ผู้ป่วยโควิด-19 สะสมทั่วโลกทะลุ 6 ล้านราย

ผู้ป่วยโควิด-19 สะสมทั่วโลกทะลุ 6 ล้านราย
30 พฤษภาคม 2563
288

สธ.พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 1 ราย ใน State Quarantine จ.นราธิวาส ขณะที่ผู้ป่วยสะสมทั่วโลก ทะลุ 6 ล้านราย เกาหลีใต้ปิดบางพื้นที่ต่อหลังพบผู้ป่วยเกือบ 79 รายใน 24 ชม. ฟิลิปปินส์ เลื่อนเปิดเทอมเป็น ส.ค. นี้ ย้ำคนไทยการ์ดห้ามตกหลังผ่อนปรนระยะ 3

วันนี้ (30 พฤษภาคม 2563) ที่กระทรวงสาธารณสุข แพทย์หญิงพรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าว สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ประจำวันนี้ ว่า ประเทศไทยพบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 1 ราย รวมยอดสะสม 3,077 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิตรายใหม่ เสียชีวิตรวม 57 ราย รักษาหายกลับบ้านเพิ่ม 16 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 59 ราย ผู้ป่วยยืนยันจำแนกตามพื้นที่รักษา แบ่งเป็น กรุงเทพฯ นนทบุรี 1,722 ราย ภาคเหนือ 95 ราย ภาคกลาง 411 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 111 ราย และ ภาคใต้ 738 ราย

สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ วันที่ 30 พฤษภาคม จำนวน 1 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้า State Quarantine เป็นเพศชาย อายุ 26 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล ญูฟ เดินทางจากกรุงริยาด กัวลาลัมเปอร์ แล้วเดินทางเข้าประเทศไทยทางด่านปาดังเบซาร์ โดยรถบัส ถึงวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 เวลา 8.00 น. (จำนวน 39 คน) เข้า  State Quarantine จ.นราธิวาส ตรวจครั้งที่ 1 วันที่ 25 พฤษภาคม ไม่พบเชื้อ ถัดมาในวันที่ 28 พฤษภาคม มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก ตรวจครั้งที่ 2 ผลพบเชื้อ เข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลนราธิวาส

สถานการณ์ในสถานกักกันโรคของรัฐที่ส่วนกลางและจังหวัด ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – 30 พฤษภาคม 2563 พบผู้ป่วยจำนวน 140 คน จากผู้ที่เข้ากักโรค 28,423 คน หรือคิดเป็น 0.49% สัญชาติไทย 98.57% อเมริกา 0.71% และ อังกฤษ 0.71%

  • ผู้ป่วยทั่วโลกทะลุ 6 ล้านราย

สำหรับ สถานการณ์ทั่วโลก 211 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 2 เรือสำราญ มีผู้ติดเชื้อรวม 6,031,023 ราย อาการหนัก 55,734 ราย รักษาหาย 2,658,676 ราย เสียชีวิต 366,812 ราย โดย 10 อันดับ ผู้ป่วยสูงที่สุด อันดับที่ 1 ยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา ถัดมา ได้แก่ บราซิล รัสเซีย สเปน อังกฤษ อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย และตุรกี

ขณะที่ ประเทศในเอเชียพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 77 ของโลก

  • เกาหลีปิดบางพื้นที่ต่อ

ประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. ระบุว่า ในประเทศเกาหลีใต้ ได้ทำการปิดบางพื้นที่ต่อ เนื่องจากพบผู้ป่วยเกือบ 100 รายภายในวันเดียว โดยนายพัค นึง ฮู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของเกาหลีใต้ ประกาศว่า พิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ และศูนย์จัดแสดงต่างๆ จะถูกปิดอีกครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม รวมทั้งยกระดับมาตรการกักกันทุกอย่างในกรุงโซล ในช่วงดังกล่าว ขณะที่บริษัทต่างๆ ขอให้กลับมาใช้มาตรการป้องกันโควิดในการทำงานอีกครั้ง

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข ยังเรียกร้องให้ประชาชน งดเว้นจากการพบปะทางสังคม หรือเดินทางไปในที่ที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ร้านอาหารและบาร์ ส่วนอาคารทางศาสนาต่างๆ ขอให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ขณะที่จะไม่มีการเลื่อนกำหนดการเปิดโรงเรียนออกไป ล่าสุด พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ถึง 79 ราย ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา นับเป็นสถิติที่สูงสุดในรอบ 53 วัน

  • ฟิลิปปินส์ เลื่อนเปิดเทอมเป็น ส.ค. นี้

ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการของฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า โรงเรียนระดับประถมและมัธยม จะกลับมาเปิดเรียนในเดือนสิงหาคม แต่จะยังไม่อนุญาตให้เปิดการเรีนการสอนแบบตัวต่อตัว ทางกระทรวงได้ออกมาชี้แจงถึงแผนการดังกล่าว หลังจากที่ประธานาธิบดี โรดริโก ดูแตร์เต ของฟิลิปปินส์ ได้กล่าวเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า จะไม่อนุญาตให้เด็กนักเรียน นักศึกษา กลับมาเรียนที่โรงเรียนจนกว่าจะมีการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ออกมาใช้ได้สำเร็จ

นางเลโอนอร์ บริโอนส์ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ประธานาธิบดี ไม่ต้องการให้มีการเรียนแบบตัวต่อตัว เราเองก็ไม่ต้องการเช่นนั้น เราไม่อยากให้เด็กๆ ต้องเสี่ยงอันตราย

  • คนไทยการ์ดห้ามตก 

ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวเสริมว่า สำหรับมาตรการผ่อนคลายที่เกิดขึ้นระยะที่ 3 เกิดขึ้น เพื่อให้พี่น้องประชาชนรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น และมีความสุขมากขึ้นในชีวิตประจำวัน พร้อมกับมชีวิตประจำวันใหม่ที่เกิดขึ้น หรือที่เราเรียกว่า ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) สิ่งที่เราทำอยู่ก่อนหน้านี้เหมือนดึงชักคะเย่อกับโควิด 19 ด้วยแรงที่มาก ด้วยมาตรการต่างๆ และหากผ่อนคลายระยะที่ 2 -3 เหมือนเราได้ทำการปล่อยมือไปข้างหนึ่ง ดังนั้น มือที่ดึงอยู่ก็ต้องดึงด้วยแรงที่เพิ่มขึ้น ด้วยแรงของประชาชนทุกคน ด้วยการปฏิบัติการตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ และเว้นระยะห่างทางสังคม เป็นสิ่งที่เราร่วมมือกันได้ และทำให้เราพ้นวิกฤติในครั้งนี้

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง