ภารกิจ ’ยรรยง มุนีมงคลทร’ ขุนศึกนำ ‘เอปสัน’โตสวนวิกฤติ

ภารกิจ ’ยรรยง มุนีมงคลทร’ ขุนศึกนำ ‘เอปสัน’โตสวนวิกฤติ
10 สิงหาคม 2563 | โดย วริยา คำชนะ
210

วิกฤติโควิดทำให้เอปสันต้องปรับโฟกัสไปสู่บีทูบี เน้นการขายรูปแบบโซลูชั่น

ปีนี้เอปสันได้เสริมความแกร่งในการทำธุรกิจเชิงบีทูบีอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสมดุลและเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ตลาดที่ผันผวนจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

จากปี 2562 ที่สัดส่วนรายได้เอปสัน ประเทศไทยมาจากกลุ่มบีทูซี 75% บีทูบี 25% ปีนี้คาดการณ์ว่ากลุ่มบีทูบีจะเติบโตไปถึง 30% บีทูซีลดเหลือ 70% และตั้งเป้าไว้ว่าภายใน 5 ปีจากนี้สัดส่วนจะเปลี่ยนไปใกล้เคียงกันที่ 50 ต่อ 50%

“เราตั้งเป้าการเติบโตกลุ่มธุรกิจบีทูบีโตไว้ที่ 20% แต่บีทูซีคาดว่าจะติดลบ 6-7% เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ค่อยดี ส่วนในภาพรวมมั่นใจว่าจะยังสามารถรักษาการเติบโตได้เท่ากับปีที่ผ่านมา”

ไอทีกระทบหนัก แต่ฟื้นเร็ว

ผู้บริหารเอปสันเผยว่า ผลกระทบจากวิกฤติทำให้เอปสันเร่งเพิ่มความพร้อมในการทำธุรกิจบีทูบีมากขึ้น โดยเน้นการขายในรูปแบบโซลูชั่นที่สามารถแก้ปัญหาของลูกค้าได้ตรงจุด มากกว่าที่จะแยกขายสินค้าเป็นเครื่องๆ รวมถึงสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ในรูปแบบ พรินเตอร์ แอส อะ เซอร์วิส ออกมานำเสนอเพิ่มมากกว่าเดิม

นอกจากนี้ กระตุ้นการลงทุนและช่วยเหลือลูกค้าด้วยโปรแกรมทางการเงินที่หลากหลาย เช่น ผ่อนชำระ เช่าใช้ ให้ทดลองใช้งานเครื่องฟรี 1 เดือน เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจได้พิจารณาถึงความเป็นไปได้ ความคุ้มค่า พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า มากกว่านั้นจัดทำแคมเปญสินค้าราคาพิเศษสำหรับบางหน่วยงานที่อาจมีงบประมาณจำกัด การทำตลาดบีทูบีจำเป็นต้องมีการปรับกลยุทธ์การทำตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการที่มีความเฉพาะเป็นรายเซ็กเมนท์

สำหรับสินค้าเรือธง กลุ่มบีทูบีประกอบด้วย เครื่องพิมพ์ความเร็วสูง เครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์ เลเซอร์โปรเจ็คเตอร์ เลเซอร์พรินเตอร์ และหุ่นยนต์ ขณะที่บีทูซีมีทั้งเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ดอทแมททริกซ์ สแกนเนอร์ และโปรเจ็คเตอร์

อย่างไรก็ดี วิกฤติไวรัสส่งผลต่อวงจรธุรกิจและการลงทุนเกือบทั้งหมดของประเทศ ทั้งยังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้จ่ายและการใช้ชีวิตของผู้คน ซึ่งตลาดไอทีในช่วงสี่เดือนแรกก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ทว่าตั้งแต่เดือนพ.ค.เป็นต้นมาพบว่ากลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากรัฐบาลประกาศคลายล็อกดาวน์ ผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าไอทีเพื่อรองรับการทำงานและการเรียนผ่านระบบออนไลน์ อีกทั้งหน่วยงานราชการก็เริ่มกลับมาจัดซื้ออุปกรณ์สำนักงานมากขึ้น

ไตรมาสแรกของปีปฏิทินเอปสันระหว่างเดือนเม..-มิ.ยยอมรับว่ายอดขายของเราติดลบ จากปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจและลูกค้าที่ระมัดระวังการใช้จ่าย และไม่ต้องการสต็อกสินค้าไว้จำนวนมาก ทว่าไตรมาสที่ 2 นี้มั่นใจว่าตลาดจะฟื้นกลับมาได้แน่ๆ ด้วยกำลังซื้ออั้นมานาน ทั้งมีปัจจัยบวกจากการเปิดภาคเรียน

อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เอปสันได้ทำแผนสำรองเผื่อไว้สำหรับกรณีที่แย่ที่สุด ทั้งการบริหารจัดการภายใน กระแสเงินสด การจัดทำแผนการตลาดที่สอดคล้อง รวมถึงการเพิ่มการลงทุนทั้งด้านคน และโชว์รูม รองรับการขยายตัวของธุรกิจ ฯลฯ

ข้อมูลโดยจีเอฟเคระบุว่า ครึ่งปีแรกตลาดเครื่องพิมพ์ประเทศไทยติดลบ 20% ตลอดทั้งปีนี้มีโอกาสติดลบ 10% ทว่าสถานการณ์ยังไม่แน่นอนจากหลายปัจจัยทั้งการเมือง เศรษฐกิจ รวมถึงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ฯลฯ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง