นอกจากแม่แล้ว... เสาหลักอีกต้นหนึ่งในชีวิตของผม ก็คือลุง

นอกจากแม่แล้ว... เสาหลักอีกต้นหนึ่งในชีวิตของผม ก็คือลุง
12 สิงหาคม 2563
794

ทำมาหมดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ รปภ.รายวัน รับจ้างแปลเอกสาร เก็บเงินไปจ่ายค่าเทอม และเรียนต่อด้วยชีวิตแวดล้อมด้วยภาษาอังกฤษ จนรู้สึกว่าเป็นทั้งแขนและขาของชีวิต ช่วยเบิกทางชีวิตให้ดีขึ้น จนก้าวสู่การศึกษาต่อระดับปริญญาตรีได้

 เจต - เจต คารวะวัย 19 ปี เฟรชชี่หนุ่มรั้วบัวสวรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ชีวิตที่เติบโตมาแม้ไม่สมบูรณ์ อาศัยอยู่ลำพังกับแม่ตั้งแต่อนุบาล ต่อสู้และใช้ชีวิตลำพังหลายสถานการณ์ ปัจจุบันเจตอยู่กับลุงเพื่อนของแม่ ที่ส่งเสียจุนเจือตามสมควรในส่วนของค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายต่อวัน รวมถึงให้คำปรึกษาต่าง ๆ โดยเจตบอกว่า“นอกจากแม่แล้ว... เสาหลักอีกต้นหนึ่งในชีวิตของผม ก็คือลุง”

เขาเริ่มต้นที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศคลองหลวง ต่อด้วยโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต(English Program) แม้ว่าจะมีปัญหาด้านการเงินจนเป็นเหตุให้ต้องค้างค่าเทอมราว ๆ 1 แสนกว่าบาท แต่โรงเรียนอนุโลมให้เข้าสอบได้ เพราะเป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขันทักษะภาษาจนได้รับรางวัลในระดับโรงเรียนจนถึงระดับอาเซียน

ทำงานพิเศษหาเงินจ่ายค่าเทอมครั้งแรกด้วยการเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ล่าสุดเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรายวัน ประจำศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และรับงานแปลเอกสารร่วมด้วย กระทั่งได้พบกับพี่หนิง (สุภาพร โพธิ์สพ) ซึ่งทำงานที่ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ขณะที่เข้าไปช่วยสื่อสารและอธิบายชาวต่างชาติที่ใช้บริการให้ทำตามขั้นตอนการคัดกรองแทนเจ้าหน้าที่ช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ซึ่งศูนย์การค้าจำเป็นต้องมีมาตรการคัดกรองผู้คนเข้าออก

     

จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พี่หนิง ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยโดยเขียนจดหมายเรื่องราวชีวิตไปยังศูนย์ดำรงธรรม ทำให้ได้ไปพบกับผู้ใหญ่หลายท่าน และได้รับความอนุเคราะห์เป็นอย่างดี  และพี่หนิงยังได้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายส่วนต่างของค่าเทอม จนได้เรียนจบและรับวุฒิ ม.6 อย่างสมบูรณ์

 ขณะเดียวกันโรงเรียนฯ ยังให้คำแนะนำในการสมัครเรียนต่อ เพราะเห็นว่ามีความสามารถด้านภาษา และได้แนะนำให้ลองศึกษาข้อมูลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เพราะมีทุนการศึกษา มีการดูแลนักศึกษาที่ดีแห่งหนึ่ง ที่สำคัญคือใกล้บ้าน เดินทางสะดวก ช่วยลดรายจ่ายได้ และได้แนะนำให้พบกับรองอธิการบดี มทร.ธัญบุรี ได้รับความอนุเคราะห์ที่ดีมาก

159715218462

 เจต เล่าว่าความฝันจุดประกายให้เป็นจริงอีกครั้งกับการเรียนระดับมหาวิทยาลัย ได้เลือกเรียนคณะตามความถนัด นั่นคือคณะศิลปศาสตร์ มทร.ธัญบุรี สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ได้รับการยกเว้นการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ที่มีความรู้ความสามารถและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในระดับดี

เคยมีคนถามเหมือนกันว่า“ทำไมถึงเก่งภาษาอังกฤษ” เจตบอกว่า อาจจะมาจากที่ชีวิตของเขาข้องเกี่ยวกับภาษาอังกฤษอยู่ตลอดเวลา สิ่งแรกคือการอ่านอะไรก็ตามที่เป็นภาษาอังกฤษ ส่วนคำไหนที่ไม่รู้ก็จะหาคำแปล ซึ่งการค้นหาความหมายเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่ช่วยทำให้เราจำได้ จากนั้นเราต้องสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษอยู่ทุกวัน โดยเฉพาะแก๊งเพื่อนต่างชาติที่เล่นเกมส์ออนไลน์ด้วยกัน สิ่งสุดท้ายคือการดูหนังฟังเพลงต่างประเทศ ซึ่งอันนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด

ส่วนตัวมองว่า การสื่อสารกับต่างชาตินั้นนอกจากฝึกความกล้าแสดงออกแล้ว ยังทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรม มารยาทของเขาอีกด้วย แต่หลายคนไม่กล้าและกลัวการสื่อสาร จึงอยากให้ทุกคนเปิดใจกว้าง ๆ และมองว่า“ภาษาอังกฤษเป็นแขน เป็นขา และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต”ไม่แน่สักวันหนึ่ง ทักษะภาษาอังกฤษของเพื่อน ๆ อาจจะเป็นใบเบิกทาง พาชีวิตให้พบกับเรื่องราวที่พลิกชีวิตให้ดีขึ้นแบบผม ก็เป็นได้... ขอเพียงเปิดใจยอมรับภาษาอังกฤษ.

เจตยังบอกอีกด้วยว่า พร้อมที่จะถ่ายถอด ฟุต-ฟิต-ฟอ-ไฟ ให้กับเพื่อน ๆ โดยไม่หวงความรู้ เพราะเราเคยได้รับโอกาสที่ดีจากภาษามาแล้ว จึงอยากใช้ทักษะภาษาดังกล่าวนี้ ไปช่วยพัฒนาฝึกฝนคนอื่นต่อไป

ถ้ามีใครถามว่าเคยท้อแท้กับชีวิตบ้างไหมที่ผ่านมา เขาบอกว่าไม่เคยท้อ “เวลาที่มีปัญหา จะไม่มองว่ามันเป็นโจทย์ปัญหา” และพยายามไม่คิดมากหรือคิดเยอะ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว ชีวิตของเราก็จะเปรียบเหมือนการผูกเชือกมัดกับตัวเอง เราก็จะยิ่งทุกข์ใจ เสียใจ เพราะชีวิตทุกคนต่างต้องพบปะกับโจทย์ปัญหาที่ต่างกันไป

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง