โควิดพลิกชีวิตนักบิน ขายทรายแมวจากมันสำปะหลัง

โควิดพลิกชีวิตนักบิน  ขายทรายแมวจากมันสำปะหลัง
10 กันยายน 2563 | โดย บุษกร ภู่แส
6,014

วิกฤติโควิด-19 ทำให้สายการบินทั่วโลกได้รับผลกระทบรุนแรง จากมาตรการล็อกดาวน์และการปิดประเทศ บางสายการบินระงับการบินส่งผลให้กัปตันสายการบินและลูกเรือได้รับผลกระทบ ส่งผลให้หลายคนผันตัวเองมาหารายได้แต่ที่เหนือความคาดหมาย อย่างการขาย “ทรายแมว”

อภินันท์ มหาศักดิ์สวัสดิ์ กัปตันสายการบินแห่งหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 โดยตรง ทำให้สายการบินต้องระงับการบินชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ปกติ กล่าวว่า ตนเองอยู่ในวงการบินตั้งแต่2554 จนถึงปัจจุบัน 9 ปีเริ่มจากการเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (สจ๊วต) ก่อนจะเป็นนักบิน ไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์วิกฤติในอาชีพมาก่อน

เพราะใครจะคิดว่า อาชีพที่ว่ามั่นคง รายได้ดี อย่าง “กัปตัน”  หรือ นักบิน ที่ว่าขาดแคลน เป็นที่ต้องการของตลาด วันนี้จะต้องอยู่ในสถานะพร้อมกลายเป็นคน “ตกงาน”ได้ตลอดเวลา

"ผลกระทบจากโควิด-19 กับสถานการณ์อุตสาหกรรมการบิน ถือเป็น จังหวะโอกาสที่ทำให้ผมมีเวลาที่เข้ามาทำตลาดทรายแมวแบรนด์ ‘ไฮด์แอนซีค ’ที่ผลิตมาจากมันสำปะหลังเต็มตัว เป็นการพลิกวิกฤติ ให้เป็น โอกาส เพราะถ้าบินปกติแทบไม่มีเวลาทำอะไร ช่วงที่เกิดโควิดหลังบินกลับมาแล้วโดนกักตัว14 วันผมใช้เวลาช่วงนั้นในการศึกษากฎหมายธุรกิจ การจดทะเบียน จัดตั้งบริษัท เวลตี้ ม็อกกี้ อินโนเวชั่น จำกัด จากนั้นลงมือทำเองหมดอะไรที่ทำได้ ไม่ต้องเสียเงินจ้าง เพราะตอนนี้ไม่ได้มีเงินเยอะ รายได้หดหายไป "

ย้อนไปที่จุดเริ่มต้นของทรายแมวมันสำปะหลัง แบรนด์‘ไฮด์แอนซีค ’( Hide & Seek) เกิดไอเดียในช่วงปี 2561 หลังจากเห็นข่าวกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP ระบุว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการส่งออกทรายแมวไปรัสเซียได้ เพราะตลาดรัสเซียยังมีความต้องการสูง ตนเองกับเพื่อนอีก 2 คน คือ ลัญจกร อมรกิจบำรุง (ต่าย) และ วัฒนพร ตั้งสง่า (เก้ง) ทั้งคู่เป็นทาสแมวอยู่แล้ว จึงมีแรงบันดาลใจที่พัฒนาทรายแมวขึ้นมาเพื่อส่งออกและจำหน่ายในประเทศ แทนที่จะต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ 100%

ขณะที่หนึ่งในหุ้นส่วนคือ ลัญจกร เป็นนักวิจัย จึงมีองค์ความรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทรายแมวจาก วัสดุเหลือใช้จากการเกษตรมาแปรรูปให้เกิดมูลค่าและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่เลี้ยงแมว โดยพยายามคัดสรรวัตถุดิบไม่ว่าจะเป็นของเหลือจากอุตสาหกรรมน้ำตาล ข้าวโพด อ้อย จนมาจบที่ "มันสำปะหลัง" โดยพัฒนาสูตรมาเรื่อยๆตั้งแต่ปี 2561 แต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง จนกระทั้งคิดสูตรได้ก่อนที่เกิดโควิด

“ตอนเกิดโควิดใหม่ๆ ผมค่อนข้างว่างเพราะประเทศล็อกดาวน์ ทำการบินไม่ได้ ทำให้ผมมีเวลาและมีองค์ความรู้จากการเก็บสะสมมาจึงพร้อมที่จะลงมือทำ ทรายแมวที่เราพัฒนาขึ้น จดสิทธิบัตรแล้วในช่วงโควิด เพราะจากที่หาข้อมูล ทั่วโลกไม่มีใครที่นำมันสำปะหลัง มาใช้ทำเป็นทรายแมว จุดเด่นคือเก็บกลิ่นดีกว่าที่สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ปลอดภัยกับแมวและคนเลี้ยงตามสโลแกน “เป็นมิตรต่อแมวผู้กลบ และทาสผู้เก็บ”ตอบโจทย์ความสะดวกตรงที่สามารถทิ้งชักโครกได้”

อภินันท์ ยังเล่าว่า ทรายแมวที่ผลิตขึ้นไม่ใช่สินค้าราคาถูก แต่ไม่ได้แพงที่สุดในตลาด ด้วยปัจจัยที่ว่ากำลังผลิตน้อยเพราะเพิ่งตัวมาประมาณ 2 เดือนและยังต้องอาศัยโรงงานผลิตที่มีเครื่องจักรราคาสูงผลิตวัตถุดิบให้บางส่วนทำให้ต้นทุนสูง น้ำหนัก 6 ปอนด์ (2.72กิโลกรัม) ราคาถุงละ 249 บาทในอนาคตอยากให้คนไทยมีโอกาสได้ใช้ของดีในราคาที่จับต้องได้ และสามารถส่งออกไปต่างประเทศได้ด้วย โดยล่าสุดอยู่ระหว่างการขอทุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)ในโครงการโอเพ่น อินโนเวชั่น

เขายังบอกว่า หากสถานการณ์ในอุตสาหกรรมการบินกลับมาได้ เขาก็จะกลับไปทำอาชีพนักบินเช่นเดิม เพราะเป็นอาชีพในฝันที่ทำแล้วมีความสุข ฉะนั้นระหว่างนี้จึงเซ็ตระบบในการขายทรายแมว ให้สามารถทำงานได้โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องอยู่ หรืออยู่ไกลก็สามารถบริหารได้ ส่วนในอนาคตคงจะหาคนมาช่วยบริหารจัดการ แล้วตนเองค่อยดูอยู่ห่างๆ แต่ตอนนี้ดูแลเต็มตัว เพราะยังว่าง(งาน)อยู่

ในฐานะที่เป็นผู้ที่ประสบเคราะห์กรรมจากวิกฤติโควิด-19 อภินันท์ ให้มุมมองในฐานะนักบินว่า ทุกครั้งที่ทำการบินทุกคนจะมีแผน‘สำรอง’ หรือเรียกว่า ต้องมีสนามบิน‘สำรอง’ตลอดเส้นทาง เราจะไม่มีทางปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันแล้ว‘ไม่มี’ที่ลงจนต้องไปลงทะเล หรือแม้แต่เครื่องบินเอง เราจะถูกปลูกฝังว่า ระบบเครื่องบินต่างๆที่ถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ถ้าระบบนี้พังไปต้องมีระบบอื่นมาทดแทน ชีวิตเราก็เหมือนกันต้องมี ‘แผนสำรอง’ ตลอดเวลา

"เราจะไปพึ่งกับอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ชีวิตคนเราไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน ฉะนั้นเราจะไปยึดติดกับอะไรอย่างเดียวเพื่อหวังพึ่งพาก็คงจะไม่ได้ เราต้องเผื่อใจไว้ว่า อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ อะไรที่มีความสุขก็ทำไปและเผื่อแผนสำรองเอาไว้ด้วยด้วยการมีเงินเก็บสำรองไม่ใช้จ่ายเกินตัวหรืออาชีพสำรองไว้เพื่อมี Passive Income เป็นอีกหนึ่งหนทางที่ทำให้คุณมีรายได้เพิ่มขึ้น ถ้าเราพลาดส่วนไหนไปเรายังอยู่ได้ ซึ่งวิกฤติทำให้เราได้เรียนรู้ว่า จริงๆแล้วไม่ควรใช้ชีวิตประมาท ไม่ต้องใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยงมากเกินไป"

อภินันท์ ระบุว่า อยากให้คนไทยภูมิใจกับสินค้าแบรนด์คนไทย ที่ผลิตโดยคนไทย ใช้วัสดุในประเทศไทย เพราะคนที่เลี้ยงแมวจะรู้ว่า ส่วนใหญ่ทรายแมวต้องนำเข้าจากต่างประเทศ จึงอยากให้ทุกคนหันมาเชื่อมั่นกับสินค้าไทยว่า มีคุณภาพทัดเทียมกับต่างประเทศ จึงอยากให้ช่วยสนับสนุนสินค้าคนไทยด้วยกันเองแทนที่จะนำเข้าจากต่างประเทศ เพราะคนไทยมีศักยภาพ ยกตัวอย่างในอุตสาหกรรมยานยนต์ คนไทยสามารถผลิตรถยนต์ขึ้นมาได้แต่‘ขาด’การส่งเสริมและสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงผู้บริโภคคนไทย เพื่อให้สินค้าไทยได้เติบโตขึ้นอย่างมีศักยภาพถ้าคนไทยช่วยกันให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันกับสินค้าต่างประเทศได้

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง