ชี้เป้า 10 ใน 64 'อุทยานแห่งชาติ' พร้อมเปิดให้เที่ยวแบบ New Normal

ชี้เป้า 10 ใน 64 'อุทยานแห่งชาติ' พร้อมเปิดให้เที่ยวแบบ New Normal
24 มิถุนายน 2563
841

ขาเที่ยวพร้อมยัง? ชี้เป้า “อุทยานแห่งชาติ” 10 แห่งชื่อดัง จากทั้งหมด 64 แห่งที่พร้อมเปิดให้บริการทุกจุดท่องเที่ยวในวันที่ 1 ก.ค. 2563 พร้อมขั้นตอน "จองคิวออนไลน์" New Normal (ส่วนอีก 63 แห่งเปิดให้ท่องเที่ยวบางส่วน และมี 28 แห่งยังปิดทำการ)

ตามที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มีประกาศว่า ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 จะเริ่มเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชม "อุทยานแห่งชาติ" จำนวน 64 แห่ง ซึ่งมีความพร้อมเปิดให้เที่ยวครบทุกจุดท่องเที่ยว ส่วนอีก 63 แห่งเปิดให้ท่องเที่ยวได้เพียงบางส่วน และอีก 28 แห่งยังคงปิดให้บริการ เนื่องจากช่วงนี้เข้าสู่ฤดูมรสุมฝนตกหนัก ไม่เหมาะแก่การท่องเที่ยว

ข่าวดีนี้ทำให้ขาเที่ยวตื่นเต้นกันยกใหญ่ เตรียมวางแผนเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว 4-7 มิ.ย. 63 นี้  กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เลยจะขอพาไปเช็คลิสต์ 10 “อุทยานแห่งชาติ” ชื่อดัง จากทั้งหมด 64 แห่งที่พร้อมเปิดให้บริการทุกแหล่งท่องเที่ยวแล้ว รวมถึงเปิดคู่มือ 5 ข้อต้องรู้! เกี่ยวกับวิธีท่องเที่ยวแบบใหม่ New Normal ในยุคโควิด-19 ไปพร้อมกันด้วย

  • 5 วิธีเที่ยว “อุทยานแห่งชาติ” แบบ New Normal

1. เช็ครายชื่อ “อุทยานแห่งชาติ” ที่พร้อมเปิดให้บริการท่องเที่ยว มีอยู่ 2 หมวดหลักๆ คือ

- เปิดให้เที่ยวเต็มรูปแบบ 100% ในทุกจุดท่องเที่ยว จำนวน 64 แห่ง

- เปิดให้เที่ยวได้เพียงบางส่วน จำนวน 63 แห่ง

รวมๆ แล้วก็มี “อุทยานแห่งชาติ” จำนวนถึง 127 แห่ง ที่จะเริ่มเปิดให้บริการในวันที่ 1 ก.ค. 2563 นักท่องเที่ยวต้องเช็คให้ดีว่าสถานที่ที่อยากไปเที่ยวนั้นเปิดหรือยัง? และอยู่ในหมวดไหน? จะได้เลือกไปปักหมุดเที่ยวได้ถูกต้อง โดยที่แต่ละแห่งจะมีการปรับตัวเลขจำนวนที่รับนักท่องเที่ยวได้ลงจากช่วงปกติ เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มี CC = 5,000 คน แปลว่า ในช่วงเวลานั้นๆ รับนักท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 5,000 คน เป็นต้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

159298563176

2. วางแผนเรื่องวันและเวลาที่ต้องไปเที่ยว เนื่องจากอุทยานแห่งชาติมีการปรับวิธีท่องเที่ยวให้เป็นแบบ New Normal เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ดังนั้นนักท่องเที่ยวต้อง “จองคิวออนไลน์” ผ่านทางแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า “QueQ (คิวคิว)” ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งในระบบ ios และ android ซึ่งคาดว่าในระบบจะให้นักท่องเที่ยวคลิกจองวันที่และเวลาที่ต้องการเข้าไปเที่ยวในอุทยานฯ แห่งนั้นๆ

3. ในวันเดินทางไปเที่ยวจริง เมื่อถึงสถานที่เที่ยวแล้ว นักท่องเที่ยวต้อง Check in ผ่านระบบ ไทยชนะ” ทั้งก่อนเข้าไปเที่ยว และ Check out ออกจากแหล่งท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติทุกครั้ง

4. ส่วนนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้จองล่วงหน้าผ่านแอพพลิเคชั่น QueQ สามารถมาท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติได้เช่นกัน แต่มีเงื่อนไขว่า จะให้สิทธิ์แก่ผู้ที่ทำการ “จองคิวออนไลน์” ผ่านทางแอปพลิเคชั่น QueQ ก่อนเท่านั้น

5. สำหรับนักท่องเที่ยวที่ “จองคิวออนไลน์” ผ่านแอพพลิเคชั่น QueQ แต่ไม่มาตามเวลาที่จอง ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้จองผ่านแอพพลิเคชั่น QueQ ได้ใช้สิทธิ์นั้นในการเข้าพื้นที่อุทยานฯ แทน  ในรูปแบบ 70% : 30%  โดยแบ่งเป็นรับนักท่องเที่ยวที่ “จองคิวออนไลน์” ล่วงหน้า 70% ส่วนอีก 30% เป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้จองคิวออนไลน์ผ่านแอพฯ QueQ

159298487176

159298487223

เมื่อรู้จักขั้นตอนและเงื่อนไขต่างๆ ในการเข้าไปท่องเที่ยวใน “อุทยานแห่งชาติ” แล้ว จากนั้นเราจะพาไปเช็คลิสต์อุทยานแห่งชาติที่โด่งดัง สวยงามอลังการ และเป็นที่นิยมของขาเที่ยวชาวไทยเสมอมา โดยขอเลือกมาให้ชม 10 แห่งกันก่อน (จากทั้งหมด 64 แห่งที่พร้อมเปิดให้เที่ยวแบบ 100%) ดังนี้

1. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ CC = 5,000

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีเนื้อที่ 2,165 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครนายก นครราชสีมา ปราจีนบุรี และสระบุรี ภูมิประเทศประกอบด้วยป่าดิบ ป่าโปร่ง น้ำตก สัตว์ป่าและไม้ป่านานาชนิด มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,292 เมตร เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย และองค์กรยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2548

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวภายในอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกเหวนรก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 3 ชั้น ความสูง 150 เมตร ถัดมาคือน้ำตกผากล้วยไม้ อยู่บนถนนธนะรัชต์ เป็นน้ำตกขนาดกลาง ที่หน้าผาของน้ำตกมีกล้วยไม้หวายแดงขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนน้ำตกเหวสุวัต เกิดจากห้วยลำตะคองไหลตกจากหน้าผาสูง 25 เมตร อีกทั้งมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น แคมปิง เดินป่าท่องไพร ปั่นจักรยานท่องเที่ยว ส่องสัตว์ เป็นต้น สอบถามข้อมูลได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โทร. 08 6092 6529

159299021128

2. อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว CC = 1,435

อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอเมือง อำเภอแหลมสิงห์ อำเภอขลุง และอำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วยป่าที่สมบูรณ์ เทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ทำให้มีอากาศจะเย็นสบายตลอดทั้งปี จุดสูงสุดของพื้นที่อยู่ที่ ยอดเขามาบหว้ากรอก และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย “น้ำตกพลิ้ว” เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามตามธรรมชาติ มีน้ำตกตลอดปี ประกอบด้วยสายธาร 2 สาย สายหนึ่งไหลลดหลั่นผ่านซอกหินผา อีกสายหนึ่งมีขนาดเล็กกว่า แต่ทิ้งตัวลงมาจากผาสูง 20 เมตร ทั้งสองสายไหลมารวมกันในแอ่งน้ำใสสะอาดมาก จนสามารถมองเห็นพื้นล่างได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหินและทรายในระดับลึกกว่า 2 เมตร สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3943 4528

159299021063

3. อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา CC = 1,600

อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางภาคใต้ทางฝั่งทะเลอันดามัน ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเสมอมา มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอเกาะยาว และอำเภอเมืองพังงา ที่นี่มีชายหาดและเกาะสวยๆ ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่้วโลกอยู่หลายแห่ง เช่น  “เกาะปันหยี” เป็นเกาะที่มีชาวบ้านชาวประมงอยู่อาศัย มีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และมีสนามฟุตบอลลอยน้ำ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสนามที่มีวิวสวยที่สุดในโลกสนามหนึ่ง

ถัดมาคือ “เขาตะปู เขาพิงกัน” เป็นเขาหินรูปทรงสวยแปลกตา ต่อด้วย “เกาะละวะใหญ่” เป็นเกาะเล็กๆ ที่สามารถเดินรอบเกาะได้ มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส และมีปะการังน้ำตื้นให้ชมด้วย รวมไปถึง “เกาะห้อง” เป็นภูเขาหินที่สามารถพายเรือแคนูลอดถ้ำเข้าไปได้ ด้านในมีแอ่งน้ำล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูน คล้ายกับอยู่ในห้องโถงใหญ่ เป็นต้น สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 7641 2188, 0 7641 1136

159299020949

4. อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ CC = 1,279

อุทยานฯ เขาคิชฌกูฏเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำจันทบุรี ครอบคลุมพื้นที่อำเภอมะขาม และอำเภอเขาคิชฌกูฏ ด้วยสภาพป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าไม้ผลัดใบ มีสมุนไพรและกล้วยไม้ป่านานาชนิด รวมทั้งพันธุ์ไม้หายาก เช่น ไม้กฤษณา และมีสัตว์ป่าชุกชุม จุดท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด ได้แก่  “น้ำตกกระทิง” มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาคิชฌกูฏ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 13 ชั้น ใช้เวลาเดินไปกลับ 3 ชั่วโมง ข้อดีของที่นี่คือเป็นน้ำตกที่สามารถเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย และชั้นที่สวยงามที่สุดคือชั้นที่ 8-9

ถัดมาคือ “ยอดเขาพระบาท” ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาคิชฌกูฏ การเดินทางไปที่นี่ต้องเริ่มต้นที่วัดพลวงไปตาม ถนนลูกรังที่ลาดชันและคดเคี้ยวมาก ระยะทาง 8 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินขึ้นเขาไปอีก 1.2 กิโลเมตร ระหว่างทางมีจุดแวะพักให้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทิวทัศน์บนยอดเขาคิชฌกูฏหรือเขาพระบาทนี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่นำมาผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ ศิลาเจดีย์ รอยพระพุทธบาทหลวง หินรูปบาตรคว่ำ ถ้ำฤๅษี และเขตผ้าแดง เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 3945 2074

159299020957

5. อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง CC = 2,003

ผืนป่าในเขตอุทยานฯ เขาชะเมา-เขาวง จ.ระยอง เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำประแส และเป็นแหล่งรวมพันธุ์ไม้ต่าง ๆ มากมาย สถานที่ที่น่าสนใจในอุทยานฯ ได้แก่ “เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ” ที่มีอยู่ 2 เส้นทาง กล่าวคือ ระยะทาง 2 กิโลเมตร และ 3 กิโลเมตร ตามลำดับ ซึ่งนอกจากจะได้ชมพันธุ์ไม้นานาชนิดแล้ว ทั้งสองเส้นทางยังมีจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำทัศนียภาพได้อย่างเต็มอิ่ม

จุดท่องเที่ยวถัดมา คือ “น้ำตกเขาชะเมา” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อน้ำตกคลองน้ำใส เพราะเป็นน้ำตกที่มีธารน้ำใสรองรับอยู่ เบื้องล่างซึ่งมีความยาวถึง 3 กิโลเมตร เต็มไปด้วยจุดต่างๆ น่าสนใจมากมาย เช่น วังหนึ่ง วังมัจฉา วังมรกต วังไทรงาม ผากล้วยไม้ ช่องแคบ น้ำตกหกสาย และผาสูง โดยเฉพาะชั้นวังมัจฉา นั้นเต็มไปด้วยปลาพลวง ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่อาศัยอย่างชุกชุมในบริเวณนั้น สอบถามข้อมูล โทร. 0 2562 0760, 0 2562 6162

159299021058

6. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง CC = 300

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เป็นเกาะที่มีสภาพภูมิอากาศเย็นสบาย มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 650 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ ที่มากถึง 52 เกาะ เรียงตัวกันตั้งแต่เขตอำเภอแหลมงอบ อำเภอเมือง และอำเภอคลองใหญ่ ส่วนเกาะที่สำคัญที่สุด คือ “เกาะช้าง” ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากเกาะภูเก็ต มีภูเขาสูงและผาหินสลับซับซ้อน 

ด้านฝั่งตะวันออกของเกาะมีชายฝั่งที่สวยงามอย่างมาก ได้แก่ บริเวณยุทธนาวีเกาะช้าง อยู่ทางตอนใต้ของเกาะช้าง อ่าวสลักเพชร อ่าวสลักคอก และมี “เกาะไม้ซี้” เกาะส่วนตัวเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากเกาะกูด ยังคงธรรมชาติอันสมบูรณ์ หาดทรายสวย น้ำใส อุดมด้วยพันธุ์ปลานานาชนิด สามารถดำน้ำดูปะการังได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 3955 5084, 0 3955 5084

159299021096

7. อุทยานแห่งชาติเขาหลวง CC = 1,155

อุทยานแห่งชาติเขาหลวง มีพื้นที่ครอบคลุมเทือกเขานครศรีธรรมราชตอนกลาง ประกอบด้วยเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนทอดยาวเหนือจรดใต้ขนานไปกับชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก มียอดเขาสูงคือ ยอดเขาหลวง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในภาคใต้ โดยสูงจากระดับน้ำ 1,834 เมตร อีกทั้งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำตาปี แม่น้ำปากพนัง คลองกรุงชิง คลองเขาแก้ว คลองท่าแพ คลองระแนะ คลองละอาย

ในเขตอุทยานฯ มีน้ำตกที่น่าสนใจ เช่น “น้ำตกกะโรม” เป็นที่ตั้งของที่ทำการของอุทยานฯ ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขานครศรีธรรมราช ไหลลงมาจากยอดเขา ลดลั่นลงมาเป็นชั้น มีหนานหรือชั้น 18 ชั้น แต่เปิดให้ท่องเที่ยว 7 ชั้น  ถัดมาคือ “ถ้ำแก้วสุรกานต์” เป็นถ้ำหินปูน มีหินงอกหินย้อยสวยงามและรูปปั้นต่างๆ ความลึกของถ้ำ ประมาณ 700 เมตร สอบถามเพิ่มเติม โทร.  0 7530 0439

159299021024

8. อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด CC = 1,500

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เป็นเทือกเขาหินปูนสูงตระหง่านที่กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ สร้างภูมิทัศน์อันน่าพิศวงและกลายเป็นมนต์เสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากเดินทางมาชม สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ เส้นทางเดินป่า "จุดชมวิวเขาแดง" ไปชมทัศนียภาพพระอาทิตย์ขึ้นเหนือขอบฟ้ายามเช้าซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการชมวิวเหนือยอดเขาแห่งนี้ ถัดมาคือ กิจกรรม "ล่องเรือคลองเขาแดง" ไปชมดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าได้อย่างน่าประทับใจ อีกทั้งยังมี “ทุ่งสามร้อยยอด" ซึ่งอุดมไปด้วยพืชพรรณและสัตว์นานาชนิด และยังเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ของเมืองไทยด้วย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2562 0760

159299021090

9. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง CC = 400

ที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งที่ 2 ของประเทศไทย มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเกาะสำคัญ ได้แก่ เกาะวัวตาหลับ เกาะพะลวย เกาะวัวจิ๋ว เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะไผ่ลวก เกาะคา เกาะหินดับ เกาะวัวกันตัง ฯลฯ จุดท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด ได้แก่ “เกาะวัวตาหลับ” เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ด้านหน้ามีหาดทรายขาวสะอาด และมีถ้ำบัวโบก เหมาะกับการชมหินงอกหินย้อยรูปร่างคล้ายบัวบาน ถัดไปมีทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดเขา ระยะทางเดินประมาณ 400 เมตร ซึ่งจะมองเห็นหมู่เกาะอ่างทองทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาวไปบนพื้นน้ำสีคราม

จุดถัดมาที่น่าสนใจคือ “ทะเลใน หรือ ทะเลสาบกลางภูเขา” ตั้งอยู่บนเกาะแม่เกาะ นั่งเรือยนต์จากที่ทำการอุทยานฯ ไปประมาณ 15 นาที เป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาโดยเกิดจากแอ่งหินปูนที่ยุบตัว มีลักษณะเป็นวงรี ลึก 7 เมตร อีกทั้งรอบๆ ก็จะมองเห็นทัศนียภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของทะเลในสีเขียวมรกตที่โอบรอบด้วยโขดหินภูเขาและแมกไม้ปกคลุมเขียวขจี สอบถามเพิ่มเติมได้ โทร. 0 7728 6025, 0 7728 6588, 0 7728 0222

159299021180

10. อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน CC = 900

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ได้รับยกย่องให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังเป็นสถานที่ดำเนินงานตามแนวพระราชดำรัสในการใช้พลังงานน้ำธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากในช่วงฤดูหนาวเพราะจะมีบรรยากาศสวยที่สุด

จุดท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด ได้แก่ “บ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน” เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติจำนวน 9 บ่อ ตั้งอยู่รวมกันในบริเวณพื้นที่ที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 ไร่ ภายในพื้นที่มีโขดหินน้อยใหญ่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ยามเช้าจะมองเห็นภาพไอน้ำลอยกรุ่นขึ้นมาจากบ่อปกคลุม โดยน้ำพุร้อนนั้นมีอุณหภูมิเฉลี่ย 73 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวสามารถนำไข่ไก่มาลวกน้ำแร่ร้อนๆ รับประทานได้ด้วย ถัดมาคือ “น้ำตกแจ้ซ้อน” เป็นน้ำตกที่กำเนิดจากลำน้ำแม่มอญมีน้ำไหลตลอดทั้งปีและมีแอ่งน้ำรองรับอยู่ตลอดสายไหลตกลงมาเป็นชั้นๆ มี 6 ชั้น อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 3 กิโลเมตร

159299021173

-----------------------

อ้างอิง: thai.tourismthailand.org

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง