ยืดหดหมดเมื่อย 'New Normal' สุขภาพดีวิถี 'ยางยืด'

ยืดหดหมดเมื่อย 'New Normal' สุขภาพดีวิถี 'ยางยืด'
12 กรกฎาคม 2563 | โดย คอลัมน์ Smart Life
329

สสส.ชวนปรับตัวเข้าสู่วิถีชีวิตสุขภาวะ แบบ "New Normal" ด้วยการใช้ "ยางยืด" ออกกำลังกายง่ายๆ ได้ด้วยตนเอง เสริมเกราะป้องกันสุขภาพ ดูแลภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

การปรับตัวเข้าสู่ "ชีวิตวิถีใหม่" วิถีชีวิตสุขภาวะ หรือ New normal ด้วยการขยันขยับ สม่ำเสมอด้วยการสร้างพื้นที่สุขภาวะเพื่อมีกิจกรรมทางกายที่บ้านเป็นแนวทางดูแลสุขภาพสร้างภูมิคุ้มกันห่างไกลโรคที่ดีได้ด้วยตัวเอง โดยอาจเริ่มจากการมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลาง หรือมีกิจกรรมที่เริ่มทำให้หัวใจเราเต้นแรง หายใจเร็วขึ้น เช่น เดินขึ้นบันได เดินเร็วหรือทำสวน หลังจากนั้นจึงปรับเปลี่ยนมาเป็นกิจกรรมที่ทำให้หัวใจเต้นแรง หายใจหอบด้วยการออกกำลังกาย

การมีกิจกรรมทางกายที่บ้านนั้นไม่จำเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์การออกกำลังกายที่มีราคาแพง และใช้สถานที่กว้างขวาง แต่อยู่ที่ความสม่ำเสมอในการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงหมดข้ออ้างในการขยับเพื่อสุขภาพ โดย สสส. จึงชวนทุกคนมาเริ่มต้นการปรับตัวเข้าสู่ ‘ชีวิตวิถีใหม่ วิถีชีวิตสุขภาวะ’ ด้วยการใช้ ยางยืด รัดถุงแกงที่มีอยู่ก้นครัวของทุกบ้านมาสร้างเป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายง่ายๆ ไม่ต้องซื้อหา แต่ใช้ออกกำลังกายได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ พกพาได้สะดวก ซึ่งเป็นงานออกแบบและคิดค้นโดยหนึ่งในภาคีเครือข่ายของสสส. ศาสตราจารย์ ดร. เจริญ กระบวนรัตน์ ภาควิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

การใช้ยางยืดมาทำเป็นอุปกรณ์เริ่มจากการใช้ยางยืดจำนวน 4-5 เส้น มาร้อยต่อกันเป็นลักษณะเหมือนข้อโซ่ ความยาวประมาณ 60 ข้อ หรือถ้าหากต้องการให้มีแรงดึงกลับในขณะที่ยางถูกยืดออกมีความหนืดเพิ่มขึ้นเพื่อทำให้เราต้องออกแรงดึงมากขึ้น ก็เพิ่มจำนวนยางในข้อโซ่หลายๆ เส้น ทั้งนี้สามารถดูวิธีการร้อยยางยืดที่ ลิงค์นี้  และชมท่าบริหารด้วยยางยืดโดยชวนสแกน QR Code เรียนรู้ 12 ท่าบริหารร่างกายด้วยยางยืด

  • ยืดหดหมดเมื่อย

อาจารย์ ณัฐนรี กระบวนรัตน์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. กล่าวว่า ยางยืด มีคุณสมบัติพิเศษที่เรียกว่า ‘ปฏิกิริยาสะท้อนกลับ (Stretch Reflex)’ หรือแรงดึงกลับจากการถูกดึงให้ยืดออก เมื่อนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายจึงจัดอยู่ใน ‘การออกกำลังกายประเภทความต้านทาน (Resistance Exercise)’ มีประโยชน์ในการบริหารร่างกายได้ทุกสัดส่วน ช่วยกระตุ้นระบบประสาทรับรู้ความรู้สึก (Sensory Nervous System) ซึ่งเป็นผลดีต่อการพัฒนาและบำบัดรักษาระบบการทำงานของประสาทกล้ามเนื้อ เอ็นกล้ามเนื้อ ข้อต่อและกระดูก ช่วยสร้างเสริมสุขภาพดี

ยางยืด ยังเป็นอุปกรณ์ขยับเหยียดยืดทุกชั่วโมง เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อบ่า ไหล่ จากการนั่งทำงานติดเก้าอี้เป็นเวลานานๆ ไม่ว่าจะนั่งทำงานที่บ้าน หรือที่ทำงาน รวมถึงคนที่ต้องยืนทำงานในท่าซ้ำๆ นานๆ ซึ่งเป็นพฤติกรรมทำลายสุขภาพ แถมการใช้ยางยืดยังช่วยลดความเครียดจากการทำงานอีกด้วย

“การใช้ยางยืดในกิจกรรมทางกาย หรือการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ เอ็นกล้ามเนื้อ และเอ็นข้อต่อ เพิ่มมวลกล้ามเนื้อให้กระชับและป้องกันการเสื่อมสภาพ รวมทั้งยังป้องกันและลดอาการเสื่อมสภาพของกระดูก เช่น ข้อเสื่อม กระดูกบาง กระดูกพรุน และช่วยป้องกันและลดอาการข้อติด ชะลอการเสื่อมสภาพของกล้ามเนื้อ

สำหรับผู้ที่ต้องการลดพุง การออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์ยางยืดก็เป็นคำตอบที่ดีเพราะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญและลดไขมันในร่างกาย ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร รวมทั้งช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพความมั่นคงในการเคลื่อนไหวเพิ่มความมั่นใจให้กับตนเอง และยังมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนโลหิตไปยังกล้ามเนื้อที่ได้รับการบริหารอีกด้วย

การออกกำลังกายด้วย "ยางยืด" นี้ ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตามการมีสุขภาพที่ดี ไม่ได้เกิดจากการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว ซึ่งต้องแน่ใจว่าได้เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ ดื่มน้ำสะอาด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อีกทั้งหลีกเลี่ยงการดื่มสุราและงดสูบบุหรี่ไปด้วย เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงอยู่ตลอดเวลาเป็นภูมิคุ้มกันต่อสู้กับความเสี่ยงต่อสุขภาพที่ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าจะเกิดโรคภัยใหม่ๆ อะไรในอนาคต”

ด้าน ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ รักษาการผู้อำนวยการ สำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ กล่าวว่า สสส.ในฐานะผู้สนับสนุนให้มีระบบการดูแลสุขภาวะที่ดีด้วยตัวเองได้สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรภาคีเครือข่ายหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามามีบทบาทและเสริมประสิทธิภาพความแข็งแกร่งในการขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพของคนไทยในทุกระดับ

ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแนวทางปฏิบัติด้านสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อนำคนไทยปรับตัวเข้าสู่ 'ชีวิตวิถีใหม่ วิถีชีวิตสุขภาวะ' ทั้งการกิน ขยับ หลับสนิท เสริมเกราะภูมิคุ้มกันปกป้องตัวเองห่างไกลโรค และสามารถรับมือกับปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID-19 รวมทั้งโรคอุบัติใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้

ข้อมูลดูแลสุขภาพตัวเองเพิ่มเติมที่ Facebook สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ)

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง