Selective Buy

Selective Buy
3 สิงหาคม 2563 | โดย บล.กรุงศรี
604

กังวลตัวเลขเศรษฐกิจทั่วโลกที่หดตัวจากผลกระทบ Covid-19 รวมถึงความไม่แน่นอนของมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจฉบับใหม่ของสหรัฐ

ตลาดหุ้นเมื่อวันศุกร์

Set Index พลิกปิดบวก 12.79 จุด (+0.97%) ที่ระดับ 1,329 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.1 หมื่นล้านบาท ได้ Sentiment บวกจากความคาดหวังสภาคองเกรสอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ก่อนที่มาตรการชุดเดิมจะสิ้นสุดโครงการ โดยนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มธุรกิจน้ำมัน ปิโตรฯ และ โรงกลั่น หนุนดัชนีหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ในตลาดฟิวเจอร์ปรับขึ้นเหนือระดับ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,132 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 2,340 ล้านบาท อีกทั้ง Net Long TFEX 12,626 สัญญา

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้     

เรามีมุมมองเป็นกลางคาด SET แกว่งตัวในกรอบ 1,320 – 1,340 จุด เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่กระตุ้นการลงทุนโดยแม้ว่าภาวะตลาดจะยังคงมีแรงซื้อในกลุ่มที่คาดว่างบ 2Q20 จะเติบโตขึ้นรวมถึงหุ้นที่มีข่าวเฉพาะตัว ประกอบกับ sentiment บวกจากยอดผู้ติดเชื้อ Covid-19 รายใหม่ของสหรัฐชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม ความกังวลตัวเลขเศรษฐกิจทั่วโลกที่หดตัวจากผลกระทบ Covid-19 รวมถึงความไม่แน่นอนของมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจฉบับใหม่ของสหรัฐวงเงิน 1 ล้านล้านดอลล่าร์ที่ล่าสุดพรรครีพับลิกัน-เดโมแครตยังไม่สามารถตกลงกันได้ในส่วนของการให้เงินช่วยเหลือคนตกงาน 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อดัชนี 

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • กลุ่มอาหาร (CPF GFPT TU TFG ASIAN ) และ กลุ่มอิเล็ค ( KCE DELTA HANA SVI ) ได้อานิสงส์เงินบาทอ่อนค่าลง
  • กลุ่มที่คาดว่างบ 2Q20 จะเติบโตขึ้น  ( TOP PTTGC SPRC BGRIM CKP CPF TU TASCO  STGT AP PRM PTL AJ STARK CBG TQM JMT CHAYO TQM )

หุ้นแนะนำวันนี้

  • TASCO (ปิด 28 ซื้อ/เป้า สูงสุด IAA Consensus 32) เก็งกำไรงบ 2Q20 พลิกมีกำไร 1,400-1,500 ล้านบาทเทียบกับขาดทุนสุทธิ 784 ล้านบาทใน 1Q20 โดยมีแรงหนุนจากการบันทึกกลับ NRV ทั้งหมดหลังจากราคายางมะตอยกลับมาเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 1Q20 และ 3Q20 ยังมี Sentiment บวกจากดีมานด์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากจีนหลังจากปีนี้จีนเกิดน้ำท่วมหนักส่งผลให้รัฐจำเป็นต้องเร่งซ่อมแซมถนนหนทาง (TASCO ส่งออกยางมะตอยไปจีนคิดเป็น 40%)
  • WICE (ปิด 3.64 ซื้อ/เป้าสูงสุด IAA Consensus 3.90) เป็นหนึ่งผู้ประกอบการที่ได้ประโยชน์จาก Covid-19 กระแส WFH หนุนยอดส่งออกสินค้าโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดโดยเฉพาะการขนส่งผ่าน Air freight และดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นยังหนุนให้ธุรกิจขนส่งข้ามประเทศ (CBS) พลิกมีกำไรจากที่ขาดทุนสุทธิในปีที่ผ่านมาปัจจัยนี้จะช่วยหนุนให้งบ 2Q20 มีโอกาสเพิ่มขึ้นทำ new high

บทวิเคราะห์วันนี้

ANAN (ปิด 1.46 ขาย/เป้า 1.2), BEM (ปิด 8.65 อัพเกรดเป็นซื้อ/เป้า 10.5), GPSC (ปิด 68.25 ถือ/เป้า 78.0), LH (ปิด 7.4 ซื้อ/เป้า 8.8)

ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (-) สภาคองเกรสยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ ขณะที่ฟิทช์ลดแนวโน้มเครติดของสหรัฐเป็น “ลบ” : การเจรจาระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ยังไม่ได้ข้อสรุป  เนื่องจากสมาชิกพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันยังมีความเห็นขัดแย้งกันโดยเฉพาะวงเงินให้ความช่วยเหลือคนว่างงาน ซึ่งพรรคเดโมแครตต้องการให้รักษาวงเงินดังกล่าวไว้ที่ระดับ 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ แต่พรรครีพับลิกันต้องการให้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 200 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ นอกจากนี้สหรัฐยังมีปัจจัยลบจากข่าว ฟิทช์ เรตติ้ง ปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AAA ของสหรัฐลงสู่ “เชิงลบ” จากเดิม “มีเสถียรภาพ” หลักๆ เป็นผลจากภาวะขาดดุลการคลังที่เพิ่มขึ้นจากการรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจของไวรัส Covid-19
  • (+) ราคาน้ำมันดิบ WTI ยังประคองตัวในระดับ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยได้แรงหนุนจากการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐที่ลดลง : ราคาน้ำมันดิบ WTI เมื่อวันศุกร์เพิ่มขึ้น 35 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ระดับ 40.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเรล โดยได้แรงหนุนจากการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐที่ลดลง โดย EIA ออกบทวิเคราะห์รายเดือนโดยระบุว่าการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐในเดือน พ.ค. ลดลง 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันนับเป็นการลดลงมากสุดเป็นประวัติการณ์ ในขณะเดียวกัน เบเกอร์ ฮิวจ์ รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบรายสัปดาห์ลดลงอีก 1 แท่นเป็น 180 แท่น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยลดแรงกดดันจากภาวะ Over supply ในตลาด และเชื่อว่าราคาน้ำมันดิบที่ประคองตัวเหนือระดับ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจะยังเป็น Sentiment บวกต่อการลงทุนในหุ้นกลุ่มธุรกิจน้ำมัน โรงกลั่น และ ปิโตรฯ
  • (+/-) วันนี้ ติดตามกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ก.ค. และ วันพุธติดตามประชุม กนง. คาดคงดอกเบี้ยตามเดิม : วันนี้ไทยและ กลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักนำโดย จีน, ยุโรป และสหรัฐ จะรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ก.ค. โดยรวมเรายังมองบวกการคลาย lockdown ของประเทศต่างๆจะหนุนให้กิจกรรมการผลิตค่อยๆฟื้นตัว ส่วนปัจจัยในประเทศสัปดาห์นี้จะอยู่ที่การประกาศผลกำไร 2Q20 ของกลุ่มบริษัทจดทะเบียนภาพรวมยังไม่ดียังแนะนำนักลงทุนเน้นการลงทุนในหุ้นที่ผลประกอบการดีและหลีกเลี่ยงหุ้นที่ผลกำไรอ่อนแอออกไปก่อน ส่วนอีกปัจจัยที่ต้องติดตามในวันพุธคือการประชุม กนง. เรามองเป็นกลางคาด กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.5% ตามเดิม
แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง