โลกมีหวัง ‘โมเดอร์นา’ ลุยทดลองวัคซีนต้านโควิดขั้นสุดท้าย

โลกมีหวัง ‘โมเดอร์นา’ ลุยทดลองวัคซีนต้านโควิดขั้นสุดท้าย
16 กรกฎาคม 2563
2,080

โมเดอร์นา บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพจากสหรัฐ ออกแถลงการณ์ในวานนี้ (15 ก.ค.) ว่า วัคซีน mRNA-1273 ใช้ต้านไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่บริษัทผลิตขึ้น สามารถสร้างการตอบสนองด้านภูมิคุ้มกันได้อย่างแข็งแกร่ง

แถลงการณ์ ระบุว่า ผลการทดลองขั้นต้นในการใช้วัคซีนต้านโควิด-19 กับผู้ป่วย 45 คนพบว่า ผู้ป่วยทั้งหมดมีการตอบสนองด้านภูมิคุ้มกันในระดับที่แข็งแกร่ง โดยผู้ป่วยทั้ง 45 คนสามารถผลิตแอนติบอดีที่เป็นกลาง ซึ่งเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามีความสำคัญต่อการสร้างภูมิคุ้มกัน และได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากขึ้นว่า วัคซีนอาจสามารถป้องกันไวรัสโควิด-19 ได้ในระดับหนึ่ง

ในการทดลองครั้งนี้ มีการแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 15 คน โดยผู้ป่วยแต่ละคนได้รับวัคซีนในโดส 25 ไมโครกรัม, 100 ไมโครกรัม หรือ 250 ไมโครกรัม

ทัล แซคส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการแพทย์ของโมเดอร์นา ระบุในแถลงการณ์ว่า ข้อมูลจากการทดลองระยะที่ 1 แสดงให้เห็นว่า วัคซีน mRNA-1273 สามารถสร้างการตอบสนองด้านภูมิคุ้มกันให้กับผู้ป่วยทั้ง 45 คน และทางบริษัทจะเริ่มทำการศึกษาวัคซีนดังกล่าวในระยะที่ 3 ในเดือนนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า วัคซีนของโมเดอร์นาสามารถลดความเสี่ยงของโรคโควิด-19

โมเดอร์นา เปิดเผยว่า การจัดทำเอกสารโครงการวิจัยเพื่อการทดลองระยะ 3 ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยอิงจากข้อมูลตอบรับของสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) โดยการทดลองระยะนี้เป็นการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมยาหลอกแบบ 1 ต่อ 1 โดยคาดว่า จะมีผู้เข้าร่วมในสหรัฐราว 30,000 คน และคาดด้วยว่าจะดำเนินการร่วมกับสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติของสหรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ 

นอกจากนี้ โมเดอร์นาระบุว่า บริษัทจะสามารถส่งมอบวัคซีนต้านโควิดได้ราว 500 ล้านโดสต่อปี และอาจจะแตะ 1 พันล้านโดสต่อปี โดยจะเริ่มในปี 2564

ด้าน ไฟเซอร์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทยาใหญ่ที่สุดของสหรัฐ และบริษัท ไบออนเทค (BioNTech) ซึ่งเป็นบริษัทยาของเยอรมนี ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ (13 ก.ค.)  ระบุว่า ทั้งสองบริษัทได้รับสถานะ “fast track” จาก FDA ในการทดลองวัคซีนต้านโควิด-19 ซึ่งจะทำให้ทางบริษัทได้รับการผ่อนคลายกฎระเบียบจากเอฟดีเอ และส่งผลให้การพัฒนาวัคซีนเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น ขณะนี้ วัคซีน BNT162b1 และ BNT162b2 ถือเป็นวัคซีน 2 ตัวที่มีความคืบหน้ามากที่สุดของไฟเซอร์ และ BioNTech จากทั้งหมด 4 ตัว

นอกจากนี้ ไฟเซอร์ และ BioNTech เผยว่า หากวัคซีนดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากเอฟดีเอ ทางบริษัทจะสามารถผลิตวัคซีนจำนวน 100 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้ และมากกว่า 1.2 พันล้านโดสภายในสิ้นปีหน้า หลังจากนี้ จะทำการทดลองกับอาสาสมัครจำนวน 30,000 รายภายในเดือนนี้ หากได้รับการอนุมัติจากเอฟดีเอ

วานนี้เช่นกัน กระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยความคืบหน้าของการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 ทดลองกับกลุ่มอาสาสมัครได้ผลปลอดภัย ประชาชน 18 คนที่ร่วมการวิจัยออกจากโรงพยาบาลแล้วโดยปราศจาก “เหตุไม่พึงประสงค์ร้ายแรง ข้อร้องเรียนด้านสุขภาพ อาการแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียง”

กระทรวงกลาโหมรัสเซียไม่ได้บอกว่า จริงๆ แล้ว วัคซีนตัวนี้ได้ผลหรือไม่ แต่นายแพทย์สเวตลานา วอลชิกินาที่ทำการทดลองทางคลินิกเผยว่า วัคซีนช่วยปกป้องคณะอาสาสมัครพ้นจากไวรัส

“ภูมิคุ้มกันของพวกเขาทำงานได้ดี มีการสร้างแอนติบอดีปกป้องตัวเองจากไวรัส” นายแพทย์กล่าว

ตอนที่โควิดระบาดหนักสุดในรัสเซีย เมื่อปลายเดือน พ.ค. เซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแจ้งกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน คณะนักวิจัยของกองทัพกำลังพัฒนาวัคซีนตัวหนึ่งร่วมกับคณะนักวิทยาศาสตร์สถาบันกามาเลยาในกรุงมอสโก

การทดลองเริ่มขึ้นในวันที่ 18 มิ.ย. อาสาสมัครถูกนำไปแยกตัวอยู่ในโรงพยาบาลทหารเบอร์เดนโก ได้รับวัคซีนแล้วตรวจร่างกายทุกวัน 28 วันหลังจากได้รับวัคซีน สัญญาณชีพยังอยู่ในระดับปกติ

ส่วนอาสาสมัครกลุ่มที่ 2 ได้รับวัคซีนเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ขณะนี้ยังถูกแยกตัวอยู่ในโรงพยาบาลภายใต้การสังเกตการณ์ของแพทย์

กระทรวงกลาโหมรัสเซียคาดว่า การทดลองทางคลินิกจะเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือน ก.ค.

รัสเซียนั้นมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก 746,369 คน เสียชีวิตเกือบ 12,000 คน

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง