'อังกฤษ' เล็งให้สัญชาติ 'ชาวฮ่องกง' หากจีนไม่ล้ม 'กฎหมายความมั่นคง'

'อังกฤษ' เล็งให้สัญชาติ 'ชาวฮ่องกง' หากจีนไม่ล้ม 'กฎหมายความมั่นคง'
30 พฤษภาคม 2563
2,423

รัฐบาลอังกฤษกำลังพิจารณาที่จะให้สัญชาติอังกฤษแก่ชาวฮ่องกง 300,000 คน หากจีนไม่ล้มเลิกการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงในฮ่องกง

โดมินิก ร้าบ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า รัฐบาลอังกฤษกำลังพิจารณาที่จะให้สัญชาติอังกฤษแก่ชาวฮ่องกง 300,000 คนที่ถือหนังสือเดินทางอังกฤษนอกราชอาณาจักร เพื่อให้พวกเขาสามารถพำนักอาศัยอยู่ในอังกฤษได้ หากจีนไม่ล้มเลิกการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงในฮ่องกง

ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้น หลังจากที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (เอ็นพีซี) มีมติเห็นชอบให้บังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ในฮ่องกง ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากบรรดานักเคลื่อนไหวด้านประชาธิปไตยและชาติตะวันตก ที่วิตกว่ากฎหมายดังกล่าวอาจจะลิดรอนเสรีภาพของฮ่องกง

ร้าบ เปิดเผยระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ร่วมเมื่อวันพฤหัสบดี (28 พ.ค.) ว่า “เรามีความกังวลอย่างมากต่อการดำเนินการของจีนในครั้งนี้ และเราต้องการให้จีนยุติความคิดและยกเลิกการกระทำดังกล่าว เพื่อให้เป็นไปตามพันธสัญญาระหว่างประเทศ”

นอกจากนี้ ร้าบ ยังระบุด้วยว่า อังกฤษจะให้ความช่วยเหลือชาวฮ่องกงที่ถือหนังสือเดินทางอังกฤษนอกราชอาณาจักร โดยให้ที่พำนักแก่พวกเขา หากจีนยังไม่ยอมล้มเลิกการใช้กฎหมายความมั่นคงในฮ่องกง

ร้าบ ระบุว่า “ปัจจุบัน ผู้ที่ถือหนังสือเดินทางอังกฤษนอกราชอาณาจักรมีสิทธิ์อาศัยอยู่ในอังกฤษได้เป็นเวลา 6 เดือน แต่ถ้าจีนยังไม่ยอมล้มเลิกการใช้กฎหมายความมั่นคง เราจะเปลี่ยนแปลงสถานะนั้น”

ด้านสหรัฐ อังกฤษ ออสเตรเลีย และแคนาดา ร่วมประณามการตัดสินใจของจีน เกี่ยวกับการออกกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ซึ่งจะนำมาใช้กับฮ่องกง โดยระบุว่าเป็นกฎหมายที่ทำลายอำนาจในการปกครองตนเองของฮ่องกง และคุกคามเสถียรภาพและความรุ่งเรืองของเขตปกครองตนเองแห่งนี้

แถลงการณ์ร่วมของรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของทั้ง 4 ประเทศดังกล่าว ระบุว่า มีความกังวลอย่างยิ่งต่อท่าทีของจีนที่กำลังคุกคามความแข็งแกร่งด้านเสรีภาพ ของฮ่องกง และหากจีนเข้าควบคุมฮ่องกง จะทำให้เกิดการปิดกั้นเสรีภาพของชาวฮ่องกง ซึ่งจะนำไปสู่ความถดถอยของระบอบการปกครองตนเองที่เป็นพื้นฐานของความเจริญรุ่งเรืองของฮ่องกง

แถลงการณ์ฉบับนี้ยังบอกด้วยว่า กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ที่จีนจะนำมาใช้กับฮ่องกงนั้นขัดกับปฏิญญาร่วมจีน-อังกฤษ ว่าด้วยหลักการพื้นฐานในการปกครองฮ่องกงที่มีผลผูกมัดระหว่างประเทศ

ทั้ง 4 ประเทศ เรียกร้องให้รัฐบาลจีนพยายามสร้างความเชื่อมั่นในหมู่ชาวฮ่องกง ด้วยการอนุญาตให้พวกเขามีสิทธิและเสรีภาพตามที่ได้สัญญาไว้ เพื่อลดความตึงเครียดและความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในฮ่องกงตลอดช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา

สภาแห่งชาติจีนเพิ่งลงมติเมื่อวันพฤหัสบดี (28 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ผ่านร่างกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่เพื่อที่จะไปบังคับใช้ในฮ่องกง และเอื้อให้รัฐบาลจีนมีอำนาจควบคุมเขตกึ่งปกครองตนเองแห่งนี้มากขึ้น

ภายใต้กฎหมายใหม่นี้ จีนจะออกมาตรการใหม่ๆ ให้หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงจากจีนแผ่นดินใหญ่ทำการถอนรากถอนโคนการเคลื่อนไหวที่อยู่ในข่าย เป็น “การแบ่งแยกดินแดน การล้มล้างการปกครอง หรือการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย รวมทั้งการแทรกแซงจากนอกประเทศ” แม้ว่าจะมีเสียงคัดค้านออกมามากมายทั้งในฮ่องกงและจากประเทศอื่นๆ ก็ตาม

บรรดานักวิเคราะห์จับตามองในประเด็นการออกกฎหมายใหม่นี้ว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ และจีน ที่อาจยกระดับเพิ่มขึ้น และนำไปสู่การโต้ตอบในรูปแบบต่างๆ หลังรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ไมค์ พอมเพโอ แจ้งต่อสภาสหรัฐเมื่อวันพุธ (27 พ.ค.) ว่า ฮ่องกงขาดความเป็นอิสระในการปกครองตนเองแล้ว ซึ่งหมายถึง ผลกระทบอย่างมหาศาลในด้านความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับฮ่องกง

“หวู่ ร่วย-เหริน” นักวิจัยจากสถาบันอะคาเดเมีย ซินิกา ในกรุงไทเป ประเทศไต้หวัน ให้ความเห็นว่า จากมุมมองด้านภูมิศาสตร์การเมืองของประเด็นนี้ การสู้รบรอบแรกในสงครามเย็นระหว่างสหรัฐและจีนได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และหลังจากนี้สหรัฐอาจออกมาตรการคว่ำบาตรต่างๆ ซึ่งจะอาจทำให้สถานภาพของฮ่องกงที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินของเอเชียสะเทือน และจีนเองก็อาจต้องรับผลกระทบในเรื่องนี้ด้วย

ขณะที่นักวิเคราะห์อีกจำนวนมากมองว่า การที่จีนพยายามผลักดันกฎหมายใหม่เพื่อให้ตนเข้าควบคุมฮ่องกงได้ เป็นเหมือนการถอยห่างจากคำสัญญาในการดำเนินการปกครองแบบหนึ่งประเทศ สองระบบ หลังอังกฤษส่งมอบคืนเกาะฮ่องกงให้จีนเมื่อปี 2540 ทั้งยังผิดสัญญาที่จะส่งเสริมให้ฮ่องกงมีอำนาจปกครองตนเองที่เป็นเอกราชมากขึ้นก่อนปี 2590 ด้วย แต่ในกรณีหลังนี้ นายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง เพิ่งปฏิเสธในระหว่างการประชุมสภาแห่งชาติจีนที่พิจารณาร่างกฎหมายนี้ พร้อมกล่าวว่า กฎหมายใหม่นี้ช่วยให้การเป็นหนึ่งประเทศ สองระบบ ดำเนินไปอย่างมั่นคงและทำให้ฮ่องกงเจริญรุ่งเรืองและมีเสถียรภาพในระยะยาว

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง