ปิดตำนาน 'ซีอุย' 'มนุษย์กินคน' ย้อนเส้นทางทวงคืนความเป็นธรรม

ปิดตำนาน 'ซีอุย' 'มนุษย์กินคน' ย้อนเส้นทางทวงคืนความเป็นธรรม
20 กรกฎาคม 2563 | โดย ทีมข่าวจุดประกาย
1,137

เปิดเรื่องราว "ซีอุย" เจ้าของฉายา "มนุษย์กินคน" กับความไม่ชอบมาพากลในคดีฆาตกรรมเมื่อ 60 ปีก่อน จนถึงวันที่สังคมทวงถามความเป็นธรรมให้กับชายเชื้อสายจีนคนนี้

เรื่องราวของ 'ซีอุย' หรือ นายหลีอุย แซ่อึ้ง ตำนาน 'มนุษย์กินคน’ กลับมาอยู่ในความสนใจของคนในสังคมอีกครั้ง เมื่อ พ.ต.อ.ณรัขต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 23 ก.ค.นี้ ทางกรมราชทัณฑ์จะทำพิธีฌาปนกิจศพ 'ซีอุย' ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมเมื่อ 60 ปีที่แล้ว

'ซีอุย' ถูกประหารชีวิตเมื่อวันที่ 16 ก.ย. พ.ศ. 2502 หลังจากนั้นไม่นาน ร่างของเขาก็ถูกนำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ ศิริราช พร้อมกับป้ายข้อความ 'มนุษย์กินคน' นานหลายสิบปีที่เรื่องราวของ 'ซีอุย' สร้างความหวาดกลัวให้กับคนทั่วไป ทว่าในที่สุดก็เกิดคำถามขึ้นในกลุ่มผู้ที่สนใจคดีนี้อย่างจริงจัง โดยมีการลงพื้นที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อันเป็นสถานที่เริ่มต้นของเหตุการณ์ เพื่อสัมภาษณ์บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่ และตั้งคำถามถึงความหนักแน่นของหลักฐานที่เชื่อมโยง 'ซีอุย' ในฐานะฆาตกรต่อเนื่อง จนทำให้เกิดกระแสการเรียกร้องให้คืนความเป็นธรรมให้กับ 'ซีอุย'

ปี พ.ศ. 2562 เกิดกระแสเรียกร้องให้มีการนำศพซีอุยออกจากโรงพยาบาลศิริราช เพราะเห็นว่าซีอุยไม่ใช่ฆาตกรตัวจริงของเหยื่อทั้งหมด โดยมีแคมเปญรณรงค์ล่ารายชื่อในเว็บไซด์ Change.org หัวข้อ 'นำร่าง ซีอุย แซ่อึ้ง ออกจากพิพิธภัณฑ์ศิริราช คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ล้างฉายามนุษย์กินคน' พร้อมทั้งชาวทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร้องเรียนไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในกรณีเดียวกัน กระทั่งวันที่ 2 กรกฎาคมปีเดียวกัน โรงพยาบาลศิริราชได้ประกาศตามหาญาติซีอุยเพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดการร่างของซีอุย

ล่าสุด อธิบดีกรมราชทัณฑ์ให้ข้อมูลว่า "ขณะนี้กระแสสังคมเปลี่ยนไปโดยให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนมากขึ้น และประกอบกับการศึกษาศพและงานนิทรรศการของนายซีอุยได้เกิดขึ้นมานานแล้ว จึงเห็นว่าสมควรจะทำให้เนื่องจากที่ผ่านยังไม่มีบุคคลใดมาแสดงตัวเป็นญาติ และกรมราชทัณฑ์ก็ไม่สามารถให้ศพนายซีอุยกับบุคคลที่ไม่ใช่ญาติไปทำพิธีฌาปนกิจได้ โดยพิธีดังกล่าวจะจัดเวลา 10.00 น.ที่วัดบางแพรกใต้ จังหวัดนนทบุรี"

ซีอุยเป็นใคร?

จากบันทึกคำให้การของตำรวจระบุว่า 'ซีอุย' ชื่อจริงว่า ‘หลีอุย แซ่อึ้ง’ เกิดเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2464 ที่เมืองซัวเถา ประเทศจีน ก่อนจะหนีเข้ามาเมืองไทยเมื่อปี 2489

เรื่องราวอันเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานสุดสะพรึงเกี่ยวกับ ‘ซีอุย มนุษย์กินคน’ เกิดขึ้นหลังจากเขามาตั้งรกรากในเมืองไทยได้ 8 ปี เมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญ 7 คดี ในช่วงปี 2497-2501 โดย 4 คดีแรก เกิดเหตุที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่วนอีก 3 คดี เกิดที่จังหวัดนครปฐม กรุงเทพฯ และระยอง ตามลำดับ ในจำนวนนี้มีเด็ก 6 รายถูกฆ่า โดยร่ำลือว่าอวัยวะภายในหายไป ส่วนคดีแรกเด็กหญิงวัย 8 ขวบ รอดชีวิต

วันที่ 27 มกราคม 2501 ซีอุยซึ่งขณะนั้นอายุ 19 ปี มีอาชีพรับจ้างทำงานในสวนจังหวัดระยอง ถูกจับด้วยข้อกล่าวหาว่า เขาฆ่าเด็กชายคนหนึ่งที่พ่อใช้ให้ไปซื้อผักที่ไร่ของซีอุย เนื่องจากพ่อของเด็กออกตามหาและพบซากศพกำลังถูกเผา โดยตับกับหัวใจอยู่ในตู้กับข้าวของซีอุย เขารับสารภาพในที่สุด

หลังจากถูกจับ เรื่องราวของซีอุยกลายเป็นข่าวใหญ่ในหนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับ ในรายงานข่าวเล่าคำให้การของซีอุยว่า ตอนเด็กๆ เขาตัวเล็กจึงมักถูกรังแกอยู่ตลอด กระทั่งได้พบนักบวชคนหนึ่งบอกว่า ถ้าเอาหัวใจและตับของคนมากินจะทำให้ฮึกเหิมกล้าสู้คน ซึ่งซีอุยก็ยังไม่กล้า กินแค่หัวใจและตับสัตว์เท่านั้น แต่หลังจากถูกเกณฑ์เป็นทหารและถูกข้าศึกล้อมจนอดอยาก นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้ผ่าศพเพื่อนทหารกินประทังชีวิต

เมื่อเข้าสู่การพิจารณาคดีในชั้นศาลแรกทีเดียวเขารับสารภาพเฉพาะคดีสุดท้ายที่ถูกจับกุม แต่ภายหลังก็ปรากฎคำรับสารภาพทั้ง 6 คดีก่อนหน้านั้น ทำให้เขาถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2502 และหลังจากการประหารชีวิต ศพของซีอุยถูกนำมาดองเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ภายในโรงพยาบาลศิริราช ในฐานะฆาตกรต่อเนื่องที่ก่อคดีสะเทือนขวัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

ทว่า เรื่องราวของซีอุยไม่ได้จบแค่นั้น ภายหลังได้มีผู้สนใจพยายามค้นหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะจากหลักฐานคำให้การต่างๆ พบว่ามีเงื่อนงำหลายอย่างที่เป็นไปได้ว่า ซีอุยอาจไม่ได้เป็นคนก่อคดีทั้งหมด และเขาก็ไม่ได้มีสภาพจิตผิดปกติที่เรียกกันตามภาษาชาวบ้านว่า ‘มนุษย์กินคน’


ฟาโรห์ จักรภัทรานน ผู้ตั้งแคมเปญ 'นำร่าง ซีอุย แซ่อึ้ง ออกจากพิพิธภัณฑ์ศิริราช คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ล้างฉายามนุษย์กินคน' ในขณะที่เขายังเป็นนักศึกษาชั้นปี 4 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงความตั้งใจในการรณรงค์เรื่องนี้ผ่าน Change.org ว่า

"ไม่มีพยานหลักฐานอะไรเลย นอกจากคดีสุดท้ายที่เขาถูกนำขึ้นศาลคดีเดียว ส่วนอีก 6 คดีก่อนหน้าตำรวจไม่ได้ส่งฟ้อง ซีอุยโดนข้อหาฆาตกรรมเด็กชายสมบูรณ์ ไม่ใช่คดีกินอวัยวะเด็กชายสมบูรณ์ เป็นคดีฆาตกรรม ที่เขาบอกว่าเจอตับกับหัวใจในตู้กับข้าวในบ้านพักของซีอุย แพทย์บอกว่ามีลักษณะคล้ายตับและหัวใจของมนุษย์ ถ้าเป็นการชันสูตรที่แท้จริงต้องตัดชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ว่าเป็นของเด็กชายสมบูรณ์จริงๆ ไหม แต่ตรงนี้เราไม่แตะแล้วเพราะว่าคดีมันผ่านมานานมากแล้ว

ถ้าสังเกตในช่องยูทูบที่ผมทำจะใช้คำว่า ‘แพะกินคน’ เราแค่บอกว่าไม่มีพยานหลักฐานชัดเจนว่าเขาเป็นมนุษย์กินคน เราก็ไม่ควรตีตราเขาว่าเป็น หรือไม่ควรเรียกเขาว่า ‘มนุษย์กินคน’ เหนือสิ่งอื่นใดเลยเราไม่ควรเอาร่างเขามาจัดแสดงอย่างนั้น"

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: