อย่าให้ 'การเมือง' ทุบซ้ำเศรษฐกิจไทย

อย่าให้ 'การเมือง' ทุบซ้ำเศรษฐกิจไทย
11 สิงหาคม 2563 | โดย [บทบรรณาธิการ]
470

นับเป็นช่วงเวลาที่ ครม.ชุดใหม่ต้องพิสูจน์ฝีมือแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยจากพิษโควิด-19 ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ยังต้องลุ้นกันวันต่อวัน ประกอบกับการระบาดของโควิดทั่วโลกที่ยังไม่คลี่คลาย และโอกาสเกิดระลอกสองในไทยหากการ์ดตก ที่จะส่งผลให้ทุบซ้ำเศรษฐกิจไทย

ยุติไปแล้วสำหรับประเด็น “ความปั่นป่วน” ในการสรรหาตัวบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังนายกรัฐมนตรีเคาะรายชื่อคณะรัฐมนตรี 6 คน ใน 7 ตำแหน่งไปเรียบร้อยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะนัดวันถ่ายรูป ครม.ใหม่ร่วมกัน ในวันที่ 13 ส.ค.นี้ ตามมาด้วยการประชุม ครม.นัดแรกในวันเดียวกัน แน่นอนสิ่งที่สำคัญกว่าพิธีกรรม สิ่งที่ประชาชนอยากเห็น คือ การเร่งระดมสมอง พิสูจน์ฝีมือในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไทยหลังเผชิญพิษโควิดสาหัส

โดย ครม.ชุดใหม่ ต้องตั้งหลักเดินหน้าบริหารประเทศให้ดี “ลบคำปรามาส” จากหลายสำนักพยากรณ์เศรษฐกิจต่างชาติ ที่ต่างแสดงความกังวลว่า ความผันผวนทางการเมืองหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย จะกลายเป็นประเด็นฉุดความฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ เรียกว่า เป็นการ “ทุบซ้ำ” เศรษฐกิจ จากการล็อกดาวน์ประเทศ เพื่อสกัดการระบาดของโควิดในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่สกัดการระบาดของโควิดได้ดี จนทั่วโลกยกย่อง ทว่าตราบใดที่โลกยังไม่สามารถค้นพบวัคซีนป้องกันโควิดได้ การระบาดของโควิดระลอกสองย่อมเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ล่าสุดวานนี้ (10 ส.ค.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยังออกมาย้ำเตือนคนไทยว่า “อย่าการ์ดตก” แม้สถานการณ์โควิดในไทยจะไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ แต่ยังมีโอกาสพบผู้ติดเชื้อภายในประเทศได้ทุกเมื่อ เพราะการไม่ได้รับรายงาน ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีผู้ป่วย”

ดังนั้นสถานการณ์โควิดระลอกสองยังมีโอกาสกลับมาฉุดเศรษฐกิจไทยให้ฟุบลงอีกระดับ ยิ่งหากมา “ผสมโรง” กับสถานการณ์การเมืองที่ยังต้องลุ้นกันวันต่อวัน จะมีเสถียรภาพหรือไม่ ย่อมยากจะรับมือ ยังไม่นับปัจจัยภายนอกประเทศ กับการระบาดของโควิดทั่วโลกที่ยังไม่คลี่คลาย ย้อนกลับมาฉุดการส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุนภายในประเทศไทย ที่พึ่งพารายได้ต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ในการขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี)

จากนี้ ทั้งคนไทย และนักการเมืองไทย จึงต้องตั้งมั่นช่วยกันฟื้นฟูประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ใครมีหน้าที่อะไรก็ต้องรับผิดชอบภารกิจของตัวเองให้ดีที่สุด โดยเฉพาะทุกคนต้องทำตัวเองให้ปลอดจากโควิด ขณะที่ ครม.เมื่อรู้ดีอยู่แล้วว่า ปัญหาการเมืองจะบั่นทอนการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ก็ขอให้สามัคคีร่วมแก้ปัญหาชาติ รอให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว ค่อยมาเบาะแว้งกันใหม่ ยังไม่สาย แบบนี้จะได้คะแนนนิยมจากประชาชน ขอให้มองกันยาวๆ มากกว่าหวังประโยชน์ระยะเฉพาะหน้า ที่ฉาบฉวย ไม่ยั่งยืน ต่ออาชีพนักการเมือง

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง