'หอการค้า'ผุดแพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจแก้ปัญหาคนว่างงาน

'หอการค้า'ผุดแพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจแก้ปัญหาคนว่างงาน
2 มิถุนายน 2563
170

หอการค้าเปิดตัวแพลตฟอร์ม จับคู่ธุรกิจเชี่อมข้อมูลแรงงานส่วนเลิกจ้างกับส่วนที่ต้องการขยายกิจการ หวังลดปัญหาการว่างงานท่ามกลางวิกฤติโควิด ระบุ 27 องค์กรธุรกิจใหญ่สนร่วมใช้บริการแล้ว “กลินท์” ถกกสมาชิก หน่วยงานเอกชน ก่อนหารือรัฐปมแก้ยุทธศาสตร์ชาติ

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า  จากการสำรวจของหอค้าทั่วประเทศก่อนหน้านี้ พบว่าสถานการณ์ระบาด

โควิด-19อาจทำให้การว่างงานสูงถึง 7 ล้านคน ขณะที่สภาพัฒน์คาดโอกาสตกงานถึง 8.4 ล้านคน และทั้งปีคนว่างงาน 2 ล้านคน ซึ่งใกล้เคียงกับวิกฤติเศรษฐกิจปี2540

โดย ขณะนี้เริ่มปลดล็อกและผ่อนปรนเปิดธุรกิจให้กลับมาเปิดกิจการอีกครั้ง จึงสามารถมองเห็นได้ถึงการปรับตัวสู่การเกิดขึ้นของวิถีใหม่(นิวนอร์มอล) ดังนั้นเพื่อให้ธุรกิจขับเคลื่อนตามวิถีใหม่ แรงงานบ้างส่วนเริ่มกลับมา แต่บางส่วนยังไม่ได้งานใหม่ ทางหอการค้าไทย ร่วมกับบริษัท เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย เปิดตัว แพลตฟอร์ม"PEOPLE+ WORK CONNECT” สนับสนุนองค์กรให้บริหารอุปสงค์และอุปทานด้านแรงงาน โดยเฟสแรกเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างธุรกิจกับธุรกิจเริ่มตั้งแต่ 2 มิ.ย. เพื่อให้แต่ละธุรกิจแมชชิ่งในเรื่องแรงงาน ซึ่งจะได้รู้ว่าธุรกิจใดต้องการแรงงานอย่างไร และธุรกิจใดจะเลิกจ้างบุคลากร ขณะนี้มีบริษัทขนาดใหญ่เข้าโครงการแล้ว 29 บริษัท

นายกลินท์ กล่าวว่า สิ่งที่ภาคเอกชนวิตกคือปัญหาเศรษฐกิจหลังโควิด-19 คลี่คลาย หอการค้าไทยจึงกำลังรวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน และหารือกับทุกหน่วยงานในภาครัฐ โดยหลักสำคัญคือยุทธศาสตร์ใหม่ของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร เพราะโควิดทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปจึงต้องมาทบทวนเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ การจัดอันดับความสำคัญของแผนงานและแนวทางขัดเคลื่อนว่าอะไรควรทำก่อนหรือทำหลัง รวมถึงการพิจารณาใช้งบประมาณประเทศด้วย

“ เรื่องนี้ต้องเร่งรัดทำให้เร็วที่สุด  โดยรัฐบาลต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าก้าวจากนี้รัฐบาลจะทำอะไร ยุทธศาสตร์ที่มีอยู่เหมาะสมและทันสมัยต่อเหตุการณ์ไหม เรื่องวิถีประเทศใหม่หลังโควิดทุกประเทศกำลังทบทวนเช่นกัน เราไม่ควรช้า"

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนเชื่อว่าเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง 2563 ดีกว่าครึ่งปีแรกแน่นอน เพราะเริ่มปลดล็อกธุรกิจหลังจากปิดชั่วคราวประมาณ 90%เอกชนและรัฐก็เร่งในการผลักดันกำลังซื้อและการเข้ามาลงทุนอีกครั้ง แต่ก็ยังมองว่าจีดีพีทั้งปีนี้ยังติดลบ 5%

ทั้งนี้ หอการค้าได้ประเมินว่าการเปิดธุรกิจอีกครั้งของ 2 เฟสแรก จะสร้างรายได้เข้าระบบเศรษฐกิจเป็นแสนล้านบาทแล้ว  เมื่อเปิดเฟส 3 น่าจะเพิ่มได้อีก 1 แสนล้านบาท และเชื่อว่าหากตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ยังต่ำ รัฐก็ทยอยเปิดธุรกิจที่เหลือไปเรื่อยๆ โดยขณะนี้ได้มีการหารือที่เปิดให้นักธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติเข้ามาในประเทศได้แล้ว เพราะมีนักลงทุนจำนวนมากจากญี่ปุ่น จีน สหรัฐ ยุโรป ที่สนใจจะเข้ามาเจรจาและลงทุนในไทยเพิ่ม ก็อาจหารือภาครัฐว่าจะปลดล็อกอย่างไร

“ ภาคเอกชนก็มองว่าหากธุรกิจใดพร้อมกับการป้องกันตามมาตรฐานก็ควรเปิดโดยเฉพาะด้านนักลงทุนและแรงงานต่างชาติบางส่วน เรื่องการกำหนดเวลาเคอร์ฟิว รัฐคงดูในเรื่องการป้องกันไม่ให้เกิดการกลับมาระบาดรอบ 2 แม้อาจกระทบต่อบ้างธุรกิจบ้าง แต่ก็ต้องป้องกัน" 

นายนนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับหลักการทำงานของแพลตฟอร์ม"PEOPLE+ WORK CONNECT” มีการนำความสามารถทางเทคโนโลยี เช่น ระบบ Artificial Intelligence (AI) และ Data Analytics มาใช้ในการสร้างแพลตฟอร์มกลาง เพื่อเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจซึ่งจะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ที่มีความพร้อม สามารถแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์และทักษะของพนักงานที่ถูกเลิกจ้างหรือพักงาน ให้แก่บริษัทอื่นที่กำลังมองหาคนทำงาน บนแพลตฟอร์มได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ แพลตฟอร์มนี้เป็นแพลตฟอร์มระดับโลกที่โยงใยเข้ากับหลากหลายอุตสาหกรรม สามารถช่วยเติมเต็มตำแหน่งหรือทักษะใกล้เคียงกันซึ่งเป็นที่ต้องการ จากอุตสาหกรรมหนึ่ง ไปยัง อีกอุตสาหกรรมอื่นที่มีตำแหน่งงานเปิดอยู่

 เพื่อให้ในท้ายที่สุด จะสามารถลดระยะวงจรการว่างงานที่ซับซ้อน ให้สั้นลงได้ ระบบอนาลิติกส์ที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม จะดึงเอาข้อมูลรวมที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนตัวของคนทำงาน มาประมวลและจำแนกตามกลุ่ม เช่น เมืองที่อยู่ ที่ทำงาน และประสบการณ์ เป็นต้น

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง