เขื่อนสิริกิติ์วิกฤติ เหลือน้ำใช้งาน 7% เผยระบายน้ำพยุงข้าวนาปี

เขื่อนสิริกิติ์วิกฤติ เหลือน้ำใช้งาน 7% เผยระบายน้ำพยุงข้าวนาปี
7 กรกฎาคม 2563
875

เขื่อนสิริกิติ์ เริ่มวิกฤติ เหลือน้ำใช้งานเพียง 7% หลังเผชิญภัยแล้ง-ฝนทิ้งช่วง เผยต้องระบายน้ำเพื่อช่วยพยุงข้าวนาปี กระชังปลาท้ายเขื่อน ลุ้นช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม มีฝนตกชุก

วันที่ 7 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจากที่สามารถเก็บกักน้ำได้ 9,510 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ด้วยสถานการณ์ภัยแล้งช่วงที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ประกอบกับฝนทิ้งช่วง ปริมาณฝนที่ตกเหนือเขื่อน หรือที่ จ.น่าน มีปริมาณน้อย จึงทำให้ระดับน้ำอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ลดต่ำลง จนเห็นได้อย่างชัดเจน จากบริเวณสันเขื่อนสิริกิติ์ ทั้งร่องรอยระดับน้ำที่เคยสูง จากเทือกเขาต่างๆ ล้อมรอบอ่าง ซากหรือตอต้นไม้ที่ถูกน้ำท่วมขัง โผล่ขึ้นเหนือน้ำและสิ่งที่ยืนยันว่าระดับน้ำเขื่อนสิริกิติ์ลดต่ำและเข้าสู่ภาวะวิกฤติ คือ “หัวกะโหลกรูปพญาอินทรีย์” สำหรับส่งน้ำเข้าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและตั้งอยู่หน้าทางเข้าเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โผล่ขึ้นเหนือน้ำ บ่งบอกและแสดงให้เห็นว่า ปริมาณน้ำเขื่อนสิริกิติ์เริ่มลดลงมากและต่ำกว่า

159408940396

นายวุฒิไกร สร่างนิทร ผู้ช่วย ผอ.เขื่อนสิริกิติ์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำเขื่อนสิริกิติ์ ล่าสุดอยู่ที่ 3,346 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 35 ซึ่งเป็นน้ำที่สามารถใช้งานได้จริงเพียงร้อยละ 7 หรือ 480 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งต่ำกว่าปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน ที่มีปริมาณน้ำ 3,545 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือมีมากกว่าปีนี้ 215 ล้านลูกบาศก์เมตรแม้จะมีฝนตก เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว แต่ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเฉลี่ยเพียงวันละ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร

แต่ต้องปล่อยน้ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรท้ายเขื่อน ซึ่งอยู่ในช่วงทำนาปี และเลี้ยงปลาในกระชัง การอุปโภคบริโภค รวมไปถึงรักษาระบบนิเวศน์ทางน้ำ วันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งการะบายน้ำจะเป็นไปตามแผนของคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้ม ดังนั้นปริมาณน้ำที่มีอยู่ปัจจุบันถือว่า พอใช้ได้ ไม่ถึงกับว่าดี ซึ่งจำเป็นที่ผู้ใช้น้ำต้องใช้น้ำอย่างประหยัด การปลูกพืชฤดูแล้ง หรือนาปรัง ควรต้องงดออกไปก่อน เพราะน้ำที่ระบายจะเน้นเรื่องอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศน์

159408944171

อย่างก็ตาม แผนระบายน้ำช่วงฤดูแล้ง สิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา 2 เขื่อนใหญ่ คือ เขื่อนภูมิพลกับเขื่อนสิริกิติ์ รวมกัน 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ด้วยความเดือนร้อนของผู้ใช้น้ำท้ายเขื่อน ต้องระบายน้ำเพิ่ม 299 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือรวม 3,299 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าแผนที่กำหนดไว้ แต่เชื่อว่าในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม น่าจะมีข่าวดี มีฝนตกและปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้น จากแผนคาดการณ์ไว้ร้อยละ 74 ของความจุ จะทำให้สถานการณ์ช่วงปลายปีน่าจะดีขึ้น

159408947649

159408950720

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง