ยูนิเวอร์ซัลผนึก‘ไอแอม’ปั้น‘ที-ป๊อป’ลุยตลาดเอเชีย

ยูนิเวอร์ซัลผนึก‘ไอแอม’ปั้น‘ที-ป๊อป’ลุยตลาดเอเชีย
10 สิงหาคม 2563 | โดย สรัญญา จันทร์สว่าง
252

สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สร้างความท้าทายครั้งใหญ่! ให้หลายธุรกิจ รวมถึง “ธุรกิจดนตรี” ที่เกี่ยวเนื่องกับการแสดงสดและเทศกาลดนตรี ได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวง!

ทั้งผู้จัดการศิลปิน ผู้จัดงาน ค่ายเพลง ผู้จัดจำหน่ายสินค้าของศิลปิน และทีมงานเบื้องหลังต่างได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง อัลบั้มที่กำลังจะเปิดตัวต้องเลื่อนวันจำหน่าย ทัวร์คอนเสิร์ตต้องหยุดชะงัก เทศกาลดนตรีต่างๆ ถูกยกเลิก ทุกคนที่ทำงานเกี่ยวเนื่องกับ “Live Music” จึงต้องปรับตัว! เพื่อหาจุดกึ่งกลางของการแสดงสดกับการเว้นระยะห่างทางสังคม ศิลปินและค่ายเพลงต้องคิดค้นแพลตฟอร์มใหม่ ใช้ “ไลฟ์สตรีม” และพึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์อีเวนท์ออนไลน์เชื่อมต่อศิลปิน ดนตรี กับแฟนเพลง ให้มีปฏิสัมพันธ์กันในรูปแบบใหม่ รวมถึงวิธีสร้างรายได้ในระยะยาว

พอล สิริสันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค กรุ๊ป (ประเทศไทย) หรือ “UMG” ค่ายเพลงสากลใหญ่เจ้าของศิลปินระดับโลกอย่างเทย์เลอร์ สวิฟต์, จัสติน บีเบอร์, เลดี้ กาก้า, เดรก, มารูนไฟว์ ฯลฯ กล่าวว่า รายได้ของอุตสาหกรรมเพลงในประเทศไทยเติบโตถึง 17% แม้ภาวะเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลงจากผลกระทบที่เกิดจากโควิด สะท้อนว่าธุรกิจดนตรียังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะธุรกิจมิวสิค สตรีมมิ่ง ไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด ตรงกันข้ามทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้บริการ มิวสิค สตรีมมิ่ง มากขึ้น เพราะมีช่วงเวลาของการกักตัวอยู่บ้าน หรือ Work From Home มากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจนี้เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน

ประเทศไทย ถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล หากมองจากตลาดที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจสตรีมมิ่งในไทย คิดเป็นผู้บริโภคราว 15 ล้านคน ซึ่งมีเพียง 5% ที่ใช้บริการของสตรีมมิ่ง นับเป็นตลาดที่มีโอกาสมหาศาล! สำหรับ ยูนิเวอร์แซล มิวสิค กรุ๊ป ในประเทศไทย ที่จะเร่งเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ สร้างรายได้ และขยายฐานลูกค้าใหม่

ปัจจุบัน ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค เป็นผู้นำตลาดสตรีมมิ่งในไทย ด้วยส่วนแบ่ง 45% ของตลาดเพลงสากลทั้งหมด ในปี 2561 มีรายได้จากการสตรีมมิ่ง และ Subscription ถึง 70% ของรายได้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสร้างรายได้ของบริษัทไปอย่างสิ้นเชิง

นอกจากศักยภาพตลาดเมืองไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังถือเป็นภูมิภาคที่อุตสาหกรรมดนตรีมีโอกาสการเติบโตสูง โดยยูนิเวอร์ซัล มิวสิค กรุ๊ป โฟกัสในการสร้าง ศิลปินไทยคลื่นลูกใหม่" เพื่อก้าวสู่ระดับโลก โดยร่วมกับพันธมิตรหลักที่หลากหลายในภูมิภาคนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ล่าสุดผนึกความร่วมมือกับ อินดิเพนเด้นท์ อาร์ทิสท์ เมเนจเม้นท์ หรือ  iAM  ค่ายเพลงเจ้าของกลุ่มศิลปินที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ นั่นคือBNK48ซึ่งมีเมมเบอร์เกือบ 100 คนในปัจจุบัน ภายใต้วิสัยทัศน์เดียวกัน นั่นคือ การยกระดับศิลปินเพลงป๊อปของไทย (T-POP) สู่เวทีนานาชาติ

ธุรกิจดนตรีในไทย มีความสนใจในการสร้าง T-POP เป็นอย่างมาก เพราะมีโอกาสและช่องทางในการขยายฐานผู้ฟังและผู้ชมไปสู่ต่างประเทศได้ง่ายกว่าสมัยก่อน ด้วยเทคโนโลยีของอินเทอร์เน็ต ที่สำคัญเครื่องมือหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อนคอนเทนท์ไปสู่มือผู้บริโภคอย่างไร้พรมแดนนั่นก็คือ มิวสิค และ วิดีโอสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม  ที่มีให้เลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็น Spotify, Apple Music, JOOX, QQ, KKBOK, TikTok, Netflix, WeTV, V Live และ YouTube ซึ่งการเติบโตของผู้ใช้งานสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มทั้งหมดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คิดเป็น 24% ต่อปี ในไทย 20% ต่อปี

"ในไทย ธุรกิจมิวสิค สตรีมมิ่ง อยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังมีโอกาสอีกมหาศาล แม้จะมีการแข่งขันที่รุนแรง โดยตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจมิวสิค สตรีมมิ่ง ซึ่งมีการเติบโต 17% ต่อปี ผ่านการสร้างรายได้ และขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่"

กลยุทธ์จากนี้ของ ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค กรุ๊ป มุ่งเดินหน้าเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในหลากหลายช่องทางด้วยหลักการ “Soft Power” ที่ดึงดูดและสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้ชมและผู้ฟังได้มากกว่าการบังคับ! ครอบคลุมทั้งการขายสินค้า (Merchandise) ของศิลปิน การถ่ายทอดสดผ่านออนไลน์ (Live) การไลฟ์สตรีม (live streams) และที่กำลังจะเกิดขึ้น คือ การเปิดตัวสารคดีของโปรเจก LYRA ภายใต้ชื่อ “LYRALITY SHOW” ซึ่งบันทึกเรื่องราวการฝึกซ้อม และการใช้ชีวิตร่วมกันหลายเดือนของสมาชิก 6 คน ก่อนปล่อยเพลงซิงเกิ้ลแรกในต้นเดือน ต.ค. พร้อมร่วมกับ AIS เปิดให้รับชม Episode 1 และ 2 ครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ทาง AIS PLAY

โปรเจก LYRA นับว่าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด ที่เดิมสมาชิกจะต้องเดินทางไปฝึกซ้อมกันที่ลอสแอนเจลิส สหรัฐ แต่ได้ถูกแปรเป็นโอกาส!เช่นกัน 

ความท้าทายเกิดขึ้นเมื่ออยู่ในช่วงล็อกดาวน์ไม่สามารถเดินทางได้ จึงได้ปรับแผนให้สมาชิกทั้งหมดมาใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเดียวกัน เพื่อฝึกฝนกับโค้ชจากแขนงต่างๆ นำมาสู่คอนเทนท์เรียลลิตี้โชว์ วิธีนี้จะเป็นการถ่ายทอดกระบวนการ สร้างกลุ่ม T-POP ที่เกิดจากการค้นหาเอกลักษณ์ความเป็นตนเองของสมาชิกแต่ละคนออกมาให้ชัดเจนที่สุด จะช่วยสร้างฐานแฟนคลับที่แข็งแรงและขยายผู้บริโภคให้กว้างขึ้น

ณัฐพล บวรวัฒนะ กรรมการบริหารฝ่ายปฏิบัติการณ์ iAM  กล่าวว่า “BNK48”  เป็นไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประเทศไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดย UMG และ iAM ได้ทำการคัดเลือกสมาชิก 6 คน จากกลุ่มBNK48  ทำการฝึกซ้อมอย่างหนักมาเกือบ 1 ปี เพื่อเป็นตัวแทนของคนไทยรุ่นใหม่ พุ่งชน! เป้าหมายการสร้างตลาด T-POP ให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม  

นับเป็นก้าวรุกในการสร้าง T-POP ลุยตลาดเอเชียด้วยพลัง Thailand Soft Power! ที่น่าติดตาม 

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง