วันทำการสุดท้ายก่อนหยุดยาว

วันทำการสุดท้ายก่อนหยุดยาว

ดัชนีวานนี้ปิดปรับตัวขึ้น 10.31 จุด โดยมีแรงซื้อเข้ามาในช่วงบ่ายหลังจาก ศบศ.ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว

ประกอบกับเป็นแรงรีบาวด์หลังจากที่วันก่อนหน้าปรับตัวลง นอกจากนี้ ตลาดหุ้นภูมิภาคและโซนยุโรปส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวก ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดที่ 1,315.88 จุด (+10.31 จุด) Volume 4.4 หมื่นลบ. ต่างชาติ -1,278.51 ลบ. TFEX Net +7,495 สัญญา ตราสารหนี้ +3,106 ลบ.

ปัจจัยบวก / ปัจจัยลบ

+ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 454.84 จุด +1.59% จากการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มปลอดภัยแ (defensive stocks) และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งได้ประโยชน์จากสถานการณ์การโควิด-19

-ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดร่วงลง 1.25 ดอลลาร์ -2.9% ปิดที่ 41.51 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังมีรายงานว่าการผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกเริ่มฟื้นตัวจากผลกระทบของพายุเฮอร์ริเคนลอรา และEIA เผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลงมากกว่าคาด

+ปธ.เฟดคลีฟแลนด์ชี้นโยบายใหม่ของเฟดบ่งชี้ตลาดแรงงานแกร่ง

+สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือนก.ค.

+จีนอนุมัติให้สายการบินจาก 8 ประเทศ ซึ่งมี ประเทศไทย ด้วย สามารถบินตรงมายังกรุงปักกิ่ง มีผล 3 ก.ย.

+ศบศ. เห็นชอบมาตรการกระตุ้นศก. 6.8 หมื่นล้านบาทในการเพิ่มสิทธิประโยชน์"เราเที่ยวด้วยกัน"-ช่วยจ้างงานใหม่-แจกเงิน 3 พันกระตุ้นใช้จ่าย

-สหรัฐ ล้มเหลวออก มาตรการกระตุ้นศก.เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

- ADP เผยการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐต่ำกว่าคาดในเดือนส.ค.

- ISM เผยดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กหดตัวในเดือนส.ค.

-สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสินเชื่อจำนองลดลงสัปดาห์ที่แล้ว แม้ดอกเบี้ยปรับตัวลง

-Fund Flow ต่างชาติมีสถานะขาย YTD 2.57 แสนลบ. ค่าเงินบาท 31.33 บาท/US

*จับตากระทรวงพาณิชย์ แถลงสถานการณ์ด้านราคาสินค้าและบริการ ส่วนสหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนก.ค. ดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนส.ค. และดัชนีภาคบริการเดือนส.ค.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดโลก ได้แรงหนุนจากดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.ปีที่แล้ว ขณะที่ปัจจัยในประเทศมีแรงกดดันจากข่าวรมว.คลังยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,300-1,320 จุด

 

หุ้นรายงานพิเศษ

NOBLE site visiting (Bloomberg Consensus 16.30 )

บริษัทพานักวิเคราะห์เข้าเยี่ยมชม 2 โครงการ  ได้แก่ Nue Noble งามวงศ์วาน มูลค่า 1.900 ล้านบาท คาดเริ่มโอน 1Q23 เพิ่งเปิดขาย 2 เดือนมียอดขายแล้ว เป็นแบรนด์ใหม่ในราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทที่ลูกค้าระดับกลางสามารถซื้อได้ และ Noble BE19 มูลค่า 5.5 พันล้านบาท ขายได้แล้ว 66% ก่อสร้างเสร็จแล้วจะเริ่มโอนใน 3Q63

ผู้บริหารเชื่อว่าฐานรายได้จะยกระดับสู่ปีละ 1 หมื่นล้านบาทได้ใน 2-3 ปีข้างหน้า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่ง จากการเริ่มโอนโครงการ โดยมี backlog 1.5 หมื่นล้านบาท 44% หรือคิดเป็น 6.7 พันล้านบาทจะโอนภายในปีนี้

ราคาหุ้นซื้อขายที่ Per ต่ำเพียง 2.8 เท่าเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ระดับ 14 เท่า PBV 1.26 เท่า สูงกว่ากลุ่มที่ระดับ 1.12 เท่า yield สูง  แนะนำถือรับเงินปันผล

 

กลยุทธ์การลงทุน

  • หุ้น Defensive Stock (ADVANC INTUCH DIF TTW BEM BTS CHG BCH)
  • ศบศ.เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (CPALL MAKRO TNP CPN CRC ERW CENTEL MINT)
  • iPhone 12 เตรียมขายเดือนต.ค. (COM7 SPVI CPW SYNEX JMART)

หุ้นมีข่าว

(+) GULF (Bloomberg Consensus 37.91 บาท) กัลฟ์ฯ ปักหมุดปี 70 ดันรายได้พุ่ง 1.5-1.7 แสนล้านบาท จากปีนี้คาดรายได้ 3.7 หมื่นล้านบาท อานิสงส์รับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่ทยอยจ่ายไฟฟ้าตามแผน จ่อปิดดีลลงทุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว 3 โครงการ กำลังผลิตรวม 2,000-3,000 เมกะวัตต์ ภายในปีนี้ (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) NER (Bloomberg Consensus 4.35 บาท) มั่นใจปีนี้กำไรโตต่อเนื่อง รับยอดขายเพิ่ม 25% อวดออเดอร์จีนทะลัก หลังคู่แข่งในไทยเจ๊ง 4 ราย หนุนกำลังการผลิตโรงงานใหม่พุ่ง 80% พร้อมรับผลบวกราคายางเพิ่มต่อเนื่อง ด้านธุรกิจใหม่ ฟูกปูนอนสัตว์จ่อชิงมาร์เก็ตแชร์ตลาดออสเตรเลีย คาดปี 65-66 สร้างรายได้ 2,000-2,500 ล้านบาท (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) ADVANC (Bloomberg Consensus 226.87 บาท)  ลุยติดตั้งโซลาร์เซลล์บริเวณสถานีฐาน ตั้งเป้า 6,000 แห่ง ภายใน 3 ปี จากปัจจุบันติดตั้งแล้ว 1,000 แห่งเพื่อลดต้นทุนพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม ล่าสุดเปิดแคมเปญ เอไอเอส E-Waste ทิ้งรับพอยท์นำขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปทิ้งที่เอไอเอสช็อป รับ AIS Points ชิ้นละ 5 คะแนน (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) TSE (Bloomberg Consensus - บาท)  เล็งซื้อกิจการโซลาร์ฟาร์ม-วินด์ฟาร์มในไทยและต่างประเทศ หวังรับรู้รายได้ทันที ตั้งเป้ากำลังผลิตเพิ่มอีก 100-200 เมกะวัตต์ใน 3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันอยู่ที่ 356 เมกะวัตต์ ขณะที่โครงการโอนิโกเบที่ญี่ปุ่นเสริมรายได้ปี 65  (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) SUSCO (Bloomberg Consensus 2.90 บาท) เผยดีมานด์การเติมน้ำมันดี ปริมาณการขายน้ำมันกลับเข้าสู่ภาวะปกติเกือบ 100% ด้านน้ำมันเครื่องบินเริ่มกลับมาขายได้ราว 20-30% จากการเริ่มเปิดเส้นทางบิน พร้อมเดินหน้าเปิดสถานีบริการครบ 250 แห่งทั่วประเทศตามเป้า ส่วนผลงานปีนี้ยอมรับว่าปริมาณการขายน้ำมันคาดต่ำกว่าปีก่อน (ที่มา ทันหุ้น)

(+) ILINK (Bloomberg Consensus 6.25 บาท) ผนึก กฟภ.เซ็นสัญญาจ้างงานสายส่งระบบ 115 เควี จ.น่าน มูลค่า 122 ล้านบาท เติมแบ็กล็อกต่อยอดรายได้โตแกร่งตามเป้าหมายที่วางไว้ในระยะ 5 ปี (2563-2567)  (ที่มา ทันหุ้น)

(+) TFG (Bloomberg Consensus 5.51 บาท)  รุกขยายธุรกิจค้าปลีก ตั้งบริษัทย่อย "ไทย ฟู้ดส์ เฟรช มาร์เก็ต" ด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท ประกอบธุรกิจศูนย์จำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภคในเครือบริษัท เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายไก่และสุกร เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ผู้บริหาร "วินัย เตียวสมบูรณ์กิจ" เล็งช่วยอัพยอดขายและพอร์ตรายได้แกร่ง (ที่มา ทันหุ้น)

(+) SYNEX (Bloomberg Consensus 15.90 บาท) ปรับโมเดลธุรกิจเสริมโปรดักต์-บริการใหม่ หวังดันมาร์จิ้นสิ้นปี 2563 แตะ 4% บอสหญิง "สุธิดา" แจงกรณี "หัวเหว่ย" โดนแบนกระทบน้อย ระบุเติมสินค้าแบรนด์อื่นชดเชยแล้ว แถมมองครึ่งหลังปี 2563 ฟอร์มสวยกว่าครึ่งปีแรก 2563 ชี้ไฮซีซันหนุนเต็มสูบ (ที่มา ทันหุ้น)