ศบค. 'การ์ดตก' ทำไทยป่วน

ศบค. 'การ์ดตก' ทำไทยป่วน

พบต่างชาติป่วย 2 ราย ‘ทหาร-ลูกทูต’ ไม่กักตัว-เร่งแกะรอยระยอง เล็งถก กต. คุมเข้ม หมอทวีศิลป์ ชี้ต้องเรียนรู้ร่วมกัน

ศบค.เผยผู้ป่วยโควิดใหม่ 2 ราย “ไม่กักตัว” ทหารอียิปต์ เที่ยวห้างใน จ.ระยอง ส่วนเด็กหญิงชาวซูดานมาพร้อมครอบครัวคณะทูตพักในคอนโดย่านสุขุมวิท หมอทวีศิลป์เผยถกกระทรวงต่างประเทศเข้มเงื่อนไข เสี่ยงแพร่เชื้อในไทย ชี้ต้องเรียนรู้ร่วมกัน ผู้ว่าฯระยองสั่งปิดพื้นที่ กักตัวพนักงานโรงแรม ตรวจวงจรปิดแกะรอย หมอจุฬาฯคาดหลุดการคัดกรอง 20 ราย

ย่างเข้าสู่วันที่ 49 ของการปลอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ วานนี้ (13 ก.ค.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวัน ว่า มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 3 ราย จากต่างประเทศในสถานที่กักกัน ให้กลับบ้านเพิ่ม 2 ราย ไม่มีเสียชีวิต ยอดผู้ป่วยสะสมรวม 3,220 ราย หายกลับบ้านรวม 3,090 ราย เสียชีวิตรวม 58 ราย ยังรักษาตัวใน รพ. 72 ราย

สำหรับผู้ป่วยรายใหม่เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าพักในสถานเฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ ได้แก่ รายที่ 1 คูเวต เป็นเพศชาย อายุ 48 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงไทยวันที่ 29 มิ.ย. เข้าพักสถานเฝ้าระวังที่ กทม. ตรวจหาเชื้อครั้งแรกวันที่ 2 ก.ค. ไม่พบเชื้อ และตรวจซ้ำวันที่ 11 ก.ค. จึงพบเชื้อแต่ไม่มีอาการ ย้อนถามประวัติเสี่ยง พบว่า เป็นช่างทั่วไปของบริษัทแห่งหนึ่งตั้งแต่ พ.ย. 2562 พักในแคมป์คนงาน ที่มีผู้ป่วยยืนยันจำนวนมาก โดยพบผู้ป่วยในเที่ยวบินเดียวกันก่อนหน้านี้ 10 ราย

รายที่ 2 บาห์เรน 1 รายเป็นหญิงไทยอายุ 22 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 12 ก.ค. โดยผ่านการคัดกรองด่านควบคุมโรค พบว่ามีอาการเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค คือ มีไข้ จึงส่งตรวจหาเชื้อวันที่ 12 ก.ค. ผลตรวจพบเชื้อ และรายที่ 3 อียิปต์ 1 ราย เป็นชายสัญชาติอียิปต์ อายุ 43 ปี อาชีพทหาร เดินทางถึงไทยวันที่ 8 ก.ค. เข้าพักสถานเฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ จ.ระยอง วันที่ 9 ก.ค. ออกจากโรงแรมไปทำภารกิจทางทหารที่ประเทศจีน และกลับมาในวันเดียวกันเกือบเที่ยวคืน และเข้าพักโรงแรมแห่งเดิมใน จ.ระยอง วันที่ 10 ก.ค.ตรวจพบเชื้อ แต่ผลยังไม่ค่อยชัดเจนจึงตรวจอีกครั้ง โดยวันที่ 11 ก.ค. เดินทางกลับไปประเทศต้นทาง และผลตรวจออกวันที่ 12 ก.ค.ว่าพบเชื้อ

ทั้งนี้ ทหารรายนี้เดินทางเข้ามาในลักษณะของลูกเรือ ตามข้อกำหนดมาตรา 9 ฉบับที่ 6 ที่ระบุคน 11 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ควบคุมยานพาหนะ และเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาตามภารกิจ และมีกำหนดเวลาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรที่ชัดเจน ซึ่งกลุ่มนี้เข้ามาได้แต่จะมีที่พักให้ เดิมเป็นโรงแรมแถวสุวรรณภูมิ แต่เนื่องจากมีเที่ยวบินเข้ามามาก ทำให้ทหารและลูกเรือชุดนี้จำนวน 31 คน เดินทางเข้ามาและลงที่สนามบินอู่ตะเภาแทน ส่วนอีก 30 คนที่เหลือตรวจแล้วไม่พบเชื้อ

ไทม์ไลน์ทหารอียิปต์ติดโควิด

สำหรับการเดินทางเข้ามาของทหารรายนี้ คือ วันที่ 6 ก.ค. เดินทางจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ วันที่ 7 ก.ค. เดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปยังปากีสถาน วันที่ 8 ก.ค. เดินทางเข้ามายังท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.ระยอง วันที่ 9 ก.ค. ออกจากโรงแรมไปท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เพื่อไปทำภารกิจทางการทหารที่เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน และเดินทางกลับมาวันเดียวกัน เข้าพักโรงแรมที่เดิม จ.ระยอง วันที่ 10 ก.ค. เข้าคัดกรองทั้งคณะที่เดินทางมา 31 ราย วันที่ 11 ก.ค.เดินทางกลับออกไป แต่วันนั้นผลออกมากำกวมยังไม่แน่ชัด จึงส่งตรวจซ้ำอีกครั้ง ผลออกวันที่ 12 ก.ค.ว่ายืนยัน

"ทีมจะสอบสวนโรคในพื้นที่สัมผัสทุกแห่งที่กลุ่มนี้เดินทางไป ตอนนี้พอมีบางแห่ง เช่น ห้างสรรพสินค้าบางแห่งในระยอง ถ้าคิดว่ามีความเสี่ยงหรือสัมผัส ให้โทร.เข้ามายัง 1422 นอกจากนี้ โรงแรมดังกล่าวที่ จ.ระยอง ถือว่าเป็นสถานที่สัมผัสกับผู้ที่พบเชื้อ ฉะนั้น การเข้าไปสอบสวนโรค ต้องครอบคลุมโรงแรมนี้ทั้งหมดตอนนี้ยังไม่มีข้อเสียหายที่เป็นประเด็น ถ้าคุมโรคได้ปิดจุดอ่อน กำหนดข้อปฏิบัติให้ละเอียดยิ่งขึ้น ข่าวนี้ข้อดีคือขอให้รับทราบว่าใกล้ตัวเรามาก เพราะไม่ได้เกินกว่าความคิดที่จะบอกว่ามีระลอกสองใกล้เข้ามาแล้ว” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

ครอบครัวป่วยโควิดพักคอนโด

นอกจากนี้ เคสผู้ป่วยเด็กหญิงอายุ9 ปีที่รายงานเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเดินทางมาจากภูมิภาคแอฟริกา โดยมาพร้อมครอบครัวของคณะทูต โดยวันที่ 7 ก.ค. เดินทางมาจากซูดาน ซึ่งมารดานำผู้ป่วยและครอบครัวรวม 5 คน ตรวจเชื้อก่อนเดินทาง แต่ไม่พบเชื้อ เดินทางถึงไทยวันที่ 10 ก.ค. เมื่อมาถึงได้ตรวจคัดกรอง ไม่มีอาการ จึงเก็บตัวอย่างส่งตรวจและพบเชื้อ บิดานำผู้ป่วยเข้ารับการรักษาใน รพ.เอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. โดยตรวจซ้ำว่าพบเชื้อ วันที่ 11 ก.ค. ผลตรวจแพทย์พบปอดอักเสบ ส่งต่อมายัง รพ.รัฐแห่งหนึ่งใน กทม.

แต่มีการนำสมาชิกครอบครัวที่เหลือไปพำนักที่คอนโดแห่งหนึ่งใน กทม. ทั้งที่กลุ่มคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐต่างประเทศที่มาปฏิบัติงานในประเทศไทย ให้กักตัวในสถานทูต ในพื้นที่ 14 วัน ต้องกำหนดมาตรการโดยละเอียดให้ครอบคลุมมากกว่านี้ และขอให้กระทรวงการต่างประเทศ ประสานสถานทูตทุกแห่งถึงเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ทีมสอบสวนโรค จะต้องเข้าไปสอบสวนในพื้นที่คอนโดแห่งนี้ด้วย

“นี่คือสิ่งที่เราจะต้องกำหนดมาตรการโดยละเอียดให้ครอบคลุมกว่านี้ เพราะเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งเราไม่สามารถโทษใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่จะต้องเรียนรู้ไปร่วมกัน โดยในที่พำนักคอนโด แห่งนี้ ทีมสอบสวนโรค จะต้องเข้าไปสอบสวนในพื้นที่คอนโด แห่งนี้ จึงต้องนำเรียนให้ประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือ” โฆษก ศบค. กล่าว

เผยกลุ่มทหารอียิปต์ฝ่าฝืนกฎ

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สธ. เปิดเผยว่า วันนี้ (14 ก.ค.) จะลงพื้นที่จ.ระยอง เพื่อสกัดปัญหาไม่ให้กระจายออกไปในวงกว้าง หลังจากได้สอบสวนโรคและประชุมกับอธิบดีกรมควบคุมโรคได้รับรายงานว่าได้มีการสุ่มตรวจและตรวจเชิงรุกไปบ้างแล้ว เช่นเดียวกับทีมระบาดวิทยาที่ได้ลงพื้นล่วงหน้าไปแล้ว และนำตัวผู้สุ่มเสี่ยงไปยังสถานกักกันของรัฐแล้วจำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกันมีการแกะรอยวงจรปิดในห้างแหลมทองและห้างเซ็นทรัล มีการตรวจสอบพื้นที่อื่นๆ ที่เดินทางไปอีกด้วย

“ปัญหาที่เกิดขึ้นทหารกลุ่มนี้ไม่เชื่อฟัง ออกไปนอกโรงแรม ตอนไปตรวจทหารรายอื่นๆ ก็ไม่ยอม เราต้องประสานสถานทูตจึงจะได้รับความร่วมมือ” นายสาธิตกล่าว

ตรวจวงจรปิดรร.-ห้างจ.ระยอง

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญ อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) เปิดเผยว่า ทีมสอบสวนโรคอยู่ในระหว่างการเร่งดำเนินการค้นหาข้อมูลจากกล้องวงจรปิดของโรงแรมที่คณะลูกเรือนี้เข้าพัก และสถานที่ที่คณะลูกเรือให้ข้อมูลว่าได้เดินทางไป เช่น ห้างสรรพสินค้า ใน จ.ระยอง อย่างไรก็ตาม จะต้องเร่งหาใน 1.ผู้สัมผัสใกล้ชิดกับคนกลุ่มนี้ 2.มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น หากประชาชนในพื้นที่ จ.ระยอง มีความกังวลหรือว่าคิดว่าตนเองเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับคนกลุ่มนี้ สามารถติดต่อได้ที่สาธารณสุขจังหวัดหรือเบอร์สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

“ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดได้ว่าเป็นที่ใด และผู้ป่วยที่ยืนยันได้เดินทางไปด้วยหรือไม่ จึงต้องดูจากกล้องวงจรปิด อย่างไรก็ตาม หากประชาชนเดินทางไปในพื้นที่สาธารณะและสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือและเว้นระยะห่างก็จะเป็นการป้องกันโรคได้ในระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นความสำคัญอย่างยิ่งในการลดโอกาสติดเชื้อ ในระหว่างนี้ขอให้ประชาชนใน จ.ระยอง มีการป้องกันตัวเองที่มาก ขึ้น และทีมสอบสวนกำลังเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดคาดว่า 2-3 วันจะทราบผล” นพ.สุวรรณชัย กล่าว

ส่วนกรณีที่มีเด็กหญิงที่มาในครอบครัวทูตป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) นั้น กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่า หลังได้รับรายงานในพื้นที่ กรมควบคุมโรค ได้มอบหมายให้กองระบาดวิทยา สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมืองร่วมกันกรุงเทพมหานคร เร่งดำเนินการสอบสวนโรคและรายละเอียดเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าวทันที

จากการสอบสวน พบว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นเพศหญิง อายุ 9 ปี ปัจจุบันเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เป็นรายที่เคยรายงานเป็นผู้ป่วยและมีการแถลงข่าวไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 63 โดยประวัติของผู้ป่วยเดินทางมาจากภูมิภาคแอฟริกาพร้อมกับครอบครัวที่เป็นคณะทูต ซึ่งก่อนเดินทางได้ทำการตรวจหาเชื้อโควิด 19 พร้อมครอบครัวรวม 5 คน เป็นไปตามขั้นตอนและมาตรการก่อนเดินทางเข้าไทย ผลตรวจทุกคนไม่พบเชื้อที่ประเทศต้นทาง และเดินทางถึงไทยเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 63 เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการซ้ำ ผลตรวจพบเด็กหญิงติดเชื้อโควิด 19 จำนวน 1 ราย จึงได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล

ในการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยของครอบครัวทูตดังกล่าว เป็นไปตามมาตรการของคำสั่ง ศบค. เรื่องแนวปฏิบัติตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 6 ในข้อ (3) บุคคลในคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐต่างประเทศซึ่งมาปฏิบัติงานในประเทศไทย หรือบุคคลในหน่วยงานระหว่างประเทศอื่นตามที่กระทรวงการต่างประเทศอนุญาตตามความจำเป็น ตลอดจนคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรของบุคคลดังกล่าว

ทั้งนี้ ในเที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วย มีผู้โดยสารทั้งหมด 245 คน ซึ่งพบว่ามีผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การเฝ้าระวังและสอบสวนโรค จำนวน 47 ราย จากการตรวจหาเชื้อพบผู้ติดเชื้อ รวม 12 ราย รวมผู้ป่วยรายนี้ และมีการส่งต่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของ กทม. สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา นอกจากนี้ ทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) ได้ดำเนินการสอบสวนโรคในกรณีดังกล่าวเพิ่มเติมที่พำนักที่ครอบครัวผู้ป่วยเข้าพักก่อนทราบผลตรวจ โดยค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดและกลุ่มเสี่ยงโดยการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ขณะนี้ยังไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม และได้ให้ทำความสะอาดบริเวณโดยรอบตามมาตรฐานทางสาธารณสุขแล้ว

ผู้ว่าฯสั่งปิดรร.ทหารอียิปต์พัก

นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้สั่งการให้ทีมสอบสวนโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ลงไปสอบสวนโรค ตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนบุคคลที่มีความเสี่ยงในการสัมผัสใกล้ชิด ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนว่าจะมีผู้ที่มีสัมผัสซึ่งจะมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางโรงแรมอย่างละเอียด คาดว่า 1-2 วันนี้น่าจะชัดเจนเบื้องต้นขณะนี้ได้มีการสั่งปิดห้องพักและพื้นที่ชั้นบนสุดสองชั้นของโรงแรมดังกล่าวที่กลุ่มทหารอียิปต์เข้าพัก และสั่งกักตัวพนักงานโรงแรม 2 คนที่ขึ้นไปเสิร์ฟอาหารบนห้องของกลุ่มทหารดังกล่าว

หมอจุฬาฯชี้หลุดคัดกรอง20คน

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊คแสดงความคิดเห็นโดยระบุว่า ชาวต่างชาติใน 11 กลุ่มเป้าหมายที่ ศบค.ระบุไว้ว่าอนุญาตให้เข้ามานั้น มีราว 30,000 คน คาดว่าจะมีคนที่มีการติดเชื้อประมาณ 150 คน และจะมีเคสติดเชื้อที่หลุดรอดจากการคัดกรองราว 20 คน คิดโดยอ้างอิงค่าเฉลี่ยอัตราการตรวจพบของประเทศไทย 0.5%

แต่ความเป็นจริง หากมาจากประเทศที่มีการติดเชื้อสูงมากอย่างอเมริกา ตัวเลขจะสูงกว่านี้อีกประมาณ 16 เท่า ส่วนประเทศอื่นก็แตกต่างกันไป ตัวอย่างของ 2 เคสล่าสุดที่“หลุด”มาที่ระยองและกรุงเทพมหานครนั้น คงเป็นสัญญาณเตือน ความเสี่ยงที่กำลังเข้ามา

สำหรับ 11 กลุ่มที่สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ประกอบด้วย 1.ผู้มีสัญชาติไทย 2.ผู้มีเหตุยกเว้นหรือเป็นกรณีที่นายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไข สถานการณ์ฉุกเฉินกำหนด อนุญาต หรือเชิญให้เข้ามาในราชอาณาจักรได้ตามความจำเป็น โดยอาจกำหนด เงื่อนไขและเงื่อนเวลาก็ได้ 3.ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งเป็นคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรของผู้มีสัญชาติไทย 4.ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรหรือได้รับอนุญาตให้มี ถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร

5.ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงาน ในราชอาณาจักรตามกฎหมาย ตลอดจนคู่สมรสหรือบุตรของบุคคลดังกล่าว 6.ผู้ขนส่งสินค้าตามความจำเป็น แต่เมื่อเสร็จภารกิจแล้วให้กลับออกไปโดยเร็ว 7.ผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะซึ่งจำเป็นต้องเดินทางเข้ามา ตามภารกิจและมีกำหนดเวลาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรชัดเจน 8.ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาของสถานศึกษาในประเทศไทย ที่ ทางการไทยรับรอง ตลอดจนบิดามารดาหรือผู้ปกครองของบุคคลดังกล่าว

9.ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีความจำเป็นต้องเข้ามารับการตรวจรักษาพยาบาลในประเทศไทย และผู้ติดตามของบุคคลดังกล่าว แต่ต้องไม่เป็นกรณีเข้ามาเพื่อการรักษาพยาบาลโรคโควิด-19
10.บุคคลในคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐต่างประเทศซึ่งมาปฏิบัติงานในประเทศไทย หรือบุคคลในหน่วยงานระหว่างประเทศอื่น ตามที่กระทรวงการต่างประเทศอนุญาตตามความจำเป็น ตลอดจนคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรของบุคคลดังกล่าว 11.ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามข้อตกลง พิเศษ (special arrangement) กับต่างประเทศ

ทั้งนี้ การเดินทางเข้าประเทศไทย เฉพาะบุคคลตามข้อยกเว้น ผู้ที่จะเดินทางจะต้องขอหนังสือรับรองจากสถานทูตไทย หรือกงสุลไทย จากประเทศต้นทาง และเอกสารอื่นๆ ตามคำสั่ง ศบค. อย่างเคร่งครัด

โดยจะต้องดำเนินการทั้งหมด 3 ขั้นตอน ดังนี้ 1. ตรวจสอบว่าเป็นบุคคลตามข้อยกเว้น 11 ประเภทหรือไม่ 2. เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตามเงื่อนไขบุคคลแต่ละประเภท 3. ติดต่อสถานทูตไทยหรือกงสุลไทยประจำประเทศต้นทาง เพื่อยื่นเอกสารที่ จำเป็น และปฏิบัติตามเงื่อนไขการจองตั๋วเครื่องบิน เพื่อขอหนังสือรับรอง Certificate of Entry (COE) ตรวจสอบข้อมูลบุคคลตามข้อยกเว้น 11 ประเภท ตามประกาศ ศูนย์ข้อมูล COVID-19 สแกนQR code หรือคลิก https://www.caat.or.th/th/moicovid