SCCC - ซื้อ

SCCC - ซื้อ
30 กรกฎาคม 2563 | โดย บล.เคจีไอฯ
119

ผลประกอบการ 2Q63: ดีเกินคาดเพราะ SG&A

Event

กำไรสุทธิของ SCCC ใน 2Q63 อยู่ที่ 1.0 พันล้านบาท (+60.7% YoY, +24.0% QoQ) ดีกว่าประมาณการของเราถึง 58.1% และดีกว่า Bloomberg consensus 24.6% เนื่องจากสัดส่วน SG&A/ยอดขายต่ำเกินค่าและอัตรากำไรขั้นต้นดีกว่าที่คาดไว้ ทั้งนี้กำไรสุทธิใน 1H63 คิดเป็น 62.7% ของประมาณการกำไรทั้งปี

lmpact

ยอดขายลดลงทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจาก COVID-19

ยอดขายใน 2Q63 อยู่ที่ 1.02 หมื่นล้านบาท (-14.6% YoY, -7.7% QoQ) ซึ่งเป็นไปตามที่เราคาดไว้ โดยยอดขายที่ลดลงทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจาก i) ได้รับผลกระทบจากมาตรการ lockdown ในศรีลังกาและบังกลาเทศ ii) กระบวนการขอใบอนุญาตก่อสร้างที่ Ho Chi Minh City (ประเทศเวียดนาม) ไม่
คืบหน้า ทั้งนี้ รายได้จากธุรกิจการค้าลดลงเหลือ 1.3 พันล้านบาท (-11.5% YoY, -6.5% QoQ) เนื่องจาก ข้อจำกัดในเรื่องการค้าระหว่างประเทศในช่วงที่มีการใช้มาตรการ lockdown

อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่สัดส่วน SG&A/ยอดขายก็ลดลงอย่างมาก

อัตรากำไรขั้นต้นของ SCCC เพิ่มขึ้นเป็น 34.1% จาก 32.5% ใน 1Q63 ดีกว่าประมาณการของเราที่ 32.8% โดยอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นมาจาก i) ต้นทุนที่เวียดนามลดลง (เปลี่ยนจากการนำเข้าเม็ดปูน มาใช้เม็ดปูนในประเทศแทน) ii) การนำระบบ lean มาใช้ในการดำเนินงาน (ทำให้ต้นทุนการซ่อมบำรุง
ลดลง) ซึ่งเป็นผลมาจากการทำ mothball เตาเผาปูนเตาหนึ่งในประเทศไทย และ reliability ที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจในเวียดนาม และศรีลังกา iii) ต้นทุนถ่านหินลดลง ทั้งนี้ สัดส่วน SG&A/ยอดขายใน 2Q63 ลดลงเหลือ 20.1% (ต่ำกว่าประมาณการของเราที่ 23.3%) จาก 22.4% ใน 1Q63 เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซล และต้นทุนคงที่อื่น ๆ ลดลง ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไร ลดลงเหลือ 162 ล้านบาท (-4.0% YoY, -18.6% QoQ) เนื่องจากโรงปูนในกัมพูชาถูกกระทบจาก COVID-19 และเป็นช่วงหน้าฝน

Valuation & action

เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ และให้ราคาเป้าหมาย 1H64 ที่ 209 บาท อิงจาก PER เฉลี่ยระยะยาวที่ 18.7x เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 3Q63 จะลดลงเล็กน้อย QoQ เนื่องจากมีแผนจะปิดซ่อมบำรุงเตาเผาปูนสองเตาในประเทศไทย เราเชื่อว่ากลยุทธ์ของบริษัทในการรับมือ COVID-19 (การดูแลต้นทุน และประสิทธิภาพการผลิตให้อยู่ระดับที่เหมาะสม) จะช่วยให้กำไรใน 2H63 มีแนวโน้มดีขึ้น HoH เราคาดว่ากำไรของบริษัทใน 4Q63 จะสูงสุดในรอบปี นี้เนื่องจากไม่มีกำหนดปิดซ่อมบำรุง ในขณะที่มองว่าประมาณการกำไรของเรายังมี upside อีก 20% จากอัตรากำไรขั้นต้น และ สัดส่วน SG&A/ยอดขาย

Risks

ความล่าช้าของการลงทุนภาครัฐ และนโยบาย macroprudential ในภาคอสังหาริมทรัพย์

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง