ผ่าไส้ใน 'อินทัช' มีอะไรดี 'กัลฟ์' ยอมทุ่มซื้อหุ้น 4.5%

ผ่าไส้ใน 'อินทัช' มีอะไรดี 'กัลฟ์' ยอมทุ่มซื้อหุ้น 4.5%
29 มิถุนายน 2563
2,476

เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยเลยหลัง บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF กระโดดเข้ามาลงทุนใน บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH จนดันราคาหุ้น GULF พุ่งกระฉูด วอลุ่มสุดคึกคัก ในการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

โดยปิดตลาดที่ 37.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 5.63% มูลค่าการซื้อขายนำโด่งเป็นอันดับ 1 กว่า 2,734 ล้านบาท หลัง GULF ทยอยเก็บหุ้น INTUCH มาอย่างต่อเนื่องตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา ในช่วงที่หุ้นไทยดิ่งหนัก โดยซื้อหุ้นไปทั้งหมด 147,044,400 หุ้น หรือ คิดเป็นสัดส่วน 4.59% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 4 ในทันที

ขณะที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 อันดับแรก ยังคงเป็น SINGTEL GLOBAL INVESTMENT PTE. LTD. ถือหุ้น 673,348,264 หุ้น หรือ 21%, บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ถือหุ้น 510,674,007 1 หุ้น หรือ 5.93% และ THE HONGKONG AND SHANGHAI BANKING CORPORATION LIMITED ถือหุ้น 166,753,460 หุ้น หรือ 5.20%

นักวิเคราะห์ประเมินกันว่าดีลนี้น่าจะมีมูลค่าราวๆ 8 พันล้านบาท ถือเป็นอีกหนึ่งการลงทุนครั้งสำคัญของ GULF ขณะที่ผู้บริหารออกมายืนยันว่าไม่ได้ต้องการเข้าไปนั่งบริหารงานใน INTUCH แต่เป็นการลงทุนเพื่อหวังผลทดแทนจากเงินปันผล เพราะปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยในตลาดต่ำติดดินไม่ถึง 2% หากฝากเงินไว้ในแบงก์เฉยๆ ดูไม่งอกเงย

แต่หุ้น INTUCH ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงไม่ต่ำกว่า 4-5% ต่อปี ซึ่งหากมีโอกาสถ้าตลาดหุ้นปรับฐานลงหนักๆ บริษัทพร้อมที่จะลงทุนเพิ่ม โดยเบื้องต้นบรรดาโบรกเกอร์ดีดลูกคิดประเมินว่า GULF จะได้รับเงินปันผลจากการถือหุ้น INTUCH อย่างน้อยไม่ต่ำกว่าปีละ 300 ล้านบาท

ในเบื้องต้นแม้ว่า GULF จะเข้ามาในฐานะนักลงทุน แต่ในอนาคตเราอาจเห็นความร่วมมือกันก็ได้ เพราะ GULF เองก็เป็นบริษัทที่ไม่หยุดนิ่ง ที่ผ่านมาได้แตกไลน์เข้าไปลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ อย่างระบบสาธารณูปโภคงานโครงสร้างพื้นฐาน ช่วยเพิ่มรายได้และกระจายความเสี่ยง ไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่ธุรกิจโรงไฟฟ้าอย่างเดียว

ทั้งการจับมือกับกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT จนคว้างานพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 มาได้สำเร็จ ส่วนท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 อยู่ระหว่างการต่อรองราคา นอกจากนี้ ยังมีงานมอเตอร์เวย์อีก 2 สาย ได้แก่ บางปะอิน-นครราชสีมา และ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ในนามกิจการร่วมบีจีเอสอาร์ ซึ่งจับมือกับ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS, บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) และ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH

ส่วนงานด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของ INTUCH ดูเป็นธุรกิจแห่งอนาคตและน่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะการมาของเทคโนโลยี 5จี ซึ่งจะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลให้กับภาคธุรกิจ และน่าจะช่วยต่อยอดธุรกิจของ GULF ได้อีกเยอะ ดังนั้น ถ้าในอนาคตจะเกิดความร่วมมือกันขึ้นระหว่างทั้ง 2 บริษัทก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ

พูดถึง INTUCH แล้ว ถือเป็นผู้นำด้านโทรคมนาคมของประเทศไทย มีธุรกิจครบวงจรแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ 1.ธุรกิจให้บริการโทรศัพท์มือถือ ภายใต้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ซึ่งครองมาร์เก็ตแชร์เบอร์ 1 ในตลาด ด้วยจำนวนผู้ใช้บริการมากกว่า 41 ล้านราย และธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงที่กำลังเติบโตแรงปัจจุบันมีลูกค้าทะลุ 1 ล้านราย

2.ธุรกิจดาวเทียม ของ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM แม้ว่าฐานผู้ใช้บริการจะลดลงต่อเนื่อง กระทบผลประกอบการหดตัวมาหลายปี ถึงขั้นขาดทุนหลายพันล้าน แต่ดาวเทียมยังมีความจำเป็น ขณะที่ปีนี้ กสทช. เตรียมเปิดเสรีดาวเทียมจัดประมูลคัดเลือกผู้ได้รับอนุญาตใช้สิทธิวงโคจรดาวเทียมครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งไทยคมถือว่ามีความได้เปรียบ ด้วยประสบการณ์ที่มีมาอย่างยาวนาน

และ 3. ธุรกิจอื่นๆ เช่น การสนับสนุนเทคโนโลยีสารสนเทศ, โฮมช็อปปิ้ง, โครงการอินเว้นท์ที่จะเข้าไปร่วมลงทุนกับกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ (young entrepreneur) ที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำธุรกิจและต้องการเงินลงทุนเพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจ

หากมองในมุม INTUCH การที่ GULF เข้ามาถือหุ้น แสดงให้เห็นว่าบริษัทยัง “เนื้อหอม” มีดีไม่แพ้ใคร ช่วยชดเชยหลังกลุ่ม “เทมาเส็ก” ซึ่งถือหุ้นผ่าน HSBC ทยอยขายหุ้นออกมาหลายรอบหลังลงทุนมากว่า 10 ปี โดยล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบันเหลือถือหุ้นเพียง 5.20% 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง