PTTEP - ถือ

PTTEP - ถือ
7 สิงหาคม 2563 | โดย บล.เคจีไอฯ
81

โอกาสดีที่จะทำดีล M&A หลังสถานการณ์โรคระบาด

Event

เรากลับออกจากการประชุมนักวิเคราะห์งวด 2Q63 ด้วยมุมมองกลางๆ

Impact

คาดว่าราคานํ้ามันดิบจะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง US$40-50/bbl ใน 2H63

PTTEP คาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบจะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงประมาณ US$40-50/bbl ใน 2H63 โดยได้แรงหนุนจากการที่สมาชิก OPEC+ ปฏิบัติตามข้อตกลงลดอุปทานมากขึ้น เรามองว่าราคาน้ำมันในระดับประมาณนี้ทำให้ผู้ผลิตเกือบทุกรายสามารถทำกำไรได้พอที่จะเดินหน้าทำธุรกิจได้ โดยต้นทุนของผู้ผลิต
shale oil ในสหรัฐส่วนใหญ่ในสามแหล่งน้ำมันหลัก (Permian, Eagle Ford และ Bakken) มีจุดคุ้มทุนที่สูงกว่า US$40/bbl ทั้งนี้เนื่องจากราคาน้ำมันดิบดูไบในปัจจุบันขยับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น US$45/bbl และอยู่ที่ประมาณ US$42/bbl ใน YTD63 เราจึงยังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบปีนี้เอาไว้ที่ US$45/bbl และปีหน้าที่ US$53/bbl ซึ่งเป็นเพราะ OPEC+ ตกลงที่จะลดการผลิตลง 7.7MBD ระหว่างเดือนสิงหาคม-ธันวาคม 2563 และ 5.7MBD ระหว่างเดือนมกราคม-เมษายน 2564 ในขณะที่อุปสงค์ถูกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์การระบาด COVID-19 ที่คลี่คลายลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประสบความสำเร็จในการค้นคว้าวัคซีน

คาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักใน 3Q63F จะเพิ่มขึ้น QoQ

เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ PTTEP จะฟื้นตัวขึ้น QoQ ใน 3Q63 เนื่องจากราคาน้ำมันดิบดูไบและปริมาณยอดขายเพิ่มขึ้นทั้งคู่ โดยราคาน้ำมันดิบดูไบวิ่งขึ้นมาแล้วถึง 45% QoQ จาก US$31/bbl ใน 2Q63 มาอยู่ที่ประมาณ US$45/bbl ในปัจจุบัน ซึ่งทำให้ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของ PTTEP สูงขึ้น ถึงแม้
บริษัทจะคาดว่าราคาขายก๊าซจะลดลง 4% QoQ เหลือ US$6.1/mmbtu ก็ตาม นอกจากนี้ บริษัทยังคาดว่า ปริมาณยอดขายใน 3Q63 จะเพิ่มขึ้น 4% QoQ เป็น 340KBOED เนื่องจากอุปสงค์การใช้ก๊าซในประเทศเพิ่มขึ้นจากการที่สถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายลงไป ทั้งนี้เราคาดว่าราคาขายก๊าซจะลดลงอย่างมากเหลือแค่ประมาณ US$5/mmbtu ใน 4Q63 เนื่องจากจะมีการปรับราคาขายก๊าซจากอ่าวไทยรอบใหญ่ในไตรมาสที่สี่ของทุกปี

มองเห็นโอกาสดีที่จะทำเข้าซื้อสินทรัพย์ในธุรกิจ E&P หลังวิกฤติ COVID-19

การระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบให้ผู้ผลิตปิโตรเลียมหลายรายประสบภาวะวิกฤติทางการเงิน ทำให้ PTTEP มองเห็นโอกาสดีที่จะเข้าซื้อกิจการในธุรกิจ E&P ในประเทศที่บริษัทคุ้นเคยดีอยู่แล้ว อย่างเช่น ประเทศไทย, เมียนมาร์, มาเลเซีย, UAE และ Oman เนื่องจากบริษัทมีเงินสดในมือมากถึง
ประมาณ 3.1 พันล้านดอลลาร์เมื่อสิ้นงวด 2Q63 ทั้งนี้บริษัทมุ่งเน้นที่จะซื้อสินทรัพย์ในธุรกิจก๊าซเพื่อเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์ของธุรกิจก๊าซในพอร์ตของ PTTEP จาก 70% เป็น 80% นอกจากนี้ บริษัทก็ยังจะมุ่งขยายเข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆ อย่างเช่น Gas-to-Power และ AI & Robotics โดยตั้งเป้าจะทำรายได้จากธุรกิจ
ใหม่ให้ได้ประมาณ 20%

Valuation & action

เรายังคงคำแนะนำ ถือ PTTEP และให้ราคาเป้าหมาย DCF 1H64 ที่ 105.00 บาท อิงจาก WACC ที่ 11% และ terminal growth ที่ 1%

Risks


ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ และการกลับรายการ DTA ที่เหลืออีกประมาณ 13 ล้านดอลลาร์ หลังจากที่กฎหมายใหม่ของไทยเกี่ยวกับการบันทึกค่าใช้จ่ายภาษีมีผลบังคับใช้เต็มที่ใน 3Q63

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง