ติดโควิดเพิ่ม 2 ราย กลับจาก ตปท. ไทยไร้ป่วย 12 วันติด

ติดโควิดเพิ่ม 2 ราย กลับจาก ตปท. ไทยไร้ป่วย 12 วันติด
7 มิถุนายน 2563
367

ผู้ติดโควิด-19ในไทย 0 รายต่อเนื่องวันที่12 ผู้ติดรายใหม่ 2 รายกลับจากรัสเซีย-คูเวต แนวโน้มพบผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการมากขึ้น เผย 20 อาชีพพบผู้ป่วยมากสุดในไทย

ปลัด มท.กำชับทุกจังหวัดจัดระเบียบแหล่งท่องเที่ยวชายหาด ให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 ขณะ“จี20”ให้คำมั่นให้เงินช่วยเหลือกว่า 2 หมื่นล้านดอลล์สู้โควิด

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (ศบค.)แถลงสถานการณ์ วันที่ 6 มิ.ย.63 ที่กระทรวงสาธารณสุข โดยพญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค.ระบุว่า พบผู้ป่วยใหม่ 2 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศและเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้(State Quarantine) ขณะที่ จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทย คือ 0 ราย ต่อเนื่องกันมาเป็นวันที่ 12

     ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ รายแรกเป็นชายไทย อายุ 22 ปี นักศึกษา เดินทางกลับมาจากประเทศรัสเซีย ถึงไทยวันที่ 1 มิ.ย. และเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ใน จ.ชลบุรี ตรวจพบเชื้อในวันที่ 4 มิ.ย.และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ จ.ชลบุรี ส่วนรายที่สอง เป็นชายไทย อายุ 39 ปี เป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในประเทศคูเวต กลับถึงไทยวันที่ 24 พ.ค.เข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ที่ กทม.ครั้งแรกตรวจไม่พบเชื้อ และตรวจครั้งที่สอง พบเชื้อในวันที่ 4 มิ.ย. จึงส่งตัวไปรักษา

พญ.พรรณประภา ระบุการติดเชื้อของทั้ง 2 รายไม่มีอาการจะเห็นได้ว่าระยะหลังพบผู้ป่วยที่ไม่มีอาการที่เข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้มากขึ้น ทั้งนี้ประเทศต้นทางที่คนไทยกลับมาแล้วตรวจพบการติดเชื้อมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ คูเวต ซาอุดิอาระเบีย และอินโดนีเซีย

ส่วนสถานการณ์ภาพรวมของประเทศไทย มีผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 3,104 ราย รักษาหายแล้ว 2,991 ราย ยังรักษาในรพ.75 รายและ เสียชีวิตสะสม 58 ราย สำหรับผู้ป่วยสะสมโควิด- 19ในประเทศไทย จำแนกตามเพศ ยังคงเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง จำแนกตามพื้นที่การรักษา มากที่สุดที่ กทม.และนนทบุรี 1,731 ราย ตามมาด้วยภาคใต้ 743 ราย ภาคกลาง 420 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 111 ราย และภาคเหนือ 95 ราย อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 39 ปี แต่กลุ่มที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดอยู่ในกลุ่มอายุ 20-29 ปีซึ่งก็คือวัยทำงาน

พญ.พรรณประภา กล่าวอีกว่า จำนวนผู้ป่วยืนยันสะสมตามปัจจัยเสี่ยง ที่จำแนกตามอาชีพของประเทศไทย 20 อันดับ ได้แก่ 1.รับจ้างทั่วไป/ฟรีแลนซ์ 2.ธุรกิจส่วนตัว 3.พนักงานบริษัท 4.นักเรียน/นักศึกษา 5.พนักงานในสถานบันเทิง 6. ราชการ/พนักงานของรัฐ/รัฐวิสาหกิจ 7. พ่อบ้าน แม่บ้าน ดูแลบ้าน 8. เกษตรกร 9. แรงงาน 10. นักท่องเที่ยว 11. เด็กเล็กในปกครอง 12. บุคลากรทางการแพทย์(พยาบาล)13. พนักงานโรงแรม 14.พนักงานขับรถโดยสาร/รถตู้/แท็กซี่ 15.พนักงานร้านอาหาร 16. พนักงานนวด 17. บุคลากรทางการแพทย์(แพทย์) 18.พนักงานเครื่องบิน 19. กรรมกรและ 20.มัคคุเทศก์/ไกด์ทัวร์ ส่วนในช่วง 2 สัปดาห์ที่พบมาก 5 อาชีพ คือ นักเรียน/นักศึกษา รับจ้างทั่วไป/ฟรีแลนซ ์พนักงานนวด แรงงานและงานช่าง

มท.สั่งจังหวัดชายทะเลเข้มงวด

ทางด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย(มท.) ได้กำชับให้ผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดพื้นที่ติดทะเลและมีชายหาด ให้ควบคุมจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมมิให้แออัด หรือลดเวลาในการทำกิจกรรมให้สั้นลง เพื่อหลักการหลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสระหว่างกัน พร้อมทั้งจัดระเบียบพื้นที่ริมบาทวิถี และชายหาด โดยเน้นไปที่การจัดระเบียบและแบ่งสัดส่วนให้ผู้ประกอบการค้าขายอย่างถูกสุขลักษณะ และมีระยะทางให้แก่คนจะต้องใช้เส้นทางด้วย

ขณะที่บรรยากาศ ที่ชายหาดบางแสน จ.ชลบุรี ที่เพิ่งปรากฎประชาชนแห่ไปท่องเที่ยวอย่างหนาแน่น ล่าสุดวานนี้ (6มิ.ย.) เทศบาลแสนสุข ได้ใช้มาตรการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด โดยติดตั้งจุดคัดกรองไว้ 14 จุด บริเวณทางเข้าชายหาด และต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกคน โดยนายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศบาลเมืองแสนสุข และ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้มาดูแลสถานการณ์

“จี20”ให้เงินกว่า 2 หมื่นลดอลล์สู้โควิด

      ประเทศสมาชิกกลุ่ม จี20 ออกแถลงการณ์ว่า กลุ่มจี 20 กับประเทศที่ได้รับเชิญ ได้ประสานความร่วมมือระดับโลก เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และให้คำมั่นว่า จะสนับสนุนเงินกองทุนด้านสุขภาพอนามัยทั่วโลกมากกว่า 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์

     “เงินสนับสนุนกองทุนดังกล่าว จะถูกนำไปใช้ในการวินิจฉัย คิดค้นพัฒนาวัคซีน และงานวิจัยรักษาโรคโควิด-19” ในแถลงการณ์ระบุ

เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มจี20 เรียกร้องให้ทุกประเทศ องค์การพัฒนาเอกชน องค์กรการกุศล และภาคเอกชน ระดมเงินทุนเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

      ซาอุดีอาระเบีย ในฐานะประธานจี20 ในปัจจุบัน ให้คำมั่นให้เงินจำนวน 500 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนความพยายามทั่วโลกต่อสู้กับโรคระบาดครั้งใหญ่นี้ ซึ่งในจำนวนเงินดังกล่าว จะจัดสรรเงิน 150 ล้านดอลลาร์ให้กับรัฐบาล เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่วนอีก 150 ล้านดอลลาร์ จะมอบให้กับองค์กรพันธมิตรระดับโลกนำไปใช้ด้านวัคซีนต้านโควิด-19 และเงินอีก 200 ล้านดอลลาร์จะมอบให้กับองค์กรและโครงการด้านสุขภาพอื่นๆ

นิวยอร์กไม่พบผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ครั้งแรก

       สำนักงานสาธารณสุขของกรุงนิวยอร์กเปิดเผยว่า วันพุธ (3มิ.ย.)ที่ผ่านมาถือเป็นวันแรกนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ไม่มีการรายงานผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ นิวยอร์กรายงานผู้เสียชีวิตรายแรกจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 11 มี.ค. และแตะระดับสูงสุดที่ 590 รายในวันที่ 7 เม.ย. แต่จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงหลังจากนั้น และต่ำกว่าระดับ 100 รายในวันที่ 9 พ.ค.

      ขณะนี้ นิวยอร์กมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สะสมจำนวนมากกว่า 202,000 ราย และมีผู้เสียชีวิต 16,992 ราย

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: