ชาวประมงเฮ! รัฐเปิดโครงการ 'สินเชื่อเสริมสภาพคล่อง' ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 1.03 หมื่นล้าน

ชาวประมงเฮ! รัฐเปิดโครงการ 'สินเชื่อเสริมสภาพคล่อง' ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 1.03 หมื่นล้าน
4 กรกฎาคม 2563
443

ครม.เห็นชอบโครงการ "สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง" วงเงินรวม 10,300 ล้านบาท โดยเปิดให้สมัครเข้าร่วมเพื่อรับการสนับสนุนเงินกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2563-25 พฤษภาคม 2564

จากมติ ครม. เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2563 ที่เห็นชอบโครงการ "สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง" วงเงินรวม 10,300 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ ด้วยการจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้ชาวประมงสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้อีกครั้ง

159384753395

นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า โครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง มีระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี นับจากวันที่ ค.ร.ม.มีมติอนุมัติโครงการฯ โดยกรมประมงจะเปิดรับสมัครให้ชาวประมงพื้นบ้านและพาณิชย์เข้าร่วมโครงการ เป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563-25 พฤษภาคม 2564

โดยโครงการนี้เป็นเงินกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับพี่น้องชาวประมง ให้สามารถกู้เงินทุนได้ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี ทั้งนี้รัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ 3 ต่อปี และผู้ประกอบการประมงจะต้องจ่ายสมทบอีกร้อยละ 4 ต่อปี

ซึ่งกำหนดชำระคืนเงินกู้ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 7 ปีนับตั้งแต่วันที่กู้

  • รูปแบบสินเชื่อ แบ่งเป็น 2 ประเภท

1.สินเชื่อเงินกู้ระยะสั้น เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ เช่น ค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงาน ค่าน้ำมัน ค่าน้ำแข็ง ฯลฯ

2.สินเชื่อเงินกู้ระยะยาว เพื่อเป็นเงินทุนในการไปปรับปรุงเรือ ปรับเปลี่ยนเครื่องมือและอุปกรณ์ทำการประมง

  • ธนาคารของรัฐที่เข้าร่วม 2 แห่ง

1.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) ปล่อยวงเงินสินเชื่อ 5,300 ล้านบาท สนับสนุนเรือประมงพื้นบ้านและเรือประมงพาณิชย์ ที่มีขนาดต่ำกว่า 60 ตันกรอส ในวงเงินรายละไม่เกิน 5 ล้านบาท

2.ธนาคารออมสิน ปล่อยวงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท สนับสนุนเรือประมงพาณิชย์ ที่มีขนาดตั้งแต่ 60 ตันกรอสขึ้นไป ในวงเงินรายละไม่เกิน 10 ล้านบาท

  • คุณสมบัติ "ชาวประมงพื้นบ้านและชาวประมงพาณิชย์" ที่จะเข้าร่วม

1.เป็นบุคคลธรรมดา อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ สัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย

2.เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในเรือประมงที่มีทะเบียนเรือไทย

3.เป็นผู้ประกอบการประมงที่มีประสบการณ์ในการประกอบอาชีพมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

4.กรณีเป็นผู้ประกอบการประมงพาณิชย์ต้องมีใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์

5.ไม่เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามในการได้รับใบอนุญาตทำการประมง ตามมาตรา 39 แห่งพระราชการกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และไม่เป็นผู้ที่ที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมายวาด้วยการประมง

  • "หลักประกันเงินกู้เงิน" ที่ต้องมีในการสมัคร

โดยหลักประกันเงินกู้เงิน ให้ใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ หลายอย่างรวมกัน ดังนี้

1.ที่ดิน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่มีหนังสือแสดงเอกสารสิทธิสามารถจดทะเบียนจำนองได้ หรืออาคารชุด

2.เรือประมงที่มีการจดทะเบียนเรือไทยถูกต้องตามกฎหมาย

3. บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

4. บุคคลค้ำประกัน

5. หลักประกันอื่นๆ ตามที่ธนาคารกำหนด

ทั้งนี้ผู้ประกอบการประมงที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ สามารถกรอกคำขอสมัครเข้าร่วมและยื่นความประสงค์ในระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563-25 พฤษภาคม 2564 ได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดทั้ง 22 จังหวัดชายทะเล และสำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตามพื้นที่ที่เรือประมงลำที่ยื่นกู้ทำการประมงอยู่ พร้อมแนบหนังสือรับรองการเข้าร่วมโครงการ จากสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย หรือสมาคมประมงในพื้นที่ หรือสมาคมประมงพื้นบ้านในพื้นที่ ในกรณีที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคม สามารถติดต่อขอหนังสือรับรองได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดที่ยื่นคำขอ

ที่มา : 4.fisheries

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง