ปรับขึ้นปิดไตรมาสสอง

ปรับขึ้นปิดไตรมาสสอง
30 มิถุนายน 2563 | โดย บล.เคจีไอฯ
198

ปัจจัยเรื่อง Covid-19 จะยังจำกัดการรีบาวด์ของตลาดหุ้นในเดือน ก.ค.

KGI ประเมิน SET Index วันอังคารปรับตัวขึ้น ... หลังจากเมื่อวานนี้ ดัชนีฯ ประคองตัวได้ดีกว่าที่เรามอง โดยปรับลงในช่วงต้นตลาดแต่มีแรงซื้อกลับในช่วงบ่าย ดันดัชนีฯ ปิดเกือบไม่เปลี่ยนแปลง (มองว่าเม็ดเงินทำ window dressing และเม็ดเงินซื้อกองทุน SSFX เป็นสาเหตุสำคัญ)... ขณะที่ในวันนี้ ปัจจัยต่างประเทศเป็นบวกมากขึ้น น่าจะหนุนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยได้บ้าง กล่าวคือ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แรลลี่แรง หลังตัวเลขยอดขายบ้านที่รอปิดการขาย พ.ค. พุ่งขึ้นมากกว่าที่ consensus คาด ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ 5 แห่งใหญ่ในสหรัฐฯ ได้แก่ โกลด์แมน แซคส์ / แบงก์ออฟอเมริกา / มอร์แกน สแตนเลย์/ เจพี มอร์แกน / และซิตี้กรุ๊ป แถลงว่าจะคงระดับการจ่ายเงินปันผลไว้เท่ากับในไตรมาส 2/2563 สะท้อนสถานะทางการเงินที่ยังดีอยู่แม้ Covid-19 ระบาด ii) เช้าวันนี้ทางการจีนรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตมิ.ย. เพิ่มขึ้นสู่ 50.9 สูงกว่าที่ consensus คาดไว้เช่นกัน... อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยยังมีความกังวลต่อประเด็นการติดเชื้อ Covid-19 ในสหรัฐฯ ที่ยังรุนแรง... ติดเชื้อต่อวันเกิน 4 หมื่นคนและเริ่มมีหลายรัฐซึ่งชะลอมาตรการเปิดเมืองและเปิดธุรกิจ เรามองว่า ปัจจัยเรื่อง Covid-19 จะยังจำกัดการรีบาวด์ของตลาดหุ้นในเดือน ก.ค. ด้านปัจจัยในประเทศ บ่ายวันนี้ ธปท. จะรายงานข้อมูลเศรษฐกิจไทย พ.ค. ซึ่งเราและ consensus คาดการณ์อยู่แล้วว่าเครื่องชี้หลักๆ จะร่วงแรง YoY จากผลของการล็อกดาวน์ในช่วงดังกล่าว

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน 

เก็งกำไร SEAFCO, GULF*, AMATA*

- SEAFCO (เป้าพื้นฐาน 7.9 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 5.5 บาท / แนวต้าน 5.8 - 6.0 บาท (Stop loss 5.2 บาท) 2) ประเมินรับ Sentiment บวกจากการเร่งงานประมูลโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐฯ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีส้มตะวันตก เนื่องจาก i) เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่งานฐานราก คาดว่าจะต้องกระจายงานให้ผู้รับเหมาฯหลายราย ii) SEAFCO มีความเชี่ยวชาญงานโครงสร้างใต้ดิน (โครงการ MRT สีส้มตะวันตกเป็นโครงการรถไฟใต้ดิน) 3) Downside ของประมาณการฯน้อย เนื่องจาก Backlog ในมือตอนนี้คิดเป็น 90% ของประมาณการฯแล้ว (ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรปีนี้ 364 ล้านบาท EPS 0.49 บาท/หุ้น คิดเป็น PE 11.4 เท่า)

- GULF* (เป้าพื้นฐาน 41 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 37 บาท / แนวต้าน 39 บาท หากผ่านได้ประเมินทดสอบแนวต้านถัดไป 41 บาท (Trailing stop 36 บาท) 2) ฝ่ายวิจัยฯประเมินผลการดำเนินงาน 2Q63 พลิก Turnaround จาก i) กำไรปกติดีขึ้น / ทรงตัว ii) ค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้พลิกกลับมามีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาสนี้ 3) Catalyst สั้นๆ อยู่ที่การร่วมเข้าประมูลรถไฟฟ้า MRT สายมีส้มตะวันตกกับกลุ่ม BTS* 4) ประเมิน Valuation มี Upside จากการเข้าลงทุนใน INTUCH* ราว +2 บาท/หุ้น (เบื้องต้นประเมินต้นทุนการซื้อ INTUCH* อยู่ที่เฉลี่ย 52 บาท/หุ้น) ... ล่าสุด GULF* เข้าถือ INTUCH* 5.07%

- AMATA* (เป้าพื้นฐาน 18.5 บาท) 1) แนวรับ 15.0 บาท / แนวต้าน 15.5 - 16.2 บาท หากผ่านแนวต้านนี้ไปได้ประเมินมีโอกาสทดสอบแนวต้าน 17 บาท (Stop loss 14.8 บาท) 2) ประเมินรับ Sentiment บวกจาก i) การผ่อนคลายให้นักธุรกิจสามารถเดินทางเข้าไทยได้ ii) การย้ายฐานการผลิตจากจีนมาอาเซียน (ไทย - เวียดนาม) iii) โครงการ EEC คืบหน้า 3) Valuation ไม่แพง PBV 1.15 เท่า (ค่าเฉลี่ยในอดีต 1.3 เท่า), PE ปีนี้ 13 เท่า ปี 2564 ลดเหลือ 10.8 เท่า (ค่าเฉลี่ยในอดีต 17.7 เท่า)

หุ้นมีข่าว

(+) เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติบางกลุ่มเข้ามาในประเทศไทยตามที่ ศบค. เสนอ โดยกลุ่มที่จะเข้ามาอยู่เป็นเวลานานต้องกักตัวโดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง นอกจากนี้้ ชาวต่างชาติที่จะเข้ามารับบริการทางการแพทย์ (เช่น การมีบุตรยาก ศัลยกรรมจมูกและตา) จะได้รับการอนุญาตให้เข้ามาพร้อมผู้ดูแล (บางกอกโพสต์) เรามองข่าวดังกล่าวเป็นบวกมากขึ้น สำหรับโรงพยาบาลที่มีรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติในสัดส่วนที่มาก หลังโรงพยาบาลเหล่านี้ได้รับผลกระทบทางลบจากการปิดประเทศตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 แนวโน้มการอนุญาติให้กลับเข้ามาโดยมีการกักตัวถือว่าเป็นสัญญาณบวกในระยะแรกต่อโอกาสการเข้ามาของต่างชาติมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการมารับบริการการแพทย์ เราแนะนำซื้อ BDMS* และ EKH โดยให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2564 เท่ากับ 27.00 และ 6.50 บาท ตามลำดับ

(0) แบงก์ไหนทนวิกฤติ BBL* รอด-ระวัง TMB* (ทันหุ้น) เจาะลึกกลุ่มธนาคารพาณิชย์ทนวิกฤติได้แค่ไหน ใส่สูตรทำ STRESS TEST พบ BBL* แกร่งสุด ฐานทุนหนารองรับหนี้เสียได้ถึง 13.7% โอกาสรอดสูงขณะที่ TMB* แย่สุด ต้องพยายามกดหนี้เสียอย่าให้เกิน 5% ด้าน LHFG-SCB*-TISCO* เข้าเกณฑ์รอดสบายๆ ด้านขุนคลัง ระบุไม่กังวลกับหนี้เสีย พร้อมเจรจาแบงก์ชาติหามาตรการเสริม

(+) AMATA* ที่ดินหมื่นไร่รอ ผ่อนล็อกลูกค้าเข้าไทย (ทันหุ้น) AMATA* เตรียมที่ดิน 1 หมื่นไร่รองรับนักลงทุน หวังรัฐผ่อนคลายนักธุรกิจเดินทางเข้าไทย เชื่อยอดขายที่ดินทยอยฟื้นตัว เชื่อลูกค้าญี่ปุ่นสนใจลงทุนต่อเนื่อง เล็งเปิดขายนิคมในเมียนมา เฟสแรก 500 ไร่ ใน Q4/2563 พร้อมเล็งตั้ง Smart Medical ศูนย์การแพทย์ครบวงจร ดันสัดส่วนรายได้ประจำ

(+) BDMS* ผนึก'ผิงอัน เฮลท์'ดูดลูกค้าจีนใช้บริการเพิ่ม (ข่าวหุ้น) BDMS* จับมือ "ผิงอัน เฮลท์" บริษัทประกันยักษ์ใหญ่จากจีน หวังดึงลูกค้าจีนเข้ามาใช้บริการในโรงพยาบาลในเครือ คาดสร้างรายได้ปีละ 1,000-2,000 ล้านบาท ดันสัดส่วนรายได้ผู้ป่วยจีนขึ้น้เป็น 1 ใน 3 ของสัดส่วนลูกค้าต่างประเทศ

(+) GRAMMY จับมือ VGI* เสริมแกร่งสื่อโฆษณา (กรุงเทพธุรกิจ) แกรมมี่ผนึกกำลัง VGI* ดึงจุดแข็ง 2 ยักษ์ใหญ่ด้าน คอนเทนท์โปรวายเดอร์ รวมพลังอาณาจักรสื่อ ตอบโจทย์ลูกค้าโฆษณาครบวงจร

(0) เคาะขาย OSP* บิ๊กล็อต 3% โอสถานุเคราะห์รับ 3 พันล. (ไทยโพสต์) "โอสถานุเคราะห์" และ Orizon ขายหุ้น OSP 3% บิ๊กล็อตรวม 90.11 ล้านหุ้น เฉลี่ย 37 บาท มูลค่า 3,337.86 ล้านบาท ด้าน"เพชร" แจงยังเป็นผู้ถือหุ้นหลักต่อไป

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: