ส่งออก 'อัญมณี' 4 เดือน พุ่ง 114.84% รับอานิสงส์ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่ง

ส่งออก 'อัญมณี' 4 เดือน พุ่ง 114.84% รับอานิสงส์ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่ง
3 มิถุนายน 2563
315

“วีรศักดิ์” เผยยอดส่งออก "อัญมณี และเครื่องประดับ" 4 เดือนปี 63 มูลค่า 8,147.46 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 114.84%  รับอานิสงส์ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งกระฉูด

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.63  นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณี และเครื่องประดับของไทยในช่วง 4 เดือนของปี 2563(ม.ค.-เม.ย.) มีมูลค่า 8,147.46 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 114.84% คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 252,714.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111.34% แต่หากหักทองคำ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความผันผวนออก การส่งออกมีมูลค่า 1,774.74 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 25.31% คิดเป็นเงินบาทมูลค่า 54,218.88 ล้านบาท ลดลง 27.65% เพราะการส่งออกได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้หลายประเทศยังมีการล็อกดาวน์ แม้ว่าบางประเทศจะเริ่มเปิดธุรกิจแล้ว แต่ยังทำให้การค้าขายไม่สะดวก ขณะที่ผู้ซื้อยังชะลอการซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็นจากการได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ จึงส่งผลกระทบต่อการส่งออกอัญมณี และเครื่องประดับในภาพรวม

ทั้งนี้ หากดูเฉพาะทองคำมีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 6,372.72 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 350.01% เพราะมีการส่งออกไปทำกำไรจากส่วนต่างของราคาในจังหวะที่ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคนส่วนใหญ่ได้หันมาซื้อทองคำเก็บไว้ในฐานะเป็นทรัพย์สินที่ปลอดภัยในช่วงที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะชะลอตัว

ส่วนสินค้าอื่นๆส่วนใหญ่ส่งออกลดลง โดยกลุ่มสินค้าสำเร็จรูปเช่น เครื่องประดับเงิน เครื่องประดับทอง เครื่องประดับเทียม และเครื่องประดับแพลทินัม ลดลง 6.41%, 34.1%, 29.09% และ 16.90% ตามลำดับ และกลุ่มสินค้ากึ่งสำเร็จรูปเช่น เพชรเจียระไน พลอยเนื้อแข็งเจียระไน และพลอยเนื้ออ่อนเจียระไน ลดลง 34.77%,49.11% และ 34.71% ตามลำดับ

สำหรับตลาดส่งออก อาเซียนเพิ่มขึ้น 42.53% รัฐเซียและกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราชเพิ่มขึ้น 46.92% ส่วนสหภาพยุโรป(อียู)ลดลง 12.28% สหรัฐฯลดลง 3.42% ฮ่องกงลดลง 53.58% กลุ่มประเทศตะวันออกกลางลดลง 28.22% อินเดียลดลง 2.34% ญี่ปุ่นลดลง 3.11% ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกลดลง 3.60% จีนลดลง 50.16% และอื่นๆลดลง 51.51%

นายวีรศักดิ์ กล่าวอีกว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างมาก เป็นพฤติกรรมรูปแบบใหม่ที่จะกลายเป็น New Normal จากการกักตัวหรือ work from home ทำให้ผู้คนใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าออนไลน์ ใช้โซเชียลมีเดีย และ Chat App ผู้ประกอบการจึงควรเน้นทำตลาดผ่านสื่อโซเชียลและ Chat app อีกทั้งผู้บริโภคยังคำนึงถึงความปลอดภัยของสุขอนามัยมากขึ้น ฉะนั้นแบรนด์หรือธุรกิจต่างๆต้องออกมาสื่อสารมาตรการดูแลความปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสเพื่อช่วยสร้างความไว้วางใจต่อแบรนด์และร้านค้า

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง