เขียวรับยารักษา Covid-19

เขียวรับยารักษา Covid-19
13 กรกฎาคม 2563 | โดย บล.กรุงศรี
595

คาด SET รีบาวด์ขึ้นทดสอบ 1,360 - 1,365 จุดก่อนจะสลับอ่อนตัว ตอบรับความคืบหน้ายารักษา Covid-19

ตลาดหุ้นเมื่อวันศุกร์

SET Index ลดลง 15 จุด (-1.12%) ปิดที่ระดับ 1,351 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.4 หมื่นล้านบาท ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศจากความกังวลจำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 รายใหม่ที่เพิ่มขึ้นจะกดดันให้หลายประเทศประกาศใช้มาตรการ lockdown หุ้นกลุ่มน้ำมัน ปิโตร และ โรงกลั่น ปรับลงกดดันดัชนีหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงหลุดต่ำกว่าระดับ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,158  ล้านบาท  และ Net Short TFEX  8,652  สัญญา แต่ซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 1,349 ล้านบาท

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้     

เรามีมุมมองเป็นบวกคาด SET รีบาวด์ขึ้นทดสอบ 1,360 - 1,365 จุดก่อนจะสลับอ่อนตัว ตอบรับความคืบหน้ายารักษา Covid-19 หลังผลการทดลองยา remdesivir ของ Gilead สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิด-19 ได้ถึง 62% เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยวิธีมาตรฐาน ส่งผลบวกต่อ sentiment การลงทุนในตลาดหุ้นแม้ว่ายอดผู้ติดเชื้อ Covid-19 ในสหรัฐจะยังคงพุ่งขึ้นต่อเนื่งก็ตามโดยล่าสุดเพิ่มขึ้นอีก 6.1 หมื่นราย อย่างไรก็ตามคาดว่าดัชนีจะสลับอ่อนตัวลงจากข่าวปธน.ทรัมป์เผยว่าเขายังไม่ได้คิดเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าเฟส 2 กับจีน เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนได้ถูกทำลายลงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงแรงขายในกลุ่มหุ้นที่คาดว่างบ 2Q20 จะหดตัวลงแรง

** 15 ก.ค.กลุ่มโอเปคกพลัสประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันที่จครบกำหนดสิ้นเดือนก.ค.

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • กลุ่มอาหาร (TU, CPF, GFPT, TFG) และ กลุ่มอิเล็คฯ (KCE, DELTA, HANA, SVI) ได้อานิสงส์เงินบาทอ่อนค่าลง
  • กลุ่มที่คาดว่างบ 2Q20 จะเติบโตขึ้น (TOP, PTTGC, SPRC, BGRIM, CKP, TASCO, STA, STGT, SPALI, PRM, PTL, AJ)
  • MINT, CENTEL, ERW, AOT, AAV ได้อานิสงส์ความคืบหน้ายกรักษา Covid-19

หุ้นแนะนำวันนี้

  • TU (ปิด 13.7 ซื้อ/เป้า 15.3) ได้ Sentiment บวกจากค่าเงินบาทที่เริ่มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐและเงินยูโร ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการ 2Q20 คาดมีกำไรสุทธิ 1.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 32%qoq (ดีกว่าที่เคยคาดไว้ก่อนหน้าที่ 900-1000 ล้านบาท) นอกจากนี้ราคายังมี downside จำกัด เพราะมี P/E ต่ำเพียง 13 เท่า คิดเป็น -2SD
  • WICE (ปิด 3.38 ซื้อ/เป้าสูงสุด IAA Consensus 3.90) เป็นหนึ่งผู้ประกอบการที่ได้ประโยชน์จาก Covid-19 กระแส WFH หนุนยอดส่งออกสินค้าโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดโดยเฉพาะการขนส่งผ่าน Air freight และดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นยังหนุนให้ธุรกิจขนส่งข้ามประเทศ (CBS) พลิกมีกำไรจากที่ขาดทุนสุทธิในปีที่ผ่านมาปัจจัยนี้จะช่วยหนุนให้งบ 2Q20 มีโอกาสเพิ่มขึ้นทำ new high

บทวิเคราะห์วันนี้

CPF (ปิด 31.75 ซื้อ/เป้า 36.25), QH (ปิด 2.2 ถือ/เป้า 2.2), TU (ปิด 13.7 ซื้อ/เป้า 15.3)

ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (+) จำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 ยังเร่งตัว แต่มีข่าววัคซีนมาชดเชย หนุนดาวโจนส์ปิดบวก 369 จุด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา : แม้เมื่อวันศุกร์ worldometer จะรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งในสหรัฐและทั่วโลก (10 มิ.ย.) สหรัฐพบผู้ติดเชื้อ Covid-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 7.1 หมื่นราย ขณะที่ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 2.3 แสนราย ส่งผลให้มียอดผู้ติดเชื้อรวมสะสมทั่วโลกที่ 12.6 ล้านคน เสียชีวิต 5.6 แสนราย อย่างไรก็ตามดัชนีดาวโจนส์ปรับขึ้นสวนทางกับข่าวดังกล่าวเนื่องจากนักลงทุนตอบรับข่าวมีความคืบหน้าในการผลิตยาและวัคซีนป้องกัน Covid-19 โดย Gilead ผู้ผลิตยาของสหรัหฐเปิดเผยว่ายา remdesivir ช่วยลดอัตราเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิด-19 ได้ถึง 62% และ BioNTech ของเยอรมันระบุว่าบริษัทมีความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะพร้อมส่งมอบวัคซีนป้องกัน Covid-19 ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ในช่วงปลายปีนี้
  • (+) น้ำมันดิบ WTI พลิกกลับมาปิดเหนือระดับ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้อีกครั้ง ตอบรับ IEA ปรับเพิ่มความต้องการน้ำมันดิบของโลกในปีนี้ : เมื่อวันศุกร์ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 93 เซนต์ (+2.4%) ปิดที่ระดับ 40.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลาดได้ปัจจัยหนุนจากข่าว สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันดิบของโลกในปีนี้ขึ้น 400,000 บาร์เรลต่อวันเป็น 92.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากความต้องการน้ำมันดิบของโลกลดลงน้อยกว่าที่คาดไว้หลังจากที่หลายประเทศประกาศผ่อนคลาย lockdown ส่วนสัปดาห์นี้ต้องติดตามการประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต (JMMC) ของกลุ่ม OPEC+ในวันที่ 15 ก.ค. ว่าจะมีการส่งสัญญาณขยายการลดกำลังการผลิต 9.7 ล้านบาร์เรลออกไปอีกหรือไม่หลังจากที่มาตรการเดิมจะสิ้นสุดโครงการในสิ้นเดือน ก.ค. นี้
  • (+/-) ปัจจัยที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้ – BoJ, ECB และ OPEC meeting, จีนประกาศ GDP 2Q20 และ DTAC ประกาศงบ 2Q20 : สัปดาห์มีปัจจัยที่ต้องติดตามหลายประเด็น เริ่มจาก BoJ meeting ในวันที่ 15 ก.ค.คาดคงอัตราดอกเบี้ยที่ -0.1% และในวันเดียวกัน DTAC จะประกาศงบ 2Q20 คาดกำไรสุทธิหดตัว 30%qoq และ 38%yoy จากนั้นวันที่ 16 จีนประกาศ GDP 2Q20 คาดพลิกเป็น ขยายตัว 2.5% เทียบจากที่ติดลบ 6.8% ใน 1Q20 คาดเป็น Sentiment บวกต่อตลาดหุ้นโดยรวม ส่วน ECB meeting คาดคงดอกเบี้ยที่ระดับ 0% และ OPEC meeting คาดจะยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับการปรับลดหรือเลื่อนการลดกำลังการผลิตเนื่องจากเป็นเพียงการประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบ (JMMC) และ 17 ก.ค. กลุ่มไฟแนนซ์และธนาคารเริ่มประกาศงบ 2Q20 คาด KTC ประกาศงบเป็นรายแรกส่วนกลุ่มธนาคารส่วนใหญ่คาดประกาศงบออกมาทั้งหมดในวันที่ 20-21 ก.ค.ภาพรวมคาดกำไรหดตัวทั้ง qoq และ yoy

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: