'เฉลิมชัย' รับยางราคาพลาดเป้า หวังดีมานด์ฟื้นหลังโควิด

'เฉลิมชัย' รับยางราคาพลาดเป้า หวังดีมานด์ฟื้นหลังโควิด
25 กรกฎาคม 2563
397

"เฉลิมชัย" รับราคายางไม่เป็นไปตามเป้าหมายแต่เป็นไปตามกลไกตลาดโลก แนะตั้งรับนักลงทุนหลังโควิด

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเปิดการประชุม “กำหนดวิสัยทัศน์คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย และมอบนโยบายแก่คณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงของการยางแห่งประเทศไทย” ว่าบทบาทของการยางแห่งประเทศไทยได้ดำเนินตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่องและเป็นเครื่องมือหรือกลไกของรัฐในการยกระดับการพัฒนายางทั้งระบบครบวงจรให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในด้านการผลิต การแปรรูป และการตลาด เพื่อให้ไทยเป็นประเทศที่ยังคงรักษาสถานะผู้นำการผลิตและผู้ส่งออกยางอันดับหนึ่งของโลก มีศักยภาพในการแข่งขันด้านยางพาราในระดับโลกและมีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้สูงขึ้น ตลอดจนช่วยสนับสนุนการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมยางและเป็นสินค้าหลักที่ทำรายได้เข้าสู่ประเทศ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสภาพเศรษฐกิจทั้งของโลกและของไทยจะไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนามากนัก โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ราคายางแผ่นดิบเคลื่อนไหวอยู่ที่เฉลี่ยกิโลกรัมละ 37 - 42 บาท ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้รัฐบาลต้องเข้ามาช่วยเหลือภายใต้โครงการต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร เช่น โครงการประกันรายได้เกษตรกรระยะที่ 1 อีกทั้งยังมีผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะประเทศผู้ใช้ยางรายใหญ่ ได้แก่ จีน สหรัฐ และยุโรป ซึ่งปัจจุบันแม้ว่าสถานการณ์การระบาดในไทยและหลายประเทศจะเริ่มคลี่คลายและมีสัญญาณที่ดีขึ้น แต่คาดว่าหลายประเทศคงต้องใช้เวลาในการกระตุ้นเศรษฐกิจไปอีกระยะเวลาหนึ่ง

กระทรวงเกษตรฯ โดยการยางแห่งประเทศไทย พร้อมที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง โดยจะเร่งผลักดันราคายางให้อยู่ในระดับที่คุ้มค่ากับการลงทุน มีทิศทางการพัฒนายางทั้งระบบและมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน โดยจะต้องทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างทันท่วงที เพื่อจะได้ใช้ข้อมูลในการวางแผนการผลิต การแปรรูป การค้าและการลงทุน เพื่อขับเคลื่อนไปสู่วิสัยทัศน์และเป้าหมายทั้งในระยะสั้น กลางและระยะยาว

 

นอกจากนี้ จะเร่งผลักดันการใช้นวัตกรรมในการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การเจาะตลาดผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะกลุ่มหรือ Niche Market เพิ่มมากขึ้น การใช้นโยบายตลาดนำการผลิต เพิ่มช่องทางการตลาด ลดต้นทุนการผลิต การปรับปรุงคุณภาพของปุ๋ย ทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิต อีกทั้งจะมุ่งผลักดันนโยบาย Thailand 4.0 เพื่อให้ประเทศไทยเปลี่ยนจากระบบเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการค้า การส่งออก การลงทุนแบบ offline เพียงอย่างเดียว ไปสู่รูปแบบธุรกิจใหม่ หรือ new business model ที่ผสมผสานระหว่างการค้า การลงทุน แบบ online และ offline ควบคู่กันไป โดยมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวช่วยยกระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งในระดับมหภาคและจุลภาค ซึ่งจะทำให้เกิดความมั่นคงต่อพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง และเกิดความยั่งยืนต่อยางพาราทั้งระบบต่อไปในอนาคต

“ถึงแม้ว่าวันนี้ราคายางพาราจะยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด แต่เป็นราคาตามกลไกของตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ต้องมีการวางแผนดำเนินการ ดูทิศทาง และเข้าไปดูในเรื่องของการขาย ซึ่ง กยท. เองต้องเข้าไปมีส่วนร่วมให้มากยิ่งขึ้น ต้องทำงานในลักษณะเชิงรุก เช่น การเข้าไปเป็นผู้เจรจาค้าขายเอง และเป็นผู้ร่วมลงทุนเอง ตามที่กฎหมายเปิดช่องทางให้ดำเนินการ”

ทั้งนี้มั่นใจว่าหลังโควิด-19 จะมีนักลงทุนหลายรายที่จะเดินทางเข้ามาลงทุนด้านยางพาราในประเทศไทย ทาง กยท. จึงต้องมีการเตรียมตัว เพื่อทำวิกฤตให้เป็นโอกาสให้ได้ ต้องมีการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม เข้ามาช่วยในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางเพื่อเพิ่มมูลค่า ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยกระดับราคายางพาราให้ดีขึ้นได้ รวมทั้งยังต้องมุ่งเน้นเรื่องงานวิจัยให้มากยิ่งขึ้นด้วย

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง