ESSO - ซื้อ

ESSO - ซื้อ
13 กรกฎาคม 2563 | โดย บล.เคจีไอฯ
229

ประมาณการ 2Q63: โรงกลั่นฟื้นตัวขึ้น

Event

ประมาณการ 2Q63

Impact

คาดว่ากำไรสุทธิใน 2Q63F จะพลิกฟื้นทั้ง YoY และ QoQ

เราคาดว่ากำไรสุทธิของ ESSO ใน 2Q63 จะอยู่ที่ 1.0 พันล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 927 ล้านบาทใน 2Q62 และขาดทุนสุทธิ 6.3 พันล้านบาทใน 1Q63 เนื่องจากธุรกิจโรงกลั่นมีกำไรดีขึ้น โดยเราคาดว่า accounting GRM ของ ESSO จะพุ่งขึ้นเป็น US$8.3/bbl โตถึง 542% YoY และดีขึ้น QoQ จาก -US$19.3/bbl ใน 1Q63 เนื่องจากในไตรมาสนี้บริษัทมีกำไรจากสต็อกน้ำมันสุทธิ (รวมการกลับรายการผลขาดทุน NRV) 1.7 พันล้านบาท หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบดูไบขยับเพิ่มขึ้นจาก US$34/bbl ในเดือนมีนาคม เป็น US$41/bbl ในเดือนมิถุนายน แม้ว่า spread ของน้ำมันเบนซินจะลดลงถึง 62% QoQ เหลือ US$2.6/bbl และ spread ของน้ำมันดีเซลจะลดลงถึง 48% QoQ เหลือ US$5.7/bbl เพราะถูกกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ในขณะเดียวกันเราคาดว่าอัตราการกลั่นจะลดลง 6% QoQ เหลือ 115KBD เนื่องจากมีการใช้มาตรการ lockdown ประเทศไทยในช่วงต้น 2Q63 แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจการตลาดน้ำมันจะลดลง QoQ เพราะตามข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงาน ปริมาณยอดขายน้ำมันของ ESSO ลดลง 20% QoQ เหลือ 1,121 ล้านลิตร แม้ว่าตามรายงานฉบับเดือนกรกฎาคมของสำนักงานนโยบายและแผน ค่าการตลาดน้ำมันของประเทศไทยจะเพิ่มขึ้น 3% QoQ เป็น 2.20 บาท/ลิตรก็ตาม

มองบวกมากขึ้นกับแนวโน้มการใช้นํ้ามันภายในประเทศ

จากข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงาน อุปสงค์การใช้น้ำมันของไทยในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 12% MoM เป็น 3,128 ล้านลิตร หลังจากที่ผ่านจุดต่ำสุดที่ 2,798 ล้านลิตรไปแล้วในเดือนเมษายน เนื่องจากประเทศไทยสามารถคุมการระบาดของ COVID-19 ได้ดีจนทำให้ไม่มีผู้ติดเชื้อใหม่ภายในประเทศเพิ่มอีกต่อเนื่องถึง 48 วันแล้ว นอกจากนี้ เรายังคาดว่าปริมาณการใช้น้ำมันภายในประเทศจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจะเข้าสู่ระดับปกติที่มากกว่า 3,500 ล้านลิตรต่อเดือนใน 3Q63 หลังจากที่รัฐบาลเริ่มผ่อนคลายมาตรการ lockdown ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม และมีแผนจะออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงเดือนกรกฎาคม - ตุลาคม ดังนั้น เราแนะนำให้ลงทุนในบริษัทที่มีธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน หรือธุรกิจการผลิตไบโอดีเซลซึ่งจะได้อานิสงส์จากแนวโน้มการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย

Valuation & Action

เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ และให้ราคาเป้าหมาย 1H64 ที่ 9.50 บาท อิงจาก EV/EBITDA ที่ 6.0x เนื่องจากเราคาดว่าผลประกอบการใน 2Q63 จะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเราชอบ ESSO มากกว่าหุ้นโรงกลั่นตัวอื่นๆ เพราะเรามองบวกกับแนวโน้มการใช้น้ำมันในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีกับธุรกิจการตลา
น้ำมันของ ESSO ซึ่งคิดเป็นประมาณ 20-30% ของ EBITDA รวม ดังนั้นเราจึงยังคงเลือก ESSO เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของเราในกลุ่มพลังงาน

Risks

ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ, ค่าการกลั่น และ spread ของ PX

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: