ปลดหนี้แบบ 'เจ๊จงหมูทอด' อยากได้อะไรขนไป แล้วหนี้จบกัน

ปลดหนี้แบบ 'เจ๊จงหมูทอด' อยากได้อะไรขนไป แล้วหนี้จบกัน
8 สิงหาคม 2563 | โดย เพ็ญลักษณ์ ภักดีเจริญ
13,838

เคยตกอยู่ในวังวนของหนี้สิน ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร แค่รู้ว่าต้องทำงานเยอะๆ เพราะคิดถึงอนาคตลูก และในที่สุด “หมูทอดเจ๊จง” คือ คำตอบในชีวิต

เธอคนนี้โด่งดังเป็นที่รู้จักทั่วประเทศจากการขาย หมูทอดเจ๊จง พระรามสี่ ปัจจุบันมี 12 สาขา บริหารจัดการโดยลูกๆ ของเธอ นอกจากขายหมูทอดราคาไม่แพง ยังสามารถเติมข้าว เติมผัก ดื่มน้ำ และทานกล้วย ได้ฟรี 

กว่า เจ๊จง หรือ จงใจ กิจแสวง จะมีวันนี้ เธอก็เคยมีหนี้สินไม่น้อย ยิ่งหมุนเงิน หยิบยืมคนนั้นคนนี้มาใช้หนี้ ก็ยิ่งสร้างปัญหา กว่าจะหาทางออกได้ ก็เกือบแย่ 

"ตอนเริ่มขายหมูทอด เครื่องครัวบางชิ้น ยังต้องไปหยิบยืม ทุกๆ เย็นมีเจ้าหนี้มาทวง จึงเข้าใจดีว่าเวลาเป็นหนี้ กินข้าวกับน้ำตาเป็นยังไง วิธีปลดหนี้ของเจ๊คือ โยนกุญแจบ้านให้เจ้าหนี้ แล้วบอกว่า อยากได้อะไรไปขนเอา แล้วหนี้จบกัน”

ลูกก็ต้องเลี้ยง หนี้ก็ต้องชำระ ในฐานะแม่ เธอดูแลลูกและสอนอย่างไร

“เจ๊ไม่ปล่อยลูกเหมือนเด็กในสลัมที่พ่อแม่ไม่ว่าง ลูกยังเคยพูดว่า ชีวิตวัยเด็กของเขาไม่เคยมีอะไรที่ต้องเจ็บปวดหรือเกิดอุบัติเหตุอะไร เพราะแม่จะคอยดูเป็นห่วงเป็นใยตลอด”

ณ วันนี้ ปัญหาใดที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเจ๊จง กลับกลายเป็นความท้าทาย และเมื่อมีมากขึ้นก็อยากแบ่งปัน นั่่นทำให้คนเป็นหนี้อยากขอคำปรึกษา แต่ไม่ใช่แค่นั้น...

ก่อนจะขายหมูทอด ก็ทำงานหาเช้ากินค่ำ ?

คนส่วนใหญ่บอกว่า หาเช้ากินค่ำ แต่ชีวิตเจ๊ต้องเรียกว่า หาเช้ากินเช้า หากลางวันกินกลางวัน หาค่ำกินค่ำ ถ้าหาไม่ได้ก็กินไข่คนละใบ พ่อขับแท็กซี่ แม่เป็นลูกคนจีนไม่ได้เรียนหนังสือ ทำงานโรงงานทอผ้า พอพ่อออกไปขับรถ แม่ก็ออกจากโรงงานมาเล่นไพ่ บางทีเล่นเสีย ไม่มีเงิน ก็ให้เจ๊ไปยืมเงินมาซื้อกับข้าว เพราะกลัวพ่อว่า

เจ๊ไม่ได้ทำกับข้าวเก่ง พ่อสอนให้ทำแบบง่ายๆ แค่ผัดคะน้า ไข่เจียว แต่เป็นคนที่ชอบดูรายการทีวีและสารคดีเกี่ยวกับอาหาร ชอบอ่านหนังสือทำอาหาร ตอนเด็กๆ ต้องทำงานบ้าน ซักผ้า ถูบ้าน อยู่แฟลตในคลองเตยก็เหมือนสลัมนั่นแหละ สารพัดเรื่องราว เวลาพวกเขาฉีดยา (เสพติด)เลือดพุ่ง ลูกเจ๊ก็เห็น โชคดีที่ภาพข้างหน้าเป็นแบบนั้น แต่ลูกไม่เป็นแบบนั้น

เจ๊จะไม่ให้ลูกออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ให้อยู่ในสายตา อยากทำอะไรก็ทำ และลูกก็ไม่ได้ดื้อ หรือไม่มีเพื่อน เวลาลูกจะทำรายงานส่งครู ก็ยินดีให้พาเพื่อนมาที่บ้าน อยากกินอะไรแม่จัดให้

แล้วทำไมยังอยู่ที่นั่น

เราอยู่ในสลัมก็มีเพื่อนหลายคนเล่นยา เราไม่ทำแบบเขา แต่ถามว่า เป็นเพื่อนกันได้ไหม...ได้ เพื่อนไม่จำเป็นต้องทำแบบเพื่อน ใจเราก็อยากพาลูกออกจากจุดนั้น แฟนเจ๊ก็เป็นเด็กสลัม ไม่ได้ติดยา ทั้งๆ ที่เพื่อนเขาติด เราสองคนผัวเมียก็คุยกันว่า อยากให้ลูกอยู่ในสังคมที่ดี แต่เราก็ไม่ได้ออกมา เพราะต้องทำมาหากิน เราก็ต้องมีวิธีดูแลลูกของเรา

ยังจำได้ว่า ตอนลูกคนที่สองจบมัธยมปีที่สาม เขานัดเพื่อนไปเที่ยว ดูหนังตอนบ่าย เขาขอแล้วแต่เราไม่ให้ไป เป็นห่วง แต่ลูกก็ไป ลูกกลับมาแม่น้ำตาไหลเลย ลูกก็เลยรู้ว่า แม่ห่วงจริงๆ เราก็ไม่ได้ปิดกั้นลูก เวลาออกไปเที่ยว

159685815591

เห็นบอกว่า ทุกข์มากตอนเป็นหนี้ ?

จริงๆ หนี้สินแค่หลักแสน แต่เราไปดึงตรงนั้นตรงนี้มาจ่าย หนี้ก็บาน เวลาเป็นหนี้ไม่คิดหนีเลย ตอนนั้นเป็นหนี้ จนแฟนพาลูกกลับไปอยู่บ้านแม่เขา เขาบอกว่าถ้าอยู่กับเรา ลูกจะอดตาย แม่สามีเอาลูกสาวคนโตไปเลี้ยงตั้งแต่ 3 ขวบ

ตอนนั้นไม่ได้เลี้ยงลูกคนแรกเสียใจไหม

ก็คิดว่า จะทำอย่างไรให้ลูกกลับมาอยู่กับเรา ลูกอยู่กับย่าจนจบปริญญาตรี พอมาทำหมูทอดขาย ก็จ้างลูกมาช่วยวันละ 500 บาท เป็นโอกาสที่ดึงลูกกลับมา ตอนนี้เรียนจะจบปริญญาโทแล้ว ลูกๆ ทั้งสามคนและลูกบุญธรรมอีกคนแยกกันมาเปิดสาขาหมูทอดเจ๊จง รวมๆ 12 สาขา ก็เอาของจากเราไปขาย โดยคิดราคาต้นทุน

ลูกๆ ก็ไปหากำไรกันเอง เหมือนเราสร้างอาชีพให้ลูก แต่เรามีจุดยืน จะขึ้นราคาต้องดูจากที่แม่ทำเป็นหลัก แม่ให้ลูกค้าเติมข้าวฟรี กล้วยฟรี ผักฟรี ลูกก็ต้องขายสไตล์เดียวกัน แต่ก็มีบางสาขา ราคาอาหารสูงกว่าบาท สองบาท เพราะค่าเช่าสูงกว่าที่อื่น

ลูกๆ เคยตั้งคำถามว่า แม่ขายของถูกเกินไปไหม

ลูกๆ ซึมซับมาตั้งแต่เด็ก ลูกคนเล็กให้ช่วยขายของตั้งแต่เรียนประถม ขายไปร้องไห้ไป ให้ทำทุกอย่างในร้าน ตอนนี้ลูกทุกคนมีสัญชาตญาณความเป็นแม่ค้า

ช่วงไหนที่ลำบากที่สุด

ตอนเป็นหนี้ พอมาถึงจุดนี้ ไม่มีอะไรหนักกว่าครั้งนั้น ตอนนี้ปัญหาอะไรผ่านเข้ามา กลับรู้สึกสนุก ได้แก้ปัญหา

ถ้ามองย้อนกลับไปตอนเป็นหนี้ เห็นข้อบกพร่องอะไรบ้างคะ

ตอนเป็นหนี้คิดแค่ว่า อยากมีรายได้วันละ 1,500 บาท เพื่อนำไปใช้หนี้ เคยคิดจะไปทำงานในร้านอาหารเมืองนอก แต่คงคิดถึงลูก ถ้าขาดลูก คงตายแน่ๆ ก็เลยไม่ไป ตั้งหลักขายของ ไม่มีเงินก็กู้เงิน ดอกเบี้ยร้อยละ 20

ผู้ใหญ่ที่รักใคร่กัน บอกว่า เวลาเราเห็นคนอื่นเดือดร้อน เราจะเข้าไปยุ่ง ทั้งๆ ที่เรายังไม่พร้อม ยังจำได้ตอนมีเงินใช้ไปวันๆ ไม่ได้เหลือกินเหลือใช้ เราไปชวนคนมาเล่นแชร์ เพราะเห็นว่าพวกเขาไปหยิบยืมคนอื่น เสียดอกเบี้ยแพงๆ เล่นแชร์แล้วให้เปียหมดทุกคน สุดท้ายหนีหนี้บ้าง ฆ่าตัวตายบ้าง เราก็เลยแย่กลายเป็นมีหนี้

ตอนนี้ยังช่วยเหลือคนแบบนี้อีกไหม

เคยมีคนที่ไม่รู้จักกันเลย เปิดประตูเข้ามานั่งร้องไห้ จากนั้นมีคนโทรเข้ามาทวงหนี้เขา ก็ไม่ได้คิดว่าเขาหลอก แต่พยายามปกป้องตัวเอง ให้แฟนหรือลูกมานั่งเป็นเพื่อน สุดท้ายเจ๊บอกว่า กำลังจะขายน้ำมันที่ใช้แล้ว ถ้าขายได้จะให้หมดเลย ปรากฏว่า วันนั้นขายได้ 6,800 บาท เขาบอกว่าจะเอาไปลงทุนขายก๋วยเตี๋ยว อีกสามวันจะมายืมเงินอีก เราก็บอกว่า มาทางไหนไปทางนั้น เพราะเจ๊รู้แล้วว่า เขาหลอกเรา

หรือช่วงโควิดระบาด คนตกงานเยอะ ก็มีคนรับข้าวหมูทอดไปขาย มีลุงคนหนึ่งรับข้าวกล่องไปขายวันละ 300-600 กล่อง ขายมาเป็นเดือนๆ ไม่เคยหยุด เราสงสัยก็เลยไปทักทายก็รู้ว่า ลุงเป็นหนี้ต้องจ่ายดอกเบี้ยวันละหนึ่งพันบาท ก็นอนไม่หลับปรึกษาลูก สงสารเขา ลูกก็เลยบอกว่า “ถ้าแม่ช่วยได้ แม่ก็ช่วย” ลูกก็เป็นแบบนี้ แต่ลูกบุญธรรมจะคอยดึงๆ  ตอนนั้นให้ลุงยืมเงินไปห้าหมื่นบาท เขาก็ส่งเงินต้นคืนวันละหนึ่งพันบาท ไม่ได้เอาดอกเบี้ย ลุงจ่ายคืนจนหมด ถ้าไม่มีเงินก้อนที่เราให้ลุง ลุงก็ต้องจ่ายดอกเบี้ย

ทำไมให้คนไม่รู้จักกันยืมเงิน

รายนี้ไม่ได้ขอ ก็นั่งวิเคราะห์ดู ซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยวิเคราะห์อะไรเลย เราเห็นว่า ลุงไม่เคยบิดพลิ้วเรื่องเงินเลย และลุงก็ขยัน ใช้หนี้จนหมด  ชีวิตเจ๊ไม่เคยนึกว่า จะส่งลูกเรียนจนจบทุกคน เพราะตอนลูกอยู่อนุบาลยังไม่มีเงินซื้อรองเท้าให้ลูกใส่ไปโรงเรียนเลย ตอนนี้เวลามีปัญหาอะไรก็ปรึกษาลูก เพราะพวกเขาโตแล้ว ถ้ามีอะไรที่เราพลาดพลั้ง ลูกก็จะรับรู้ไว้

มีวิธีสอนลูกอย่างไร

ทำให้เห็น ทำเยอะๆ เวลาจะด่าลูกน้องหรือลูก เขาต้องย้อนเราไม่ได้ เรื่องไหนไม่โอเคเราก็ไม่ทำ ลูกเห็นตลอดว่าแม่ตื่นเช้า ทำงานขนาดไหน ลูกๆ จะบอกเสมอว่า แม่นี่สุดยอดแล้ว ลูกเห็นสิ่งที่เราทำ เราก็ภูมิใจ

ใครๆ ก็พูดว่า ขายหมูทอด จนร่ำรวยมีเงินล้าน ? 

ตอนนี้เงินในบัญชีมีไม่ถึงล้าน จริงๆ แล้วเงินล้านคือยอดขาย เจ๊ไม่ได้ภูมิใจกับคำว่าร้อยล้านหรือพันล้าน แต่เจ๊ชอบคำว่า “หมูทอด ขวัญใจคนรากหญ้า”  เจ๊ไม่ได้มีเงินมากมาย ขายของมา 17 ปีเพิ่งไปซื้อที่ดินแถวบางพลี ลูกๆ ก็ให้เงินมาส่วนหนึ่ง

คิดสูตรหมูทอดให้ต่างจากคนอื่นอย่างไร

ตอนขายอาหารตามสั่ง เงินก็ไม่เหลือ และมีคนบอกว่า ถ้าเจ๊ยังทำงานแบบนี้ ต้องตายแน่ จึงมีคนแนะนำให้ขายข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ ก็ไปดูว่าทำยังไง ขายข้าวแกงเสร็จบ่ายสองโมง กว่าจะได้นอนสองทุ่ม แล้วคนเป็นหนี้ทิ้งเวลาไป 7-8 ชั่วโมง 

ความบังเอิญที่ไปซื้อข้าวหมูทอดมาให้ลูกกิน ก็บอกลูกว่า เดี๋ยวแม่จะขายหมูทอดต่อจากขายข้าวแกง ตอนแรกที่ทำหมูทอดก็หมักเหมือนคนอื่น ทำมาพักหนึ่ง ก็คิดว่า ทำไมต้องทำแบบคนอื่น ก็เลยลองเอาหมูสามชั้นหั่นแบบที่เราคิดชุบแป้งทอด หมักกระเทียม พริกไทย รากผักชี พอทำขาย คนก็มานั่งรอกินแต่หมูทอด ก็เลยตัดใจไม่ขายข้างแกง ขายแต่หมูทอด

หลายคนบอกว่า คงไม่มีใครบอกสูตรหมด ?

สิ่งที่เจ๊พูดทางทีวีก็คือความจริง ก็มีหลายคนบอกว่า ใครจะบอกสูตรทั้งหมด ถ้าคิดแบบนั้นก็ช่วยไม่ได้ คนเราต้องคิดบวก ที่เจ๊ขายได้เพราะอะไร เพราะมันถูก หมูทอดไม่ได้อร่อยแบบต้องกินให้ได้ หลายคนมากินเพราะเป็นเจ๊จง

1596858176100

ทุกวิกฤติ มักจะเห็นข้าวหมูทอดเจ๊จง ?

ตอนในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงประชวรอยูโรงพยาบาลศิริราช เห็นคนไปเฝ้ารอหน้าตึก ตอนนั้นยังไม่มีใครไปแจกอาหารเลย เราก็ไปแจก แจกแล้วรู้สึกดีมากๆ ปีติ เราก็ไปทุกวัน จนมีคนไปแจกอาหารเยอะขึ้น

พอช่วงน้ำท่วมกรุงเทพฯ ลูกชายพายเรือออกไปดู แล้วมาบอกแม่ว่า ค่าแรงที่ทำงานไม่เอาจะรวมไปซื้อของแจกคนอื่น  ส่วนช่วงโควิดระบาด ก็ไปแจกตามโรงพยาบาล ตอนนี้เราก็เป็นห่วง ถ้าเกิดวิกฤติอีก ต่อไปไม่รู้จะไหวเปล่า เพราะเคยเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้น เราก็อยากให้ลูกๆ ช่วยคนอื่นต่อไป

มีความฝันอยากทำอะไรอีกไหม

มีความฝันตั้งแต่เด็ก อยากมีร้านเบเกอรี่ สมัยก่อนชอบกิน แต่สมัยนี้ชอบซื้อ แต่ไม่กินเพราะสุขภาพ มีอุปกรณ์ทำเบเกอรี่เก็บไว้ แต่ใช้ไม่ได้แล้ว อยากอบขนมปัง วันหนึ่งอาจมีขนมปังจากฝีมือเจ๊ขายหน้าร้าน เคยคุยกับเชฟพลอยให้ช่วยคิดเมนูขนมปังจากเผือกอร่อยๆ เพราะชอบกินเผือก ถ้าว่างก็จะไปเรียนทำขนมปัง

ทำงานทุกวัน มีเวลาใช้เงินหรือ

ก็เที่ยวและพักผ่อน เพิ่งมารู้สึกว่า ไม่มีภาระแล้วก็ปีที่แล้ว เพราะเห็นลูกๆ ทำงานได้ พ่อเจ๊เองอายุ 76 ปียังแข็งแรงดี ให้เงินใช้ัอาทิตย์ละ 8,000 บาท แล้วทำไมเราไม่หาความสุขใส่ตัว ก็ชวนเพื่อนในไลน์ดื่มกาแฟบ้าง ตอนนี้เริ่มก้าวออกนอกบ้านบ้าง

มาถึงจุดตรงนี้ กลัวว่าจะมีคนเอาเปรียบหรือโกงอีกไหม

ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ก็ปล่อยไป ยกตัวอย่างกล้วยที่วางไว้ที่ร้านให้แบ่งกันกิน มีลูกค้ารายหนึ่งหยิบกลับบ้าน 7-8 หวี และไม่ใช่ครั้งเดียว เราบอกไปว่า “พี่ทำแบบนี้ไม่ได้” เขาก็ถามว่า “ทำไม ก็ทำตามกฎนี่” เจ๊ก็เลยบอกว่า “ทำแบบนี้ไม่ได้เอาเปรียบเจ๊ แต่เอาเปรียบลูกค้าทุกคน”

ตอนนี้มีความสุขกับอะไรมากที่สุด

เมื่อก่อนเวลาล้มตัวลงนอน ความทุกข์ไม่ยอมไปไหน เกาะอยู่ข้างเตียง เวลามีปัญหาก็ทุกข์มาก แต่ตอนนี้เวลามีปัญหารีบแก้เลย ถ้าคิดไม่ออกก็หาคนช่วยคิด​ แต่ตอนนี้เวลาเจ๊ล้มตัวลงนอน โคตรมีความสุขเลย นอนยิ้ม มีความสุขกับสิ่งที่เจ๊เห็น คือเรายังขายได้ ลูกเจ๊มีอาชีพ มีกิน มีใช้ ตี 3 ตี4 จะวุ่นวายมาก เอาของออกจากร้านไปขาย

เวลามีปัญหา ต้องรีบแก้ ?

เมื่อไม่กี่วัน มีผู้หญิงคนหนึ่งขายอาหารทะเล โทรมาคุยว่า เขาเป็นหนี้สามสี่แสนบาท ขายของไม่ได้ อยากเอาหมูทอดไปขาย เราก็บอกว่า ลองดูว่ามีอะไรที่พอจะขายเพื่อใช้หนี้บ้าง อะไรขายได้ก็ขาย อะไรปล่อยได้ก็ปล่อย ส่วนใหญ่จะยึดติด

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: