โควิด-19ทำธุรกิจลดการจ้างงานสูงสุด75%สายงานแพทย์/สาธารณสุขเนื้อหอมสุด

 โควิด-19ทำธุรกิจลดการจ้างงานสูงสุด75%สายงานแพทย์/สาธารณสุขเนื้อหอมสุด
14 สิงหาคม 2563
183

จ๊อบไทย เผยความต้องการแรงงานครึ่งปีแรก โควิด-19ทำธุรกิจลดการจ้างงานสูงสุด75%สายงานแพทย์/สาธารณสุขเนื้อหอมสุดในช่วงโควิด-19   

จ๊อบไทย(JobThai)ผู้ให้บริการหางาน สมัครงานออนไลน์ อันดับ1ของประเทศไทย ซึ่งให้บริการเข้าสู่ปีที่20เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลความต้องการแรงงานขององค์กรในจ๊อบไทยแพลตฟอร์มพบว่าองค์กรมีความต้องการแรงงานในช่วงครึ่งปีแรกรวมกันอยู่ที่303,776อัตรา(เป็นการนับจำนวนอัตราแบบไม่ซ้ำกัน)ซึ่งมีการเปิดรับสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่124,629อัตรา แต่ในช่วงเดือนมีนาคม–เมษายนการจ้างงานลดลง16.5% เทียบกับเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การระบาดของไวรัสโควิด-19เริ่มมีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงขึ้นและกระจายวงกว้างมากขึ้น ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนด้านผู้ใช้งาน หางาน สมัครงาน มีการใช้งานมากกว่า11ล้านคนเติบโตขึ้น7.5%ซึ่งมีการสมัครงาน8,876,727ครั้งเติบโตขึ้น31.0% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการจ๊อบไทย (JobThai)กล่าวว่าการระบาดของไวรัสโควิด-19นั้นส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงกับภาพรวมตลาดแรงงาน จากการรวบรวมและวิเคราะห์ฐานข้อมูลงานในจ๊อบไทยแพลตฟอร์มเพื่อรายงานสถานการณ์ความต้องการแรงงานและพฤติกรรมความต้องการของผู้สมัครงานทั่วประเทศในช่วงครึ่งปีแรกของปี2563ดังนี้

 

·5ประเภทธุรกิจมีความต้องการแรงงานมากที่สุด

1.อาหาร-เครื่องดื่ม58,724อัตรา แม้การผลิตในอุตสาหกรรมอาหารไตรมาสที่1ปี2563จะปรับตัวลดลง(ที่มา :สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม)แต่ผู้บริโภคยังคงมีการใช้จ่ายในหมวดสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ทำให้ประเภทธุรกิจนี้ยังคงมีความต้องการแรงงานมาเป็นอันดับแรก ซึ่งลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน22.9%

2.บริการ44,750อัตรา ความต้องการแรงงานในธุรกิจประเภทนี้จะเป็นธุรกิจบริการที่นอกเหนือจากธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาคท่องเที่ยวเช่น ธุรกิจบริการทำความสะอาด ธุรกิจบริการด้านระบบ ธุรกิจบริการฝึกอบรม

3.ก่อสร้าง41,353อัตรา SCB EICได้ประเมินว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการยังคงสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างจะมีแนวโน้มหดตัวตามเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงมาก ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์บางส่วนเลื่อนการเปิดตัวโครงการใหม่ออกไป แต่การก่อสร้างโครงการภาครัฐยังคงมีแรงขับเคลื่อนจากโครงการเมกะโปรเจกต์คมนาคม เช่น โครงการรถไฟฟ้า โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการสนามบิน โครงการท่าเรือ โครงการมอเตอร์เวย์ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

4.ยานพาหนะ/ชิ้นส่วนยานยนต์39,883อัตรา ผลจากการระบาดของไวรัสโควิด-19ได้ส่งผลกระทบต่อยอดการจำหน่ายและการผลิตรถยนต์ในประเทศและการส่งออกให้ชะลอตัวลง และยังกระทบต่อเนื่องไปยังผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ผู้ผลิตอุปกรณ์ตกแต่งภายในรถยนต์ รวมถึงตัวแทนจำหน่าย (ที่มา : สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย)แม้ธุรกิจนี้จะอยู่ในห้าอันดับแรกที่ต้องการแรงงานมากแต่เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนพบว่าความต้องการแรงงานลดลงถึง31.8%

5.ค้าปลีก37,482อัตรา ธุรกิจค้าปลีกโดยรวมมีผลกระทบค่อนข้างมาก ยกเว้นสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีวิต เช่น อาหารและของใช้ส่วนตัว ทำให้ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ ยังคงมีความต้องการแรงงาน

 

·

5ประเภทธุรกิจที่มีความต้องการแรงงานน้อยที่สุด

1.ธุรกิจท่องเที่ยว1,690อัตรา การระบาดของไวรัสโควิด-19ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจรุนแรงขึ้นในทุกด้าน โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่หดตัวรุนแรงหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยที่มีประกาศใช้มาตรการจํากัดการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งความต้องการแรงงานในธุรกิจนี้ลดลงถึง65.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (ที่มา:ธนาคารแห่งประเทศไทย)

2.ธุรกิจความบันเทิง2,075อัตรา เป็นอีกอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศปิดสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ประกอบกับมาตรการควบคุมโรค โดยห้ามการจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคนเป็นจำนวนมาก รวมถึง การถ่ายทำภาพยนตร์ ละคร ซีรีย์ โฆษณา

3.ธุรกิจกระดาษ/เครื่องเขียน2,200อัตราธุรกิจกระดาษที่เกี่ยวเนื่องกับสื่อสิ่งพิมพ์มีความต้องการลดลง ส่วนธุรกิจกระดาษที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์แม้มีความต้องการใช้เติบโตขึ้น แต่โดยภาพรวมจะเห็นว่าธุรกิจนี้อยู่ในกลุ่มที่มีความความต้องการแรงงานน้อยเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่น ๆ ในจ๊อบไทยแพลตฟอร์ม

4.ธุรกิจโรงแรม/Resort/Spa/สนามกอล์ฟ2,820อัตรา จากมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติในไทยลดลงซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจที่กลุ่มนี้ ทำให้ธุรกิจกลุ่มนี้มีการจ้างงานลดมากที่สุด โดยลดลงถึง75.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

5.ธุรกิจอัญมณี/เครื่องประดับ3,092อัตราการผลิตและจำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับปรับตัวลดลง เนื่องจากการผลิตเพื่อการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศลดลง ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบสองธุรกิจที่สภาอุตสาหกรรมประเมินว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมาก

 

·5สายงานที่องค์กรเปิดรับมากที่สุด อันดับหนึ่ง ขาย คิดเป็น19.9% อันดับสอง ช่างเทคนิค คิดเป็น10.3% อันดับสาม ผลิต/ควบคุมคุณภาพ คิดเป็น7.9% อันดับสี่ วิศวกร คิดเป็น5.8% อันดับห้า ธุรการ/จัดซื้อ คิดเป็น5.7%

 

·5 สายงานที่คนสมัครมากที่สุดอันดับหนึ่ง ธุรการ/จัดซื้อ คิดเป็น12.7% อันดับสอง ขาย คิดเป็น9.5% อันดับสาม ผลิต/ควบคุมคุณภาพ คิดเป็น9.1% อันดับสี่ งานบุคคล/ฝึกอบรม คิดเป็น6.2% อันดับห้า ขนส่ง-คลังสินค้า คิดเป็น6.1%

 

·5สายงานยอดนิยมที่มีอัตราการแข่งขันสูง พบว่างานที่มีอัตราการแข่งขันสูงที่สุด คือ นำเข้า-ส่งออกมีการแข่งขันอยู่ที่10.2คน ต่อ1อัตรา อันดับสองบุคคล/ฝึกอบรมโดยมีการแข่งขันอยู่ที่9.9คนต่อ1อัตราอันดับสาม เลขานุการ การแข่งขันอยู่ที่9.4คน ต่อ1อัตราอันดับสี่วิทยาศาสตร์/วิจัยการแข่งขันอยู่ที่8.2คน ต่อ1อัตรา อันดับห้า วิเคราะห์/เศรษฐศาสตร์การแข่งขันอยู่ที่7.2คน ต่อ1อัตรา

 

·5นิคมอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานมากที่สุดอันดับหนึ่ง นิคมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง3,374อัตรา อันดับสอง นิคมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี3,140อัตรา อันดับสาม นิคมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี2,789อัตรา อันดับสี่ สวนอุตสาหกรรมโรจนะอยุธยา2,339อัตรา อันดับห้า เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร ปทุมธานี2,264อัตรา

 

·5องค์กรที่มีอัตราการเปิดรับมากที่สุดอันดับหนึ่ง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)อันดับสอง บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) อันดับสาม บริษัท เซ็นทรัลเรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด อันดับสี่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด อันดับห้า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

 

·5องค์กรที่มีคนสมัครมากที่สุดอันดับหนึ่งบริษัทไทยเบฟเวอเรจจำกัด(มหาชน)อันดับสองบริษัทสยามแม็คโครจำกัด(มหาชน)อันดับสามบริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) อันดับสี่กลุ่มบริษัทเครือเบทาโกรจำกัดอันดับห้าบริษัทเคอรี่เอ็กซ์เพรส(ประเทศไทย)จำกัด(มหาชน)

 

นักศึกษาจบใหม่ในปีนี้ต้องเผชิญกับภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นต้องมีการปรับตัวอยู่เสมอเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและพร้อมรับมือกับอนาคต สำหรับสายงานที่เปิดรับนักศึกษาจบใหม่ มีดังนี้

 

·5สายงานที่องค์กรเปิดรับนักศึกษาจบใหม่ปริญญาตรีมากที่สุดอันดับหนึ่ง ขาย คิดเป็น23.3% อันดับสอง บริการ คิดเป็น11.8% อันดับสาม ธุรการ/จัดซื้อ คิดเป็น 9.0% อันดับสี่ วิศวกร คิดเป็น7.2% อันดับห้า ช่างเทคนิค คิดเป็น7.1%

 

·5สายงานที่นักศึกษาจบใหม่ปริญญาตรีสมัครมากที่สุดอันดับหนึ่ง ธุรการ/จัดซื้อ คิดเป็น15.8% อันดับสอง วิศวกร คิดเป็น10.3% อันดับสาม ขาย คิดเป็น9.5% อันดับสี่ ผลิต/ควบคุมคุณภาพ คิดเป็น8.0% อันดับห้า บริการ คิดเป็น7.1%

 

เมื่อดูข้อมูลเชิงลึกในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19พบว่า ช่วงก่อนการระบาดในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์มีแนวโน้มการจ้างงานที่สูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยเดือนมกราคม มีอัตราการเปิดรับ119,122เพิ่มขึ้น8.7% จากธันวาคม2562และเดือนกุมภาพันธ์ มีอัตราการเปิดรับ124,629เพิ่มขึ้น4.6% จากมกราคม2563โควิด-19เริ่มมีการระบาดมากในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน

รวมทั้งมีการออกมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อทำให้หลายสถานประกอบการจำเป็นต้องปิดกิจการชั่วคราวตลอดทั้งการประกาศเคอร์ฟิว ส่งผลให้ความต้องการแรงงานลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเดือนมีนาคม มีอัตราการเปิดรับ112,220ลดลง10.0%จากกุมภาพันธ์2563และลดลงหนักสุดในช่วงเดือนเมษายน มีอัตราการเปิดรับ91,382ซึ่งลดลง18.6%จากมีนาคม2563ส่วนเดือนพฤษภาคม อัตราที่เปิดรับ86,966ลดลง4.8% จากเมษายน2563เดือนมิถุนายน อัตราที่เปิดรับ90,347เพิ่มขึ้น3.9% จากพฤษภาคม2563

 

·5ประเภทธุรกิจที่มีความต้องการแรงงานลดลงมากที่สุดเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี2562 อันดับหนึ่ง ธุรกิจโรงแรม ลดลง75.7% อันดับสอง ธุรกิจท่องเที่ยว ลดลง65.8% อันดับหนึ่งและสองเป็นผลกระทบโดยตรงการท่องเที่ยวที่หดตัวรุนแรง อันดับสาม ธุรกิจที่ปรึกษา ลดลง38.9% อันดับสี่ ธุรกิจสิ่งทอ ลดลง37.9% อันดับห้า ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ลดลง36.6%

 

·5ประเภทธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทางลบน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี2562 พบว่า อันดับหนึ่ง ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม รับเพิ่ม38.7% อันดับสอง ธุรกิจพลังงาน รับเพิ่ม0.3% อันดับสาม ธุรกิจคอมพิวเตอร์/ไอที ลดลง5.2% อันดับสี่ ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์/เครื่องใช้ในบ้าน ลดลง9.0% อันดับห้า ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ลดลง9.4%

หากแบ่งข้อมูลออกเป็น3ช่วง คือช่วงก่อนระบาดหนัก (มกราคม-กุมภาพันธ์)ช่วงระบาดหนักและล็อกดาวน์ (มีนาคม-เมษายน) และช่วงคลายล็อกดาวน์(พฤษภาคม-มิถุนายน) พบว่าช่วงระบาดหนักและล็อกดาวน์ มีสายงานเดียวที่เปิดรับคนเพิ่มขึ้น คือแพทย์/เภสัชกร/สาธารณสุข เพิ่มขึ้น0.5% ส่วนช่วงคลายล็อกดาวน์ มีการเปิดรับFreelanceเพิ่มขึ้น36.4%

 

นางสาวแสงเดือน กล่าวต่อว่าในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาสถานการณ์ด้านตลาดแรงงานมีความผันผวนจากการระบาดของไวรัสโควิด-19องค์กรต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ คนทำงานเองต้องพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนการทำงานของตัวเองอยู่ตลอดเวลา การพัฒนาทักษะอยู่ตลอดเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการทำงานยุคนี้สำหรับทิศทางของตลาดแรงงานจากนี้ไปคาดว่าจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อเราดูสถิติช่วงต้นเดือนกรกฎาคม พบว่า สายอาชีพที่มีแน้วโน้มเปิดรับเพิ่มขึ้น ได้แก่Freelance,อาจารย์/ครู,แพทย์/เภสัชกร/สาธารณสุขสำหรับการหางาน สมัครงานในจ๊อบไทยมีการเติบโตขึ้นมาก ซึ่งจ๊อบไทยได้ออกฟีเจอร์การค้นหางานที่ให้ทำงานที่บ้านได้ (Work from Home)และค้นหางานที่เปิดรับสัมภาษณ์ออนไลน์เพื่อสร้างความสะดวก ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการและคนหางานด้วย

 

อย่างไรก็ตาม จากฐานข้อมูลของจ๊อบไทยยังมีตำแหน่งงานจากบริษัทชั้นนำทั่วประเทศ สำหรับผู้ที่ต้องการหางาน สมัครงาน สามารถใช้งานได้ที่www.jobthai.comหรือดาวน์โหลดJobThai Applicationทั้งในระบบiOS,AndroidและHUAWEI AppGallery

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง