'ททท.' คาดรายได้เที่ยวไทยปี 64 เลวร้ายสุดวูบเหลือ 6.75 แสนล้าน  

'ททท.' คาดรายได้เที่ยวไทยปี 64  เลวร้ายสุดวูบเหลือ 6.75 แสนล้าน   
8 สิงหาคม 2563 | โดย พรไพลิน จุลพันธ์
9,290

ปกติแล้วช่วงกลางปีจะถึงวาระที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทำแผนปฏิบัติการของปีถัดไป เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้าสำหรับการทำตลาดของสำนักงานทั้งในและต่างประเทศ

แต่สำหรับปี 2564 นับเป็นปีที่คาดการณ์ได้ยากยิ่งเมื่อวิกฤติโควิด-19 ยังคงลุกลามทั่วโลก ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าท้ายที่สุดแล้วโรคระบาดนี้จะจบลงเมื่อไร

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เล่าว่า ส่งผลให้ ททท.ต้องคาดการณ์แนวโน้มการท่องเที่ยวปี 2564 ไว้ในภาพกว้างรวม 3 สมมติฐาน โดยในกรณีเลวร้ายที่สุดจะมีรายได้รวมจากการท่องเที่ยวที่ 675,700 ล้านบาท ติดลบ 9% เมื่อเทียบกับคาดการณ์กรณีเลวร้ายที่สุดของปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ 742,500 ล้านบาท ติดลบถึง 75% จากรายได้รวมของปี 2562 ปิดที่ 3.01 ล้านล้านบาท หลังได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงจากวิกฤติโควิด-19

ส่วนกรณีดีที่สุดคาดว่าปีหน้าจะมีรายได้รวมจากการท่องเที่ยว 1.52 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 105% จากคาดการณ์ปีนี้ ขณะที่คาดการณ์เดิมก่อนเกิดวิกฤติโควิด ททท.เคยคาดว่าจะมีรายได้รวมจากการท่องเที่ยว 3.93 ล้านล้านบาท

สำหรับรายละเอียดของทั้ง 3 สมมติฐานมีดังนี้ 1.ฟื้นตัวเร็วในช่วงต้นปีหรือไตรมาส 2 ของปี 2564 จะมีรายได้จากการท่องเที่ยว 1,525,341 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 977,000 ล้านบาท มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 20.5 ล้านคน โดยเริ่มเปิดให้เที่ยวบินพาณิชย์เข้าไทยในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. เป็นการเดินทางจากตลาดระยะใกล้จากเอเชียและในอาเซียนเป็นหลัก ส่วนการกลับมาของตลาดยุโรปอย่างชัดเจนจะเกิดในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนเดือน ก.ค.-ส.ค.เป็นต้นไป โดยจะมีที่นั่งเที่ยวบินทั้งปีกลับมาประมาณ 50%

ส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวไทยจำนวน 89.24 ล้านคน-ครั้ง คาดว่าจะสร้างรายได้ 548,341 ล้านบาทหลังจากไม่พบการติดเชื้อในประเทศ และมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเที่ยวภายในประเทศ รวมถึงสิทธิประโยชน์เที่ยวในประเทศได้มากกว่าเที่ยวต่างประเทศ159685852437

2.ฟื้นตัวระดับปานกลางในช่วงกลาง-ปลายหรือไตรมาส 3 ของปี 2564 จะมีรายได้รวมจากการท่องเที่ยว 1,108,500 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 617,500 ล้านบาท มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 12.5 ล้านคน จากการเริ่มเปิดให้เที่ยวบินพาณิชย์เข้าไทยในไตรมาส 3 เบื้องต้นจะเป็นการเดินทางจากตลาดระยะใกล้เป็นหลัก เสริมด้วยการกลับมาของตลาดยุโรปบางส่วนในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนในเดือน ก.ค.-ส.ค. และตลาดยุโรปจะฟื้นกลับมาชัดเจนช่วงปลายปี โดยคาดว่าจะมีที่นั่งเที่ยวบินทั้งปี 30%

ส่วนนักท่องเที่ยวไทยคาดมีจำนวน 84.92 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 491,000 ล้านบาท หลังจากมีความมั่นใจและท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เมื่อไม่พบการติดเชื้อในประเทศและผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว 5% แต่ยังไม่ฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยดัชนีผู้บริโภคยังติดลบอยู่ที่ 3%

และ 3.ไม่ฟื้นตัวหรือฟื้นตัวช่วงปลายปี 2564 หรือไตรมาสที่ 4 จะมีรายได้รวมจากการท่องเที่ยว 675,700-754,800 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ตลาดต่างประเทศ 296,000 ล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6.14 ล้านคน เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดทั่วโลกไม่สามารถควบคุมได้ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก โดยการเดินทางจะเป็นนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้เป็นหลัก และคาดว่าจะมีที่นั่งเที่ยวบินทั้งปีกลับมา 15% หลังเริ่มเปิดเที่ยวบินพาณิชย์เข้าไทยในไตรมาส 4

อย่างไรก็ตามจะมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ แบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ กรณีที่ 1 ล็อคดาวน์เฉพาะบางจังหวัดท่องเที่ยวหลัก-รองที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านและมีศักยภาพในการรองรับการท่องเที่ยว เศรษฐกิจภาพรวมในไตรมาส 2 ติดลบ 3% เทียบกับปี 2562 โดยคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวไทย 76.20 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 458,800 ล้านบาท

ส่วนกรณีที่ 2 ล็อคดาวน์ทั้งประเทศ และเศรษฐกิจปี 2564 ติดลบ 8% เทียบกับปี 2563 คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวไทย 68.40 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 379,700 ล้านบาท

ยุทธศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้าน “อุปสรรค” ในการกระตุ้นการท่องเที่ยวปี 2564 มีหลายปัจจัย ตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังไม่มีแนวโน้มสิ้นสุด ภาวะเศรษฐกิจโลกปี 2564 ฟื้นตัวแต่ไม่เต็มที่ สถานการณ์ธุรกิจการบินประสบปัญหาขาดทุนเสี่ยงต่อการล้มละลาย และทัศนคติชาวไทยต่อการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเป็นลบ

ขณะที่ “ปัจจัยบวก” มีภาพลักษณ์ที่ดีด้านสาธารณสุข เนื่องจากสาธารณสุขของประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 6 ของโลกและเป็นอันดับที่ 1 ของเอเชียจากการจัดอันดับของ John Hopkins University และองค์กร Nuclear Threat Initiative รายงานดัชนีความมั่นคงด้านสุขภาพ (2019 Global Health Security Index)

รวมถึงมีภาพลักษณ์การควบคุมเชื้อที่ดี เป็นประเทศที่รับมือกับโรคระบาดและฟื้นตัวจากโควิด-19 ได้ดีติดอันดับ 2 ของโลกและอันดับ 1 ของเอเชีย จัดอันดับโดยองค์กร Global COVID-19 (GCI) มีมาตรฐาน Amazing Thailand Safety and Health Administration (SHA) ยกระดับการดูแลด้านสุขอนามัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว และยังติดผลการค้นหาแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวผ่านระบบ Skyscanner เพื่อวางแผนท่องเที่ยวช่วง ธ.ค.2563-ก.พ.2564

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง