5 เส้นทาง ‘ขับรถเที่ยว’ ชมธรรมชาติรับวันหยุดยาว 4-7 ก.ค.นี้

5 เส้นทาง ‘ขับรถเที่ยว’ ชมธรรมชาติรับวันหยุดยาว 4-7 ก.ค.นี้
2 กรกฎาคม 2563 | โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
1,967

เปิดพิกัดเส้นทาง “ขับรถเที่ยว” ต้อนรับวันหยุดยาว 4-7 ก.ค.นี้  โดยเป็นเส้นทางที่เหมาะกับการเที่ยวชิลๆ พร้อมได้ชมวิวทิวทัศน์สวยงามระหว่างทาง

วันหยุดยาวที่ใกล้จะถึงในวันที่ 4-7 ก.ค.นี้   ใครที่กำลังวางแผนท่องเที่ยวอยู่แต่ไม่รู้ว่าจะปักหมุดที่ไหนดี กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ขอแนะนำ 5 เส้นทาง “ขับรถเที่ยว” ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

1. เส้นทางกรุงเทพฯ - กาญจนบุรี

จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถ “ขับรถเที่ยว” จากกรุงเทพฯ ไปเที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งที่เที่ยวก็มีหลากหลายสไตล์ ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเหมาะกับการ “เที่ยวหน้าฝน” เพราะธรรมชาติป่าเขาช่วงนี้จะอุดมสมบูรณ์ เขียวชอุ่มเย็นสบายเป็นพิเศษ และยังจะได้ไปนอนชิลๆ บนแพลอยน้ำสุดฮิต ณ ริมแม่น้ำแควน้อย อีกด้วย ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่

- สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก อยู่ริมเส้นทาง 323 ในเขตตัวเมือง เป็นสุสานของเชลยศึกสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะ ที่บรรจุศพทหารเชลยไว้มากถึง 6,982 หลุม

- สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวร อยู่ภายในกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. (เสียค่าบริการ) สอบถามรายละเอียดเพิ่ม เติมได้ที่บริษัท พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ โทร. 0-3453-2057-8

- น้ําตกเอราวัณและเขื่อนศรีนครินทร์ อยู่บนเส้นทาง 3199 (กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์) ห่างจากตัวเมืองประมาณ 65 กิโลเมตร เป็น น้ําตกใหญ่สวยงาม ส่วนเขื่อนศรีนครินทร์ อยู่ห่างจากน้ําตกเอราวัณ 4 กิโลเมตร บน สันเขื่อนสามารถชมวิวทิวทัศน์ทะเลสาบได้ อย่างสวยงาม

159369066645

- น้ําตกไทรโยคน้อย อยู่ริมเส้นทาง 323 ประมาณ 55 กิโลเมตร จากตัวเมืองกาญจนบุรี เป็นน้ําตกหินปูนที่มีชั้นสวยงาม น้ําตกเอราวัณอันสวยงาม จะมีน้ํามากในช่วงฤดูฝน ริมทางจะมีร้าน ขายอาหารมากมาย

- อุทยานแห่งชาติไทรโยค อยู่ตรงกิโลเมตรที่ 81 เส้นทาง 323 น้ำตกแห่งนี้จะไหลลงแม่น้ำแควน้อย ในช่วงฤดูจะสวยงามมาก สามารถล่องเรือชมความงามของสองฟากฝั่งแม่น้ำแควน้อยได้อย่างน่าประทับใจ แถมยังมีหน้าผาหินปูนสวยงามคล้ายทางจังหวัดกระบี่

  • แนะนำวางแผน “ขับรถเที่ยว”

วันที่ 1 กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี-เขื่อนศรีนครินทร์ (ประมาณ 200 กิโลเมตร) จากตัวเมืองกาญจนบุรีแวะชมสุสานสัมพันธมิตรฯ แล้วต่อไปยังสะพานข้ามแม่น้ําแคว สถานที่ถ่ายทําภาพยนตร์ น้ําตกเอราวัณ เขื่อนศรีนครินทร์

วันที่ 2 เขื่อนศรีนครินทร์ - อุทยานฯ ไทรโยค (ประมาณ 90 กิโลเมตร) เที่ยวน้ําตกไทรโยคน้อย ช่องเขาขาด อุทยานฯ ไทรโยค

วันที่ 3 อุทยานฯ ไทรโยค - กรุงเทพฯ (ประมาณ 240 กิโลเมตร) ย้อนกลับเส้นทาง 323 มุ่ง หน้าเข้าตัวเมืองกาญจน์ ก่อนกลับกรุงเทพฯ

2. เส้นทางกรุงเทพฯ - ระยอง - จันทบุรี

จังหวัดระยองและจันทบุรี เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่สามารถ “ขับรถเที่ยว” ได้สะดวกสบายจากกรุงเทพฯ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่นเรื่องสวนผลไม้หน้าร้อนหลากหลายชนิด และยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของชุมชนท้องถิ่น สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่

- วัดวิหารไร่ นักท่องเที่ยวจะได้สักการะรูปหล่อหลวงปู่ทิม เกจิดังแห่งภาคตะวันออก เพื่อขอพรให้แก่ตนเองและครอบครัว

- สวนละไม เป็นสวนผลไม้หน้าร้อนยอดฮิตที่การันตีความประทับใจของนักท่องเที่ยว ไปเที่ยวที่นี่นอกจากจะได้กินบุฟเฟ่ต์ผลไม้กันแบบไม่อั้นในราคาประมาณ 400-500 บาทแล้ว ยังได้เที่ยวชมสวนผลไม้เขียวขจี เย็นสบายอีกด้วย

159369066818

- ชายหาดแหลมสิงห์ อยู่ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 30 กิโลเมตร ในบริเวณนี้มีคุกขี้ไก่ที่ฝรั่งเศสสร้างขึ้นเพื่อใช้ กักขังคนไทย และมีตึกแดงที่ใช้เป็นกองรักษา การณ์และที่พักนายทหาร

- อ่าวคุ้งกระเบน ศูนย์ศึกษาการ พัฒนาฯ อันเนื่องมาจากพระราชดําริแห่งเดียวที่ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน มีสะพาน เดินศึกษาธรรมชาติที่ทอดผ่านป่าชายเลนที่ อุดมสมบูรณ์ มีเรือแคนูให้เช่าพายชมความ งามในอ่าว และมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ํา

- น้ําตกพลิ้ว ในอุทยานแห่งชาติน้ําตกพลิ้ว มีจุดเด่นคือมีปลาพลวงจํานวนมากที่ นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ํากับปลาได้

- โบสถ์คาทอลิกและชุมชนริมน้ำจันทบูร เป็นโบสถ์คริสต์ที่มีสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโกธิค และเดินต่อไปยังชุมชนริมแม่น้ำจันทบูรอายุเก่าแก่ 300 ปีได้เลย แวะชิมอาหารอร่อยๆ ขนมพื้นบ้าน และถ่ายรูปกับสตรีทอาร์ทสวยๆ

159369066844

  • แนะนำวางแผน “ขับรถเที่ยว”

วันที่ 1 กรุงเทพฯ-ระยอง (ประมาณ 168 กิโลเมตร) เที่ยววัดและสวนผลไม้ต่างๆ ในเมืองระยอง พอตกเย็นก็เลือกเข้าที่พักริมชายหาดที่ระยอง หรือในตัวเมืองระยองก็ได้

วันที่ 2 ระยอง-จันทบุรี (ประมาณ 180 กิโลเมตร) แวะเที่ยวรายทาง เช่น ชายหาดแหลมสิงห์ อ่าวคุ้งกระเบน น้ําตกพลิ้ว เข้าพักที่จันทบุรี

วันที่ 3 จันทบุรี - กรุงเทพฯ แวะเที่ยวรายทาง เช่น โบสถ์คาทอลิกและชุมชนริมน้ำจันทบูร ก่อนจะขับรถตรงกลับกรุงเทพฯ

3. เส้นทางกรุงเทพฯ-เพชรบุรี-ชะอำ-หัวหิน-ปราณบุรี

สำหรับการ “ขับรถเที่ยว” ในเส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางยอดนิยมตลอดกาล เพราะบรรยากาศดี ท้องทะเลใสสะอาด ที่พักสวยเก๋ แถมยังได้แวะเที่ยวป่าใหญ่ที่แสนสมบูรณ์อีกด้วย ส่วนที่เที่ยวน่าสนใจ ได้แก่

- พระนครคีรี คนทั่วไปเรียกว่าเขาวัง สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 มีโบราณสถานที่น่า สนใจ เช่น พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ พระที่นั่ง ปราโมทย์มไหสวรรค์ หอชัชวาลเวียงชัย พระธาตุจอมเพชร ฯลฯ เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม

- อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีพื้นที่ป่ามากที่สุดในประเทศไทย เป็นแหล่งศึกษา ธรรมชาติชั้นดี และแหล่งท่องเที่ยวชั้นยอด เช่น จุดชมวิวอ่างเก็บน้ํา หน่วยพิทักษ์ป่าบ้าน กร่าง (ดูนกและผีเสื้อ) ดูทะเลหมอกที่พะเนินทุ่งใน ชะอํา อยู่ห่างตัวเมืองเพชรราว 40 กิโลเมตร 

- วัดห้วยมงคล นมัสการรูปเหมือน หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดเวลา 05.00-22.00 น.

159368924630

- หัวหิน ชายหาดยอดฮิตตลอดกาล มีที่พักเก๋ไก๋ ตลาดโต้รุ่งที่มีของกินอร่อยๆ มากมาย

- ปราณบุรี ชายทะเลที่มาแรง อยู่ห่าง จากหัวหินประมาณ 40 กิโลเมตร (ปากน้ํา ปราณฯ) ที่พักสวยๆ มากมาย น้ําทะเลสะอาด มีอาหารทะเลสดๆ มีวนอุทยานปราณบุรีที่มีชายหาดที่เงียบสงบ ทิวสนประดิพัทธ์เป็นแนวยาว และมีสะพานไม้สวยๆ พร้อมเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนที่น่าสนใจ

- อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด  มีแหล่งท่องเที่ยว เช่น ถ้ำพระยานคร หาดสามพระยา ถ้ำแก้ว ถ้ำไทร ล่องเรือชมธรรมชาติที่คลองเขาแดง จุดชมวิวเขาแดง เป็นแหล่งดูนกชั้นเลิศ เที่ยวชมทุ่งสามร้อยยอด บึงบัว ขนาดใหญ่ 500 ไร่

  • แนะนำวางแผน “ขับรถเที่ยว”

วันที่ 1 กรุงเทพฯ-แก่ง กระจาน หรือหัวหิน (ประมาณ 280 กิโลเมตร) จากกรุงเทพฯ เข้าไปเที่ยวในตัวเมืองเพชรบุรี ชะอํา เช่น วัดห้วยมงคล เลือกนอนที่หัวหินหรือปราณบุรีก็ได้ สําหรับผู้รักธรรมชาติแนะนําให้ไปเที่ยวอุทยานฯ แก่งกระจาน แวะแคมปิงที่หน่วยพิทักษ์ป่าบ้านกร่าง

วันที่ 2 หัวหิน-เขาสามร้อยยอด-กรุงเทพฯ (ประมาณ 350 กิโลเมตร) ใครที่ชอบนอนริมทะเล แนะนําให้ไปเที่ยวหัวหิน  ปราณบุรี และอุทยานฯ เขาสามร้อยยอด จากนั้นก็ขับรถกลับกรุงเทพฯ

4. กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ (เชียงใหม่-เชียงดาว-ดอยอ่างขาง-ฝาง)

ส่วนนักท่องเที่ยวที่ชอบขึ้นเหนือไปเที่ยวเชียงใหม่ จะต้องเดินทาง 2 ต่อ คือนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปยังสนามบินเชียงใหม่ จากนั้น “เช่ารถขับ” พร้อมออกเดินทาง “ขับรถเที่ยว” ไปตามเส้นทางเชียงใหม่-เชียงดาว-ดอยอ่างขาง-ฝาง ส่วนจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่

- ถ้ำเชียงดาว ตั้งอยู่ในวัดถ้ำเชียงดาว ห่างจากตัวอําเภอเชียงดาวราว 5 กิโลเมตร ภายในมีหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตาสวยงาม

- พระธาตุดอยอ่างขาง พระธาตุองค์สีขาวขนาดย่อม ที่สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาของชาวบ้านดอยอ่างขาง บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยป่าต้นสนเรียงรายสวยงามเหมือนเที่ยวต่างประเทศยังไงยังงั้น

- สถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สะพรั่งไปด้วยแปลง ดอกไม้สวยหลากชนิด พร้อมแปลงสาธิตการปลูกพืชผักเมืองหนาวนานาชนิด ภายในมีการจัดสวนหย่อมด้วยต้นบอนไซหลากสายพันธุ์ทั่วโลกไว้อย่างสวยงาม

159368983278

- บ้านขอบด้ง เป็นชุมชนชาวเขาเผ่ามูเซอดําที่ปัจจุบันหันมาปลูกสตรอว์เบอร์รี่แทนการ ปลูกฝิ่น อยู่ห่างจากสถานีเกษตรหลวงฯ ราว 5 กิโลเมตร ที่นี่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม

- สวนส้มอำเภอฝาง เป็นแหล่งปลูกส้มสายน้ําผึ้งสายพันธุ์ดีแหล่งใหญ่ในภาคเหนือ ตอนนี้กลายเป็นที่เที่ยวยอดฮิต สามารถเที่ยวชมพร้อมเก็บส้มกินไปด้วยได้แบบบุฟเฟต์ มีอยู่หลายสวนที่ให้บริการ เช่น สวนส้มทรายทอง สวนส้มธนาธร เป็นต้น โดยจะเปิดบริการในช่วงเดือนกรกฎาคม-มีนาคม ของทุกปี

- บ่อน้ําร้อนฝาง ตั้งอยู่ห่างจากอําเภอฝางประมาณ 8 กิโลเมตร น้ํามีความร้อนสูงเกือบ 100 องศาฯ จนเกิด แรงดันเป็นน้ําพุพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินสูงราว 30-40 เมตร ที่นี่ยังมีบ่ออาบน้ําแร่ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปแช่ตัวให้รู้สึกผ่อนคลายได้ด้วย

  • แนะนำวางแผน “ขับรถเที่ยว”

วันที่ 1 เชียงใหม่-เชียงดาว-ดอยอ่างขาง (ประมาณ 170 กิโลเมตร) เที่ยวถ้ำเชียงดาว แล้วมุ่งหน้าสู่ดอยอ่างขาง แวะนมัสการพระธาตุดอยอ่างขาง

วันที่ 2 เที่ยวบนดอยอ่างขาง เช้าไปชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่บ้านขอบด้ง ต่อด้วยเที่ยวชมสถานีเกษตรหลวงฯ 

วันที่ 3 ดอยอ่างขาง-เชียงใหม่ (ประมาณ 170 กิโลเมตร) ขับรถย้อนกลับเส้นทางเดิมสู่ อําเภอฝาง แวะแช่ตัวอาบน้ําแร่ ที่บ่อน้ําร้อนฝางแล้วไปเที่ยวเชิง เกษตรในสวนส้ม (ตามฤดูกาล) กลับเข้าตัวจังหวัดเชียงใหม่ และนั่งเครื่องกลับกรุงเทพฯ

5. เส้นทางกรุงเทพฯ-อุดรธานี (อุดรธานี-เลย-เชียงคาน-ภูเรือ)

จากกรุงเทพฯ นั่งเครื่องมาลงที่สนามบินอุดร จากนั้นเช่ารถไปลุยเที่ยวในเส้นทางภูสวยแห่งเมืองเลย และสามารถ “ขัรถเที่ยว” เลาะเลียบริมแม่น้ําโขงอันสวยงาม พร้อมชมวิวธรรมชาติเขียวขจีสบายตาได้ตลอดเส้นทาง สำหรับจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่

- สวนกล้วยไม้หอมอุดรซันไฌน์ ห่างจากตัวเมืองอุดรธานี ราว 2 กิโลเมตร เป็น แหล่งปลูกกล้วยไม้อุดรซันไฌน์ที่มีกลิ่นหอม แบบไทยๆ แถมเปลี่ยนสีได้ถึง 3 สี

- หมู่บ้านนาข่า ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร เป็นแหล่งผลิตผ้าขิดมีชื่อของ อุดรธานี ทั้งผ้าไหม ผ้ามัดหมี ผ้าฝ้ายย้อมคราม

- พระพุทธบาทบัวบก สถานที่ที่มีรอย พระพุทธบาท ภายในพระธาตุบรรจุพระบรม สารีริกธาตุ ตัวองค์เจดีย์เป็นทรงบัวเหลี่ยมสวยงาม มีงานนมัสการพระพุทธบาทบัวบก ในวันขึ้น 13-15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี

- อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ประกอบด้วยกําและเพิ่งหินต่างๆ เช่น หอ นางอุษา คอกม้าท้าวบารส ถ้ำโนนสาวเอ้ และพระพุทธรูปศิลปะสมัยทวารวดี เปิดให้บริการทุกวันเวลา 08.00-16.30 น.

159369066619

- เชียงคาน อําเภอเล็กๆ ของจังหวัดเลย สงบ สบายตา มีบรรยากาศของชุมชนน่ารักๆ ริมแม่น้ำโขง พร้อมมีถนนคนเดินให้เที่ยวชมและชอปปิงได้ด้วย

- ภูเรือ ภูเขาสวยแห่งจังหวัดเลย ไปสัมผัสอากาศหนาวบนความ สูง 1,365 เมตร ชมพระอาทิตย์ขึ้นได้ที่จุดชมวิวเดโช และ ผาโหล่นน้อย อีกทั้งเป็นแหล่งปลูกไม้ดอกไม้ประดับ อากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวอุณหภูมิต่ำและหนาวเย็นมาก ส่วนหน้าฝนนี้ก็เที่ยวได้สวยงามเช่นกัน

  • แนะนำวางแผน “ขับรถเที่ยว”

วันที่ 1-2 อุดรธานี-เชียงคาน (ประมาณ 182 กิโลเมตร) จากตัวเมืองอุดรฯ มุ่งหน้าไปเที่ยวสวนกล้วยไม้อุดรซันไฌน์ บ้านนาข่า พระพุทธบาทบัวบก อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จากนั้นขับตรงไปยังเชียงคาน อาจจะพักที่เชียงคาน 2 คืน ชมวิถีชีวิตเมืองเชียงคาน และชมวิวสวยๆ ที่แม่น้ําโขง

วันที่ 3 เชียงคาน-ภูเรือ (ประมาณ 100 กิโลเมตร) ออกจากเชียงคาน แล้วเดินทางเลียบน้ําโขงต่อไปยังภูเรือ เที่ยวบนภูเรือ เข้าพักที่บ้านพักบนภูเรือ

วันที่ 4 ภูเรือ-อุดรธานี (ประมาณ 193 กิโลเมตร) ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิวเดโช แล้วลงจากภูเรือ จากนั้นมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองอุดรธานี แวะเที่ยวตามรายทาง และนั่งเครื่องกลับกรุงเทพฯ

-------------------

ส่วนใครที่เตรียมจะขับรถท่องเที่ยว สนใจทำประกันรถยนต์แบบรายเดือนได้ที่นี่ คลิก

159369182593

อ้างอิง:  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, Dooasia

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง