ใช่เธอหรือเปล่า...‘ลานีญ่า’

ใช่เธอหรือเปล่า...‘ลานีญ่า’
1 กันยายน 2563 | โดย บัณรส บัวคลี่
1,536

พายุฝนถล่มในหลายพื้นที่อาจทำให้นึกไปถึง "น้ำท่วมใหญ่" ปี 54 แต่ที่อยากชวนลุ้นกันอย่างใกล้ชิดก็คือ การเข้าสู่สภาวะอากาศแบบ "ลานีญ่า" ซึ่งจะส่งผลต่อประเทศไทยในหลายแง่มุม

ปีนี้ฝนมาล่า ปกติทางเหนือต้นพฤษภาคมฝนลงหนักแล้ว แต่ปีนี้รอปลายเดือนแถมทิ้งช่วง เพิ่งมาหนักตอนเจอร่องมรสุมรอบนี้เอง ทำให้มีน้ำท่วมหลายพื้นที่ภาคเหนือทั้งแพร่ น่านและกำลังลงไปสุโขทัย ทำให้เริ่มคิดถึงสภาวะปีน้ำมาก เมื่อ 2554 ฝนกระหน่ำจริงจังสิงหาคม ทำให้น้ำท่วมหลายจังหวัดกันยายน หรือปีนี้จะซ้ำรอยได้ไหม

ในภาพใหญ่ ปีที่น้ำมากมักจะตรงกับรอบปรากฏการณ์ ‘ลานีญ่า’ นี่ก็ใกล้จะถึงวงรอบของเธอแล้ว เพราะ ‘เอลนีโญ่’ ผ่านไปแล้ว มันเป็นแบบแผนของวงรอบสภาวะอากาศ ระหว่างช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาประเทศเราและดินแดนแถบย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ใต้ภาวะอากาศแบบเอลนิโญ่ (ร้อน/แห้ง) จนผ่านพ้นภาวะดังกล่าวมาได้เมื่อปีที่ผ่านมานี้เอง

ดังนั้นตามวงรอบของดินฟ้าอากาศ นับจากนี้เตรียมรอพบกับสภาวะอากาศแบบลานีญ่า (เปียก/เย็น) เสียที

ถามว่าขณะนี้ไทยเราเข้าสู่ลานีญ่าหรือยัง?

ตอบอย่างเป็นทางการว่ายัง! คำประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาล่าสุด ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา ระบุว่าการเฝ้าระวังสถานการณ์เอลนีโญ่/ลานีญ่า อยู่ในสถานะเป็นปกติ หรือ ENSO-Neutral แต่ก็มีการคาดหมายว่าจากนี้มีโอกาสประมาณ 50-55 เปอร์เซ็นต์ ที่จะพัฒนาเป็นปรากฏการณ์ลานีญ่าในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 

แปลแบบชาวบ้านว่า รอฟังผลภายใน 3 เดือนนี้แหละ ซึ่งถ้ามันจะเปียกท่วม มันก็คงจะมาเอาแบบฉับพลัน เช่นจู่ๆ ก็พบการก่อตัวของพายุต่อเนื่องกันสามสี่ลูก ทยอยสาดฝนใส่ แต่นั่นก็ต้องย้อนกลับไปดูว่าโอกาสดังกล่าวแค่ 50-55 เปอร์เซ็นต์ น้ำอาจจะไม่เต็มเขื่อน แค่ฝนมากกว่าปกติเท่านั้น

หน่วยงานระดับภูมิภาคและระดับโลก ที่ได้เฝ้าติดตามสภาวะเอลนีโญ่/ลานีญ่า เพราะเจ้าสภาวะนี้มีผลต่อทวีปอเมริกาด้านติดชายฝั่งแปซิฟิค ปีไหนประเทศไทยร้อนแห้ง อีกฟากหนึ่งเย็นหนาว ขณะนี้เกิดเหตุไฟไหม้ใหญ่ที่รัฐแคลิฟอเนีย และมีภาวะอากาศแห้งกว่าปีปกติ นี่เป็นสัญญาณบ่งบอกหนึ่ง ตัวชี้วัดสำคัญที่เขาจะฟันธงได้ว่า เอาล่ะ 'ลานีญ่า' เธอมาหรือยังนั้นให้ดูที่อุณหภูมิของน้ำทะเลบริเวณเส้นศูนย์สูตร

ในภูมิภาคอาเซียนของเรามีหน่วยงานชื่อว่า ASMC Asean Specialized Meteorological Center คอยจับตาสภาวะเอลนีโญ่/ลานีญ่า สถานะล่าสุดเมื่อ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา คือ อยู่ที่ช่องจับตาการเกิดของลานีญ่า Current state: La Niña watch ทั้งนี้สถานะของปรากฏการณ์นั้นมีแค่ 5 ช่องเรียงลงมา คือ เอลนีโญ่/จับตาเอลนีโญ่/กลาง/จับตาลานีญ่า/ลานีญ่า

ASMC ให้สถานะ “จับตาลานีญ่า” ซึ่งชัดเจนบอกแนวโน้มมากกว่ากรมอุตุฯของไทยที่ยังให้ค่า “ปกติ” ในระดับหนึ่ง ทำให้เราเห็นแนวโน้มปรากฏการณ์ที่กำลังจะเกิด รอบของลานีญ่ากำลังจะมา...แต่เมื่อไหร่ ไม่รู้

สำหรับคนที่หวังจะเห็นฝนตกเต็มฟ้า มีน้ำมาเติมเขื่อนให้เต็มจากที่พร่องขอดต่อกันหลายปี กำลังลุ้นว่าอีกสามเดือนจากนี้จะมีน้ำจากฟ้าเพิ่มมาอีกมากๆ ได้ไหม

ประเทศไทยแล้งหนักแล้งนานมาหลายปีแล้ว ลานีญ่ามีหลายระดับ ดีที่สุดคือมาแบบกลางๆ คือเย็นชื้นมากขึ้นสักหน่อย เพิ่มฝนขึ้นอีกจากปกติ ไม่ถึงขนาดท่วมใหญ่ จะเป็นการดีสำหรับประเทศไทย ...มาเถอะลานีญ่า

****

ปรากฏการณ์เอลนีโญ่/ลานีญ่า มีผลต่อความหนักเบาของมลพิษ pm 2.5 ฝุ่นควันไฟป่าของภาคเหนือด้วย สำหรับคนที่สนใจปัญหาฝุ่นควัน ย่อมต้องเรียกหาลานีญ่า ไม่อยากเห็นเอลนิโญ่

สถิติที่ศูนย์ GISTNORTH (จิสด้าภาคเหนือ) นำมาแสดง เมื่อ 2-3 ปีก่อนขณะที่ไทยเราอยู่ใต้ภาวะเอลนิโญ่ เจ้าปริมาณจุดความร้อนและความหนักของมลพิษก็สูงตาม หากมีน้ำมากฝนมากป่าชื้นโอกาสไฟป่าจะไหม้เองน้อย แต่ก็นั่นแหละ ไฟที่เกิดในภาคเหนือของไทยไม่ใช่ไฟป่า ส่วนใหญ่แทบทั้งหมดเป็นไฟที่มนุษย์จุด ลานีญ่าจึงแค่บรรเทาการลุกลามเผาไหม้และลดปริมาณเชื้อเพลิงแห้งสะสมได้เท่านั้น ยังไม่ถึงกับทำให้ปัญหาลดลงแบบฮวบฮาบชัดเจน

ภาวะดินฟ้าอากาศเป็นปัจจัยสำคัญของปัญหามลพิษฝุ่นควัน ในช่วงสองสามปีมานี้เทคโนโลยีช่วยให้ประชาชนตื่นตัวขึ้นมาก สามารถดูทิศทางลมจากแอพพลิเคชั่น สามารถดูค่ามลพิษ 2.5 แบบรวดเร็วผ่านโทรศัพท์มือถือของตัวเอง แต่ในภาพรวมปัจจัยด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศยังถูกนำมาประกอบการออกแบบมาตรการและการจัดการค่อนข้างน้อยไปหน่อย

เมื่อฤดูฝุ่นที่ผ่านมา อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานสภาพอากาศประจำวันด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า skew-T log-P อาจจะเป็นปีแรกด้วยกระมังที่มีรายงานการคาดการณ์ภาวการณ์ผกผันและการยกตัวของอากาศประจำวัน แต่น่าเสียดายที่ไม่มีการสื่อสารอย่างกว้างขวาง หน่วยงานของรัฐด้วยกันก็ไม่เข้าใจ ทั้งๆ ที่รายงานชนิดนี้บอกว่า แต่ละวันอากาศจะยกตัวได้ดีแค่ไหน

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงราวกลางเมษายน การยกตัวของอากาศที่เมืองเชียงใหม่แย่มาก ช่วงเช้าอากาศกดต่ำบ่ายๆ เมื่อดวงอาทิตย์ส่องแล้วยังยกขึ้นได้เพียง 2-4 ก.ม.เท่านั้น เทียบกับการยกตัวของอากาศฤดูปกติที่สูงกว่า 10 ก.ม. แปลว่า อากาศปิดในช่วงฤดูแล้งยิ่งเติมให้ทุกอย่างที่เลวร้ายลง

ปัจจัยทางภาวะดินฟ้าอากาศที่มีผลต่อมลพิษฝุ่นควันก็คือ หนึ่ง/ทิศทางลมตามฤดูกาล ทั้งระดับบนและระดับพื้นผิว สอง/ลมจากเพื่อนบ้าโดยเฉพาะจากตะวันตกที่หอบมลพิษฝุ่นควันมาถล่มแม่สาย-เชียงรายทุกปี สาม/ความกดอากาศ เรื่องนี้ยังมีความสับสนไม่เข้าใจอยู่มาก เพราะมีการอ้างว่ามลพิษฝุ่นเกิดจากความกดอากาศสูงในฤดูหนาวเป็นสำคัญ อันที่จริงไม่ว่าความกดอากาศทั้งสูงและต่ำต่างก็ยังมีปัญหามลพิษฝุ่นควันแพร่กระจายหนักแทบไม่ต่างกัน 

สี่/ภาวะอากาศผกผันและปิดตัวหรือ inversion ดั่งที่ได้กล่าวไปว่าอากาศในช่วงนั้นยกตัวแค่ 2-4 ก.ม.เท่านั้นเอง เหมือนกับห้องที่เคยมีลมระบายถูกปิดรู และหดแคบลง ห้า/ปรากฏการณ์เอลนีโญ่และลานีญ่า ซึ่งจะว่าไปปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดแทบไม่ถูกนำมาพิจารณาเพื่อออกเป็นนโยบายและมาตรการด้วยซ้ำไป มาตรการหลักตลอดระยะที่ผ่านมาเน้นไปที่การดับไฟที่จุด hot spot เป็นสำคัญ

ในฐานะที่เป็นผู้เผชิญภัยมลพิษอากาศภาคเหนือเป็นประจำ ขอบอกตรงๆ ว่าอยากเห็น ‘ลานีญ่า’ น้ำท่วมดีกว่าฝนแล้ง ...ขอให้มาจริงเถิด หรืออย่างน้อยที่สุดขอเป็นลานีญ่าแบบอ่อนก็ยังดี จะทำให้มีฝนตกมากกว่าปีปกติ

สถานการณ์มลพิษฝุ่นควันของภาคเหนือในฤดูแล้ง 2564 ดีขึ้นแน่นอน สถิติบอกไว้เช่นนั้น!

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: