​ธปท. แจง กองทุน BSF ไม่ได้อุ้มคนรวย มุ่งดูแลผู้ออม-เสถียรภาพระบบการเงิน

​ธปท. แจง กองทุน BSF ไม่ได้อุ้มคนรวย มุ่งดูแลผู้ออม-เสถียรภาพระบบการเงิน
31 พฤษภาคม 2563
426

ธปท.ออกโรงแจง ผ่านสภาฯ ชี้กองทุน BSF มีวัตถุประสงค์รักษาเสถียรภาพระบบการเงิน หลังตลาดตราสารหนี้เกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง ไม่ได้มีวัตถุประสงค์อุ้มคนรวย

       นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรถึงการตราพระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. 2563 ว่า การจัดตั้งกองทุน BSF มีวัตถุประสงค์หลักในการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน เนื่องจากปัญหาการขาดสภาพคล่องในตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนอาจลุกลามไปสู่ตลาดอื่น และสร้างปัญหาให้กับระบบการเงินที่มีความเชื่อมโยงกันสูงมากได้

     ผู้ว่าการ ธปท. ได้ยกตัวอย่าง 2 เหตุการณ์สำคัญที่แสดงถึงความสำคัญของการป้องกันไม่ให้ปัญหาการขาดสภาพคล่องในตลาดตราสารหนี้ในช่วงการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ลุกลามไปยังตลาดอื่น ๆ โดยในช่วงเดือนมีนาคม 2563 สถานการณ์การระบาดยังมีความไม่แน่นอนสูงและมีการแพร่กระจายไปในประเทศต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว

    ซึ่ง ส่งผลให้ราคาตราสารหนี้ทั่วโลกปรับลดลงรุนแรงจนเกิดปัญหาการขาดสภาพคล่อง สำหรับในประเทศไทย มีการไถ่ถอนกองทุนรวมตราสารหนี้อย่างรวดเร็ว

    โดยในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียวมีเงินทุนไหลออกจากองทุนรวมตราสารหนี้ถึง 3 แสนล้านบาท และนำไปสู่การปิดกองทุนรวมตราสารหนี้ถึง 4 กองทุนที่มีสินทรัพย์รวมกันถึง 140,000 ล้านบาท ทำให้ธุรกิจและประชาชนที่ลงทุนในกองทุนเหล่านี้ขาดเงินทุนที่จะนำมาใช้หมุนเวียนเป็นสภาพคล่อง ไม่ได้รับเงินคืนในเวลาอันรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ

   ธปท. จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือกองทุนรวมที่ได้รับผลกระทบจากการขาดสภาพคล่องในตลาดการเงิน (Mutual Fund Liquidity Facility: MFLF) โดยให้สภาพคล่องแก่กองทุนรวมตราสารหนี้ที่ประสบปัญหาผ่านสถาบันการเงิน เพื่อรองรับการถูกไถ่ถอน ซึ่งช่วยลดความตื่นตระหนกและป้องกันการลุกลามไปยังตราสารทางการเงินอื่น ๆ และระบบการเงินได้

    อีกหนึ่งเหตุการณ์คือในเดือนพฤษภาคม ที่มีข่าวการขอเข้าฟื้นฟูกิจการของรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง ซึ่งมีสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ลงทุนในหุ้นกู้ของรัฐวิสาหกิจแห่งนี้จำนวนมากสร้างความกังวลให้กับสมาชิกที่เป็นประชาชนทั่วไป และนำไปสู่การถอนเงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์หลายแห่ง

    จึงเป็นตัวอย่างที่สะท้อนว่าระบบการเงินมีความเชื่อมโยงกันสูง ปัญหาจากบริษัทผู้ออกตราสารหนี้เพียงบริษัทเดียวสามารถลุกลามสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินเป็นวงกว้างได้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสภาพคล่องในตลาดเป็นอันดับแรก 

    พ.ร.ก. รักษาเสถียรภาพฯ จึงให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อรักษาสภาพคล่องในตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน (Corporate Bond Stabilization Fund : BSF) เพื่อให้เป็นมาตรการเชิงป้องกัน ไม่ให้ปัญหาการขาดสภาพคล่องในตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนลุกลามเป็นการผิดนัดชำระหนี้ในวงกว้าง และสร้างปัญหาให้แก่ระบบการเงินโดยรวม

   อีกทั้งยังช่วยรักษามูลค่าเงินออมของประชาชนไม่ให้สูญหายไป และบรรเทาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับธุรกิจผู้ออกตราสารหนี้ ซึ่งจะส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อไปสู่สภาวะเศรษฐกิจ และการจ้างงานของประเทศ

ความสำคัญของตลาดตราสารหนี้และการดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน

    หากย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน ตลาดตราสารหนี้มีมูลค่าเพียง 5 แสนล้านบาท เศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งพาระบบธนาคารพาณิชย์เป็นหลัก ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญในช่วงวิกฤติปี 2540 ที่เมื่อเกิดปัญหากับระบบธนาคารพาณิชย์เศรษฐกิจโดยรวมจึงได้รับผลกระทบด้วย

   ภาครัฐจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนตลอด 20 ที่ผ่านมา เพื่อให้มีบทบาทเป็นแหล่งเงินทุนทางเลือกและเป็นอีกหนึ่งเสาหลักที่สำคัญให้กับระบบการเงินไทย ขนาดของตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนจึงขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 1.2 ล้านล้านบาท ในปี 2553 เป็น 3.8 ล้านล้านบาทในปัจจุบัน หรือคิดเป็นเกือบร้อยละ 30 ของยอดสินเชื่อธนาคารพาณิชย์และเป็นส่วนสำคัญของระบบการเงินไทย     

    ดังนั้น บทบาทในการรักษาเสถียรภาพระบบการเงินของธนาคารกลางในโลกปัจจุบัน จึงไม่สามารถตีกรอบเฉพาะเพียงแต่ระบบธนาคารพาณิชย์ได้เหมือนก่อน แต่จำเป็นต้องดูแลกลไกของตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนให้ทำงานได้อย่างปกติควบคู่ไปด้วย