1. การตั้ง นายดอน ปรมัติถ์วินัย เป็นรองนายกฯ เพิ่มขึ้นอีกตำแหน่ง โดยอ้างว่าจะให้มาช่วยเศรษฐกิจและติดต่อต่างประเทศ ซึ่งความจริงตลอด 6 ปี นายดอนไม่ได้เคยแสดงถึงวิสัยทัศน์ทางด้านนี้เลย แถมยังมีเรื่องอิ้อฉาวที่ภรรยาถือหุ้นและตัวเองก็ยอมรับ แต่กลับหลุดคดีได้อย่างน่าอัศจรรย์ ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในประชาคมโลกย่ำแย่มาตลอด สื่อหลักต่างประเทศยังคงโจมดีไทยไม่หยุด แม้กระทั่งหลังเลือกตั้งแล้วก็ยิ่งโดนโจมตีหนัก โดยนายดอนไม่เคยแก้ไขได้เลย อีกทั้งกระทรวงต่างประเทศภายใด้กำกับของนายดอนไม่เคยทำให้การลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นได้เลย แถมยังมีเรื่องอื้อฉาวการประมูลอี-พาสปอร์ตที่มีข้อสงสัยกันว่าผู้ชนะการประมูล มีสเป็กที่อาจจะไม่ตรงแต่ก็ช่วยกันให้ชนะการประมูล ซึ่งก่อนหน้านี้ กระแสสังคมยังเข้าใจว่าจะมีการปรับนายดอนออกจาก ครม.  จากที่ไม่มีผลงานที่ประชาชนได้รับรู้ เหมือนกับประเทศไทย ไม่มี รมว. ต่างประเทศ  แต่กลับได้รับการเลื่อนขั้น 

2. การแต่งตั้ง รมว. พลังงาน ให้ควบ รองนายกฯ แต่ รมว. คลัง ไม่ควบ รองนายกฯ ทั้งที่กระทรวงการคลังมีขอบข่ายครอบคลุมทุกกระทรวงทุกหน่วยงานและมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจมากกว่ากระทรวงพลังงานมาก ไม่แน่ใจและรู้สึกสับสนว่ามีหลักคิดอย่างไร หรือ นายปรีดี ไม่กล้าจะมาเป็น รองนายกฯ เพราะแค่ที่กระทรวงการคลัง งานก็จะหนักอยู่แล้ว อีกทั้ง อาจจะเป็นเพราะพลเอกประยุทธ์ยังไม่เข้าใจกลไกทางเศรษฐกิจ การแต่งตั้งแบบนี้จะยิ่งทำให้ทำงานได้ยากและจะยิ่งเป็นปัญหา