองคำมารวมกันก็จะกลายเป็น บ้านของสุนัขจิ้งจอกซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ ที่ผสมผสานกลิ่นอายของฝรั่งเศสและญี่ปุ่นเข้ามาอยู่ด้วยกันออกมาเป็นเสื้อผ้าแบรนด์ เมซง คิทสึเนะ โดยใช้รูป สุนัขจิ้งจอก เป็นโลโก้ประจำแบรนด์

160008792474

โลโก้แบรนด์ Maison Kitsuné ออกแบบตามสีธงชาติประเทศต่างๆ

160008702813

โลโก้ได้แรงบันดาลใจจากตำนานสุนัขจิ้งจอกของชาวญี่ปุ่น

160008710860

“ตัวโลโก้ได้แรงบันดาลใจจากตำนานสุนัขจิ้งจอกของชาวญี่ปุ่น ที่มีพลังแปลงร่างแปรผันได้ตามสภาพแวดล้อมรอบตัว ปรับตัวได้ เหมือนคาแรคเตอร์แบรนด์ที่พร้อมสื่อสารความเป็นแฟชั่นที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา และมีการคอลลาบอเรชั่นร่วมกับแบรนด์ไลฟ์สไตล์อื่นๆ เพื่อค้นหาและนำเสนอความคิดใหม่ๆ ผ่านแฟชั่น” คณสรณ์ กล่าว

แบรนด์ที่ ‘เมซง คิทสึเนะ’ เคยร่วมคอลลาบอเรตด้วย อาทิ Oliver Peoples, Shu Uemura, J.M Weston, Colette, NBA, Ader Error

เมซง คิทสึเนะ นำเสนอ เสื้อผ้าสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับคุณภาพการตัดเย็บระดับสูง สำหรับผู้ชายและผู้หญิงที่ชื่นชมการแต่งกายแบบสบายๆ แต่ก็ยังคงไม่มองข้ามถึงความประณีตในการตัดเย็บ และคุณภาพของเนื้อผ้า

160008769578

“ไดเร็คชั่นและคาแรคเตอร์แบรนด์ตั้งแต่ต้น คือความเป็น แอฟฟอร์ตเลส ชิค (effortless chic เรียบง่าย แต่ไม่น่าเบื่อ) ได้แรงบันดาลใจจากคนอเมริกันกลุ่มไอวี่ ลีค (Ivy League การแต่งกายของสุภาพบุรุษในรั้วมหาวิทยาลัยช่วงปี 1950s) ที่นิยมสวมออกซ์ฟอร์ดเชิ้ต มาประยุกต์ให้เข้ากับความเป็นฝรั่งเศสและญี่ปุ่น อธิบายด้วยคำว่า ปารีส มีตส์ โตเกียว (Paris meets Tokyo) ในฝั่งปารีสคือเน้นความเป็นซิลลูเอท คัตติ้ง (รูปทรงเสื้อที่ชัดเจนมีคุณภาพ) ใส่ได้กับรูปลักษณ์คนทุกแบบ ฝั่งญี่ปุ่นเน้นเรื่องนวัตกรรมเนื้อผ้า” คณสรณ์ กล่าว

คอลเลคชั่นของ ‘เมซง คิทสึเนะ มีด้วยกัน 2 กลุ่ม คือ Seasonal ready-to-wear collection คือ สปริง/ซัมเมอร์ และ ฟอลล์/วินเทอร์

กลุ่มที่สอง คือ Maison Kitsune Parisien collection คอลเลคชั่นไร้กาลเวลาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแต่งตัวของชาวปารีส ไม่ว่าจะซีซั่นไหน ก็ยังคงมีเสื้อผ้าสไตล์นี้อยู่เสมอ เป็นความเรียบ-โก้ที่อยู่เหนือกาลเวลา พร้อมโลโก้รูปหัวสุนัขจิ้งจอก

โทนสีแฟชั่นพื้นฐานของ ‘เมซง คิทสึเนะ คือ ขาว เทา น้ำเงิน ดำ แต่จะมีสีสันที่สดใสหรือแปลกใหม่สำหรับคอลเลคชั่นตามฤดูกาล เช่น ตอนนี้คือ ฟอลล์/วินเทอร์ 2020 สีที่เพิ่มเข้ามาคือ สีส้ม  สีเขียวขี้ม้า กับดีไซน์โลโก้ สุนัขจิ้งจอก ก็จะมีอิริยาบถพิเศษไปกว่าปกติ เช่น เป็นรูป สุนัขจิ้งจอกเล่นโยคะ (Yoga Fox)  ดับเบิล ฟอกซ์ เฮด (Double fox Head) รูปหัวหมาจิ้งจอก จำนวน 2 หัว และ Chillax Fox หมาจิ้งจอกในอิริยาบถสบายๆ

160008743530

Double fox Head บนเสื้อสเวตเตอร์(ซ้าย)

160008751739

Yoga Fox บนเสื้อยืด

160008759066

Chillax Fox หมาจิ้งจอกในอิริยาบถสบายๆ บนเสื้อสเวตเตอร์สลับสี

ประเภทเสื้อผ้ามีความหลากหลายตั้งแต่เสื้อยืด ฮู้ดดี้ โปโล เชิ้ต คาร์ดิแกน แจ๊คเก็ต ราคาระหว่าง 2,800-15,000 บาท

เมซง คิทสึเนะ สาขาแรกในประเทศไทยอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ชั้น G ด้วยพื้นที่ 145 ตารางเมตร ตกแต่งด้วยโทนสีขาว น้ำตาล ดำ ตามคอนเซปต์ทีมสถาปนิกของเมซง คิทสึเนะ ฝรั่งเศส

จริงๆ พื้นที่ร้านแบ่งเป็นสองส่วน แต่เชื่อมต่อถึงกัน ส่วนแรกคือร้าน เมซง คิทสึเนะ กับอีกส่วนที่เป็นร้านกาแฟ Café Kitsuné (คาเฟ่ คิทสึเนะ)

160008781250

160008690863

การตกแต่งภายใน "เมซง คิทสึเนะ" สาขาแรกในประเทศไทย

พื้นที่ส่วนที่เป็น 'เมซง คิทสึเนะ' ตกแต่งด้วยซุ้มประตูโค้งสีขาวสูงใหญ่ เปรียบเสมือนกับท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ไม่มีจุดสิ้นสุด พื้นที่ส่วนนี้จัดแสดงไอเท็มคลาสสิกของทางแบรนด์โชว์อยู่บนชั้นหินทองแดงขัดเงาที่เรียงรายอย่างสวยงาม และคอลเลคชั่นตามฤดูกาล (Seasonal Collection) จัดระเบียบไว้ในราวแขวนที่ตกแต่งด้วยทองแดงเรียบหรู บ่งบอกถึงความเรียบง่ายแต่มีรายละเอียดที่ค้นหาซ่อนไว้ตามแบบฉบับของญี่ปุ่น ในขณะที่ลวดลายหินอ่อนและไม้โอ๊คให้กลิ่นอายของความเป็นฝรั่งเศสได้อย่างลงตัว

สัญลักษณ์อันโด่งดังของ ‘เมซง คิทสึเนะ รูป สุนัขจิ้งจอก ได้รับการออกแบบให้แอบซ่อนอยู่ในทุกรายละเอียดภายในร้าน เพิ่มสีสัน ความน่ารัก สนุกสนาน ตามแบบฉบับของแบรนด์

สาวก หมาจิ้งจอกคงรู้ดี ..และตั้งใจไปเยี่ยมเยือนบ่อยๆ

 * * *

-:: เรื่องที่คุณอาจสนใจ ::-

Café Kitsuné ‘ร้านกาแฟ’ แบรนด์แฟชั่นฝรั่งเศส-ญี่ปุ่น เปิดแล้วร้านแรกที่กรุงเทพฯ

‘แชดวิก โบสแมน’ กับ 5 ชุดบนพรมแดงในความทรงจำ

‘Vitra’ นั่งนี้โลกต้องจำ

Harry Potter x H&M แรงบันดาลใจจากโลกเวทมนตร์

จากเรื่องราว ‘ไทยๆ’ สู่สตรีทแฟชั่น

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: