'สมพงษ์' ชำแหละงบ 64 ไม่ตอบโจทย์ประเทศ

'สมพงษ์' ชำแหละงบ 64 ไม่ตอบโจทย์ประเทศ
1 กรกฎาคม 2563
142

ผู้นำฝ่ายค้าน ชำแหละงบประมาณ 64 ไม่ตอบโจทย์ประเทศ หลังโควิด-19 คลี่คลาย ชี้รัฐบาลมองไม่ทันโลก เน้นทำงานไปวันๆ สร้างคะแนนการเมือง

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 63 นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปีเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการบริหารประเทศที่ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับสภาวะของประเทศ เวลานี้ประเทศอยู่ในภาวะโควิด-19 แต่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ระบุถึงวิธีการแก้ไขอย่างใด การทำงบประมาณครั้งนี้ต้องพิเศษกว่าทุกครั้ง คือ ต้องรองรับวิกฤตเศรษฐกิจ 

"แม้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการระบาดน้อย แต่ผลกระทบด้านเศรษฐกิจจะสูง เป็นสิ่งที่น่ากังวล ซึ่งมาตรการของรัฐบาลใช้ต้นทุนสูงเกินความจำเป็นและอาจเสียหายเกิน 2 ล้านล้านบาท เป็นวิกฤตที่ลงลึกกว่าต้มยำกุ้งด้วยซ้ำ การฟื้นตัวขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ การรักษาการจ้างงาน การรักษาธุรกิจไม่ให้ล้ม และป้องกันไม่ให้ลามไปถึงระบบการเงินของประเทศ แต่เวลานี้ธุรกิจค่อยๆล้มและเกิดการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก และปัญหาจะลามไปถึงสถาบันการเงิน โดยเฉพาะหนี้เสียที่ธนาคารปล่อยกู้เงินไปนั้นจะเกิกขึ้นสูงและรวดเร็วมาก" นายสมพงษ์ กล่าว

นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า งบประมาณปี 2564 จัดสรรแบบเก่า เน้นการก่อสร้าง และการอบรมสัมมนา เสมือนทำไปวันๆเหมือนทุกปีตามที่ส่วนราชการเสนอมา รัฐบาลไม่ได้มองไปที่ภาพใหญ่ว่าประเทศไทยจะก้าวไปทิศทางไหน จะรับรองธุรกิจที่เกิดขึ้นใหม่อย่างไร เราจะเอาประเทศของเราไปอยู่ส่วนไหนของห่วงโซ่อุปทานใหม่ของโลก นโยบายการแจกเงินนั้นเป็นเพียงการหาคะแนนความนิยม

"หากดำเนินการไม่ถูกต้องจะเป็นอันตรายต่อประเทศมาก หากรัฐบาลชี้แจงไม่ได้ก็คงจะสนับสนุนงบประมาณนี้ให้ผ่านไปไม่ได้" นายสมพงษ์ กล่าว 

สำหรับการกรอบการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯของสภาฯตลอดทั้ง 3 วัน นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล แจ้งต่อที่ประชุมสภาฯว่า สภาฯจะมีการประชุมทั้งหมด 3 วัน ซึ่งในวันนี้เป็นวันแรกที่มีการเปิดภาคการศึกษา ทำให้สมาชิกเดินทางมาช้าบ้าง แต่ก็จะขอให้ประธานดำเนินการประชุมไปจนถึง 00.30 น. จากนั้นให้พักการประชุม  ขณะที่เวลาในการอภิปราย ฝ่ายค้านได้เวลาไป 22 ชม. 30 นาที รัฐบาลรวมกับคณะรัฐมนตรี 22 ชม. โดยในส่วนของประธานมี 2 ชม. ดังนั้นรวม 3 วัน มีเวลาในการพิจารณา 46 ชม. 30 นาที  หากมีการประท้วงของฝ่ายใดก็หักเวลาของฝ่ายนั้น จึงขอความร่วมมือสมาชิกว่าการอภิรายหากไม่มีการเสียดสี ก็จะไม่มีการประท้วง เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแทบจะไม่มีการประท้วง วันนี้จึงหวังว่าจะเป็นไปในลักษษระที่เคยผ่านมาก่อนหน้านี้ 

ด้าน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กล่าวว่า ตนจะไม่ไปควบคุมเวลา เพราะแต่ละฝ่ายได้มีการบริหารจัดการกันเองแล้ว แต่ทั้งนี้ทุกอย่างจะต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราาฎร โดยเฉพาะข้อ 69 เช่น ห้ามอภิปรายหรือแสดงกิริยาไม่สุภาพ ใส่ร้าย หรือเสียดสีบุคคลใด และห้ามกล่าวถึงพระมหากษัตริย์ หรือออกชื่อสมาชิกหรือบุคคลใดโดยไม่จำเป็น

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง