9 สิ่งที่ไม่ควรอยู่บน 'Facebook'

9 สิ่งที่ไม่ควรอยู่บน 'Facebook'

เช็คลิสต์ 9 สิ่งที่ไม่ควรอยู่บน 'Facebook' (เฟซบุ๊ค) หรือโซเชียลมีเดียอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตของคุณในภายหลัง

หลายคนอาจจะคิดกันว่า "เฟซบุ๊ค" คือพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคน แต่ในความเป็นจริงแล้วเราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า จริงๆ พื้นที่บนโลกออนไลน์ของเรา ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวของเราทั้งหมด เพราะทันทีที่เรากดเผยแพร่บางสิ่งบางอย่างบนโลกออนไลน์ไปแล้ว ข้อมูลเหล่านี้มีโอกาสปรากฏตัวไปซอกมุมอื่นๆ ของโลกได้อย่างไม่ทันรู้ตัว

จากข่าวการจับกุมผู้ต้องหาแฮ็กไลน์ ดูดข้อมูลแชร์เว็บไซต์ลามกแฝงโฆษณาอาหารเสริม และการโจรกรรมข้อมูลบัตรประชาชนผ่านเฟซบุ๊ค และนำข้อมูลไปใช้ยืมเงินจากเพื่อนหรือคนรู้จัก ก่อนจะล้วงเอาข้อมูลส่วนตัวไป ฯลฯ

ที่จริงแล้วข่าวในลักษณะนี้มีให้เห็นบ่อยในทุกวันนี้ แล้วจะป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นกับเราได้อย่างไร

ข้อมูลส่วนตัวบางอย่างของเราก็ไม่จำเป็นที่ต้องอยู่ในเฟซบุ๊ค มาดูกันว่าข้อมูลใดบ้างที่เราไม่ควรใส่มันลงไปในโลกออนไลน์ หรือควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ประกอบไปด้วย

159578409021

  •  วันเกิด 

แม้การเปิดเผยวันเกิดในเฟซบุ๊ค จะทำให้เพื่อนๆ ไม่หลงลืมวันเกิดเราแล้ว ในอีกมุมหนึ่งวันเกิดยังเป็นข้อมูลสำคัญในการเข้าถึงบัญชีธนาคารและรายละเอียดส่วนบุคคลของคุณได้ง่ายขึ้น เนื่องจากธนาคารยังมีการใช้วันเดือนปีเกิด เป็นองค์กรประกอบหนึ่ง ร่วมกับข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ในการยืนยันตัวตนเพื่อทำธุรกรรมสำคัญบางทางโทรศัพท์

  •  เบอร์โทรศัพท์ 

ช่องทางที่สามารถเข้าถึงเราได้โดยตรงเลยก็คือเบอร์โทรศัพท์ ที่สำคัญเบอร์โทรศัพท์ยังเป็นช่องทางเข้าถึงข้อมูลอื่นๆ ของเราได้อีกด้วย

  •  เพื่อนบางคน 

หลายคนคงเคยเป็นจะประหลาดใจว่าเรามีคนนี้เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊คได้ยังไง นั่นแปลว่าคุณไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนเหล่านั้น

จากการศึกษาของอาจารย์ภาคจิตวิทยของ Oxford พบว่า เพื่อนในเฟซบุ๊ก 3,375 คน มีเพื่อนเพียง 4.1% ได้รับการพิจารณาว่าเชื่อถือได้ และมีเพียง 13.6% ของเพื่อนทั้งหมดที่มีปฏิสัมพันธ์เกิดขึ้นจริง ดังนั้นการลบเพื่อนบางคนออก โดยเฉพาะเพื่อนบางคนที่ทำให้รู้สึกแย่ จึงมีส่วนช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ในการใช้โซเชียลมีเดียได้

  •  การระบุ พิกัด และที่อยู่ 

การระบุตัวตน หรือการโพสต์ว่าเรากำลังไปไหน ทำอะไร ว่าตัวเองไปไหนมาไหนมาตลอดเวลาไม่ใช่เรื่องที่น่าป่าวประกาศให้สาธารณะชนรู้นัก เพราะนั่นหมายถึงการที่จะเข้าถึงตัวของคุณได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะรู้พฤติกรรม หรือนิสัยส่วนตัวได้ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่ประสงค์ดี นำไปใช้ประโยชน์ในทางที่ไม่ดีได้ง่ายๆ

  •  ภาพถ่ายและสถานศึกษาของลูกหลาน 

สำหรับใครที่มีลูกหลานข้อนี้ ควรระวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าการเปิดเผยข้อมูลสถานที่ศึกษาของเด็กๆ สู่สายตาสาธารณะ รวมถึงข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ของเด็ก เช่น ชื่อเด็ก อาหารที่เด็กชอบ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีเข้าถึงตัวของเด็กๆ ได้ง่ายขึ้น 

  •  หัวหน้างาน 

คนที่ชอบใช้เฟซบุ๊คเป็นพื้นที่คร่ำครวญเกี่ยวกับปัญหาในที่ทำงาน คนที่คุณไม่ควรมีเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊คเลยก็คือซีอีโอของคุณ ที่อาจมีผลกระทบในมิติอื่นๆ ได้

  •  ข้อมูลทางการเงิน   

สิ่งที่ไม่ควรไปอยู่ในพื้นที่สาธารณะใดเลย ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม คือ ข้อมูลทางการเงินต่างๆ หรือข้อมูลบัตรเครดิต เพราะจะทำให้เกิดจากล้วงข้อมูลทางการเงินเราได้ง่ายขึ้น

  •  สถานะความสัมพันธ์ 

การใส่สถานะความสัมพันธ์ลงในโซเชียลมีเดีย อาจจะทำให้เพื่อนๆ หลายคนอิจฉาเล่นๆ ได้ หรือเป็นผลดีทางจิตใจของเจ้าของเฟซบุ๊ค แต่ในทางกลับกันอาจจะกลับมาเป็นผลเสีย เมื่อมีการเปลี่ยนสถานะจาก "กำลังมีความสัมพันธ์" เป็น "โสด" ที่อาจทำให้คุณรู้แย่กว่าการไม่แสดงสถานะเหล่านั้นตั้งแต่แรก 

  •  ตั๋วโดยสาร 

สิ่งหลายๆ คนเลือกทำก่อนเดินทาง คือ การถ่ายภาพตั๋วโดยสาร หรือ Boarding Pass ลงในโซเชียลมีเดีย แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือโค้ดบนบอร์ดดิ้งพาส (boarding pass) เป็นจุดรวบรวมข้อมูลที่ไม่เคยเปิดเผยในที่สาธารณะ เพราะมันสามารถใช้ในการค้นหาข้อมูลที่คุณเคยให้ไว้กับทางสายการบิน และมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลอื่นๆ ของคุณต่อไปได้แบบไม่ยากเย็นนัก

เชื่อว่าหลายคนอาจเคยใช้เฟซบุ๊คทำในสิ่งต่างๆ เหล่านี้กันมาบ้างแล้ว เมื่อรู้เช่นนี้ อย่าลืมตัดสินใจอย่างถี่ถ้วนทุกครั้งก่อนจะโพสต์เรื่องราวต่างๆ ลงในโซเชียลมีเดีย เพื่อไม่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ไม่ประสงค์ดี หรือสร้างผลกระทบเกิดขึ้นในทางลบเพียงชั่วนิ้วคลิกของตัวเอง