'วิลเลียม ไฮเน็ค' ชี้บทเรียนโควิด 'กระจายลงทุน' หนุนโตแกร่ง  

'วิลเลียม ไฮเน็ค' ชี้บทเรียนโควิด 'กระจายลงทุน' หนุนโตแกร่ง  
4 กรกฎาคม 2563
2,428

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ครั้งนี้หนักกว่าวิกฤติเศรษฐกิจครั้งไหนๆ เป็นความท้าทายที่หินที่สุดในการดำเนินธุรกิจเวลานี้ โรคนี้ไม่เพียงคร่าชีวิต แต่ยังดับฝันธุรกิจ! หลายอุตสาหกรรมทั่วโลกต้องหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ 

ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ระดับภูมิภาค หรืออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง แต่เป็นระดับโลก แม้ขณะนี้สถานการณ์การระบาดจะทุเลาลงแล้ว แต่เศรษฐกิจก็ยังไม่กลับมาคึกคักในทันที ประเทศต่างๆ ค่อยๆ คลายล็อกดาวน์อย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันการระบาดระลอก 2 ที่อาจเกิดขึ้นฉับพลัน! อย่างไรก็ดี  ในทุกวิกฤติภาคธุรกิจที่รอดมาได้จะได้รับบทเรียนเสริมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินมากขึ้น เช่นเดียวกับ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เจ้าของธุรกิจโรงแรม อาหาร และสินค้าแบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ระดับโลก ก้าวข้ามจุดต่ำสุดของวิกฤติโควิด-19 และมองว่าการกระจายการลงทุนช่วยให้บริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

วิลเลียม ไฮเน็ค ประธานกรรมการบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า บทเรียนจากวิกฤติโควิดสำหรับไมเนอร์ประการแรกธุรกิจที่มีประกาศนียบัตรความสะอาดอนามัยดีนั้นช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าใช้บริการ โดยเฉพาะช่วงที่มีการคลายล็อกดาวน์อย่างระมัดระวัง ยกตัวอย่างเช่น โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ที่ได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานด้านการบริหารงานความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยหรือ SHA จาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และใบรับรองสิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรมที่ได้มาตรฐานด้านความสะอาดและความปลอดภัยสูงจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข  

ใบประกาศนียบัตรเหล่านี้เป็นเครื่องมือรับประกันประสบการณ์การเข้าพักที่ปลอดภัยและถูกหลักอนามัย ซึ่งโรงแรมอื่นในเครือ ได้ส่งคำร้องขอประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานอนามัยและความปลอดภัยเพื่อทำให้ผู้เข้าพักมั่นใจในการใช้บริการมากขึ้น 

บทเรียนต่อมา การปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  โดยเร่งเปลี่ยนแปลงรูปแบบองค์กรอย่างมีกลยุทธ์ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ยิ่งวิกฤติโควิด พฤติกรรมผู้คนเอนเอียงไปทางโลกดิจิทัลที่อำนวยความสะดวกและปลอดภัยซึ่งกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการทำงานบางอย่างเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดโรคได้ 

การปรับตัวนี้ช่วยขับเคลื่อนองค์กรได้ในสถานการณ์ล็อกดาวน์ที่ผ่านมา ร้านอาหาร ไม่สามารถให้บริการในร้านได้ ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าปิดบริการ ทำให้ร้านค้าหลายร้านได้รับผลกระทบ แต่ไมเนอร์ได้เปิดบริการสั่งอาหาร ดีลิเวอรี่ รวมทั้งสินค้าไลฟ์สไตล์มุ่งเน้นช่องทาง ออนไลน์ ทำให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้บางส่วน

อีกบทเรียนที่สำคัญเป็นหนึ่งในหัวใจของธุรกิจ คือ การกระจายการลงทุน! หากเกิดอุปสรรคทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง บริษัทที่ดำเนินกิจการอยู่ในอุตสาหกรรมนั้นๆ ก็จะประสบปัญหาอย่างหนัก เช่นเดียวกับธุรกิจที่มีฐานอยู่ในภูมิภาคเดียว หากภูมิภาคนั้นประสบปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการเมือง หรือภัยธรรมชาติ ก็จะกระทบการดำเนินงานทั้งหมด แต่หากบริษัทกระจายกิจการไปยังอุตสาหกรรมต่างๆ และหลายภูมิภาค บริษัทก็จะยังมีรายได้เข้ามา สามารถดำเนินธุรกิจเป็นส่วนๆ ต่อไปได้ เป็นการลดความเสี่ยง ควบคุมความสูญเสียที่อาจเกิดจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

คุณค่าขององค์กรไมเนอร์มาจากกิจการของบริษัทที่มีความหลากหลายทั้งด้านอุตสาหกรรมและภูมิศาสตร์  ไมเนอร์ประกอบธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และสินค้าแบรนด์แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ดำเนินกิจการอยู่ในตลาดเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา มหาสมุทรอินเดีย ยุโรป และอเมริกา รวม 63 ประเทศ 

แม้ผลกระทบของการระบาดของโควิด-19 จะทำร้ายธุรกิจมากมายในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก รวมทั้งไมเนอร์ แต่ระหว่างที่ธุรกิจโรงแรมชะงัก ธุรกิจอาหารดีลิเวอรี ธุรกิจสินค้าไลฟ์สไตล์ออนไลน์มียอดขายเติบโตขึ้น จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรับตามสถานการณ์  เชื่อว่าผลกระทบธุรกิจจากวิกฤติไม่ถาวร ในอดีตการท่องเที่ยวไทยประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ และปัญหาความไม่มั่นคงทางการเมืองต่างๆ แต่ภาคการท่องเที่ยวก็ฟื้นตัวเสมอ และส่งผลบวกต่อธุรกิจร้านอาหารและสินค้าไลฟ์สไตล์ในระดับถัดๆ ไป

ขณะที่ประเทศต่างๆ คลายล็อกดาวน์อย่างค่อยเป็นค่อยไป การท่องเที่ยวภายในประเทศจะฟื้นกลับมาก่อน ตามมาด้วยการท่องเที่ยวเชิงภูมิภาค ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรมในเครือไมเนอร์  ที่มีกว่า 530 แห่ง  ใน 55 ประเทศ ตั้งแต่ 4-6ดาว ด้วยบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละแห่ง โดยผู้เข้าพักโรงแรมในครือในยุโรปและเอเชียเป็นคนในท้องถิ่น 60% ไม่ว่าจะเป็นภายใต้แบรนด์ อนันตรา, อวานี, ทิโวลี, เอ็นเอช โฮเทลส์, นาว, เอเลวาน่า, โฟร์ซีซั่นส์, เซ็นต์ รีจิส, แมริออท, หรือ เรดิสัน บลู

ร้านอาหารในกลุ่มไมเนอร์ ฟู้ด เป็นบริษัทร้านอาหารใหญ่สุดในเอเชียครอบคลุมอาหารนานาประเภท ทั้งอาหารฝรั่ง อย่างแบรนด์ซิซซ์เล่อร์, เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, เบอร์เกอร์ คิง อาหารเอเชีย เช่น แบรนด์ริเวอร์ไซด์, เบนิฮานา, ไทย เอ็กซ์เพรส และบอนชอน ไมเนอร์ยังมีแบรนด์ของหวาน สเวนเซ่นส์ และ แดรี่ ควีน รวมร้านอาหารในเครือมากกว่า 2,300 ร้าน ใน 26 ประเทศ ทำให้ไมเนอร์ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างในหลายพื้นที่

นอกจากนี้ยังมี “ไมเนอร์ ไลฟ์สไตล์” ขายสินค้าสารพัดสไตล์ ได้แก่ อเนลโล่, โบเดิ้ม, บอสสินี่, บรูคส์ บราเธอร์ส, ชาร์ล แอนด์ คีธ, เอสปรี, เอแตม, โจเซฟ โจเซฟ, โอวีเอส, แรทลีย์, สโกมาดิ, สวิลลิ่ง เจ. เอ. เฮ็งเคิลส์ และไมเนอร์ สมาร์ท คิดส์  ความหลากหลายของแบรนด์ตอบสนองความต้องการของลูกค้าหลายกลุ่ม ชาย หญิง เด็ก หรือผู้ใหญ่ และสอดคล้องกับความชื่นชอบของคนไทยที่แตกต่างกันไป 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง